รู้แล้วรวยจ้า กับ 5 วิธีเก็บเงินให้อยู่ตั้งแต่ต้นเดือน

posted: 1 year ago
1,461 views
รู้แล้วรวยจ้า กับ 5 วิธีเก็บเงินให้อยู่ตั้งแต่ต้นเดือน

comments

‘สิ้นเดือนเหมือนจะสิ้นใจ’ ยอมรับมาดีๆ ไหนใครเคยอยู่ในความรู้สึกแบบนี้บ้าง อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณเหลือบไปมองยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารช่วงปลายเดือนแล้วคำถามโลกแตกอย่าง ‘เย็นนี้กินอะไรดี?’ อาจถูกแทนที่ด้วย ‘เย็นนี้ จะเอาอะไรกิน?’ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยเมื่อเจอปัญหานี้คงนึกเจ็บใจที่ทำไม๊ทำไมเราไม่ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดสักหน่อยนะ และถ้าหากคุณรู้จักที่จะออมเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินสำรองสำหรับใช้จ่ายในยามจำเป็นแล้วล่ะก็ ช่วงปลายเดือนก็จะได้ไม่เจอกับปัญหาสภาพการเงินไม่คล่องแบบนี้ เอาเป็นว่า Rabbit Daily มีทริค 5 วิธีที่จะทำให้คุณเก็บเงินอยู่ตั้งแต่ต้นเดือน ไม่ต้องตกอยู่ในอาการคล้ายจะสิ้นใจในช่วงปลายเดือน แถมยังเป็นการฝึกวินัยทางการเงินและสร้างหนทางรวยด้วยเงินออมได้อีกด้วย มีวิธีไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย


1.สูตรอมตะ ออมเงินก่อนใช้

ออมเงิน

สูตรอมตะที่ใครๆ ก็ใช้กัน นั่นก็คือ ‘ออมเงินก่อนใช้’ เมื่อเงินเดือนออกแล้วก็อย่ามือเติบ ใช้แบบไม่ลืมหูลืมตา หันไปทางซ้ายโอ๊ะ ! สินค้า Sale หันไปทางขวา โอ้โห ! ซึ้่อหนึ่งแถมหนึ่ง สุดท้ายก็พ่ายแพ้แผนการตลาดอย่างราบคาบ เงินเดือนก็ค่อยๆ ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ แม้คุณอาจจะมีชีวิตดี๊ดีตอนต้นเดือน แต่ปลายเดือนไม่มีจะกินนี่ก็ไม่ไหวนะ เพราะฉะนั้นคุณต้องรู้จักออมเงินก่อนใช้ เช่น ควรออมเงินเก็บไว้สัก 10% ของเงินเดือน สมมติเงินเดือน 20,000 บาท ก็ต้องหักเก็บออมไว้เลย 2,000 บาท แล้วค่อยใช้จ่ายส่วนที่เหลือ หากช่วงปลายเดือนสภาพการเงินไม่คล่อง คุณก็สามารถดึงเงินที่ออมไว้ตั้งแต่ต้นเดือนจำนวน 2,000 บาทนี้มาใช้ได้ นอกจากนี้การฝากเงินเข้าบัญชีประจำหรือนำไปลงทุนในกองทุนต่างๆ หลังจากเงินเดือนออกก็เป็นวิธีที่จะช่วยสร้างวินัยและยังเป็นการออมเงินระยะยาวอีกด้วย


2.หักเศษเงินเดือนเก็บไว้

Thai Baht on a white background, Thai money stack imag

วิธีง่ายๆ ที่เริ่มทำได้ทันทีตั้งแต่วันที่เงินเดือนออก เช่น ยอดเงินเดือนของคุณ 18,560 บาท คุณก็หักเงินจำนวน 560 บาทเก็บไว้ หรือถ้าเงินเดือน 21,500 บาท ก็อาจจะหักเงินจำนวน 1,500 บาทเก็บไว้ก็ได้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าช่วงใกล้สิ้นเดือน เมื่อเปิดดูเงินในกระเป๋าสตางค์แล้วมีอาการใกล้สิ้นใจ อย่างน้อยก็ยังมีเงินจำนวนนี้ที่ออมไว้พอให้ได้อุ่นใจบ้าง


3.เก็บสะสมธนบัตร 50 บาท

เก็บเงิน

อีกหนึ่งวิธีสุดฮิตที่ชาวโลกออนไลน์นิยมใช้กัน ก็คือการสะสมธนบัตรใบละ 50 บาท เมื่อไหร่ก็ตามที่มีธนบัตรใบละ 50 บาทหมุนเวียนมาอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของคุณแล้วล่ะก็ ให้แยกเก็บไว้ทันที อย่าเผลอหยิบไปใช้จ่ายล่ะ แม้จะแค่ 50 บาท แต่เมื่อเก็บสะสมหลายๆ ใบก็สร้างมูลค่าได้เหมือนกันนะ บางคนสะสมภายในเวลา 2 เดือน สามารถเก็บได้เกือบ 200 ใบ ก็จะมีเงินเก็บราวๆ เกือบ 20,000 เชียวล่ะ ให้คิดซะว่าการเก็บสะสมธนบัตร 50 บาทก็เหมือนกับการเก็บสะสมของรักชนิดอื่นๆ แถมยังสร้างมูลค่าให้เราอีกด้วย


4.แบ่งเงินใส่ซอง 200 บาท จำนวน 30 ซอง

stack of Thai one hundred type banknotes on white background

สำหรับใครที่คิดว่าตัวเองหักห้ามใจเรื่องการใช้จ่ายไม่ได้ ขอแนะนำวิธีนี้เลย เพราะจะทำให้คุณมีวินัยมากขึ้น นั่นก็คือแบ่งเงินจำนวน 200 บาทใส่ซอง ถุง หรือแยกเป็นใส่กล่องไว้ให้ครบ 30 วัน เพื่อที่จะบังคับตัวเองให้ใช้จ่ายเพียงวันละ 200 บาทเท่านั้น โดยในแต่ละวันก็หยิบซองออกมานอกบ้านเพียงวันละ 1 ซอง ลองคิดดูสิวันละ 200 บาท จำนวน 30 วัน ก็เท่ากับคนสามารถใช้เงินเดือนละ  6,000 บาทในการครองชีพขั้นพื้นฐานได้ ค่ารถ ค่าข้าว ค่าน้ำในแต่ละวัน ทีนี้หากจำเป็นต้องซื้อของอย่างอื่นเพิ่มก็สบายล่ะ ในเมื่อเรามีสร้างวินัยการใช้จ่ายในแต่ละวันเอาไว้แล้ว


5.หยอดกระปุกเท่ากับจำนวนอาหารทุกมื้อของแต่ละวัน

Woman hands with coins in glass jar, close up

แม้วิธีนี้อาจฟังดูแปลกๆ สักหน่อย แต่ขอบอกเลยว่าจะเป็นวิธีที่ทำให้คุณได้รู้คุณค่าของเงินมากขึ้นอย่างแน่นอน เริ่มด้วยการคำนวณค่าอาหารมื้อหลัก 3 มื้อของวัน ดูสิว่าเป็นเงินรวมทั้งหมดเท่าไหร่ เชื่อเถอะว่าเมื่อคำนวณออกมาแล้วคุณอาจจะตกใจว่าทำไมถึงเยอะขนาดนี้ เช่น มื้อเช้า 50 บาท มื้อกลางวัน 80 บาท มื้อเย็นจัดหนักด้วยบุฟเฟ่ต์นานาชาติ 699 บาท เมื่อรวมทั้งสามมื้อแล้วจะเป็นเงิน 829 บาท ! หลังจากกลับมาบ้านหน้าที่ของคุณก็คือหยอดกระปุกด้วยเงินจำนวน 829 บาท เยอะใช่ไหมล่ะ ? คราวนี้มื้อต่อๆ ไปคุณก็อาจเลือกรับประทานอาหารที่ราคาถูกลงมากขึ้น เน้นรับประทานแค่พออิ่มและจำเป็นต่อร่างกาย หากลองเป็นคนจริงนำวิธีนี้ไปใช้รับรองว่าช่วงสิ้นเดือนคุณมีเงินเหลือเก็บชัวร์


เป็นยังไงกันบ้าง ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมล่ะว่าการออมเงินและสร้างวินัยทางการเงินไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยเนอะ แต่หากคุณกำลังมองหาความมั่นคงทางการเงินและต้องการตัวช่วยในการออมเงินที่จะมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ากลับคืนมาให้ เราขอแนะนำโครงการ ‘เมืองไทย Super Saving 14/7’ ของเมืองไทยประกันชีวิต ออมสบายๆ มีเงินจ่ายคืน ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ที่จะมาช่วยให้การออมเงินของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

MTL

จุดเด่นของโครงการเมืองไทย Super Saving 14/7

‘เริ่มต้นออมเดือนละ 1,980 บาทแค่ 7 ปีรับผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงสุดถึง 186,000 บาท’ (ตัวอย่างผู้เอาประกันภัยเพศหญิง อายุ 30 ปี ประกอบอาชีพพนักงานบัญชี บริษัทเอกชน จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท)

  • สิทธิประโยชน์ด้านการเงิน
    รับเงินจ่ายคืนทุกปีรวมตลอดสัญญาสูงถึง 51% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
    รับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาสูงถึง 186% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
    รับเงินครบกำหนดสัญญา 135% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
  • สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครอง
    รับความคุ้มครองชีวิตยาวนานและสูงถึง 145% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
    ได้รับยกเว้นการชำระเบี้ยกรณีตกเป็นบุคคลทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร
  • สิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ
    ทำได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน – 70 ปี
    สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาท (ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 30 ธ.ค.51)

สิทธิพิเศษ หากสมัครผ่าน Rabbit Finance รับฟรีไปเล๊ย ! พัดลมไอเย็น มูลค่ากว่า 2,000 บาท อย่ามัวรอช้า สมัคร คลิกที่นี่ เลย (เงื่อนไขการรับของสมนาคุณเป็นไปตามที่ Rabbit Finance กำหนด)


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon