5 วิธีแก้โทรศัพท์ตกน้ำ ให้ปลอดภัยไร้กังวลง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

posted: 2 years ago
5 วิธีแก้โทรศัพท์ตกน้ำ ให้ปลอดภัยไร้กังวลง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

comments

ที่ผ่านมาในชีวิตนี้เนี่ยผมเชื่อเหลือเกินครับว่าอย่างน้อยผู้อ่านจะต้องเคยทำโทรศัพพ์มือถือตัวเองตกมาแล้วอย่างน้อยสักครั้งแน่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดว่ามันตกลงไปในน้ำด้วยแล้วเนี่ยยิ่งรู้สึกเซ็งหนักยิ่งกว่าเดิมอีก คำถามก็คือแล้วเราควรจะทำยังไงดีถ้าเกิดวันหนึ่งโทรศัพพ์เครื่องแพงของเราเกิดตกน้ำขึ้นมา วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ รับรองได้เลยว่ามันจะช่วยได้เยอะเลยทีเดียวล่ะครับ

1.รีบนำโทรศัพพ์ออกจากที่เกิดเหตุ

เมื่อโทรศัพพ์ตกลงไปในน้ำอันดับแรกให้คุณตั้งสติก่อนเลยครับอย่าเพิ่งแตกตื่น จากนั้นให้รีบหยิบโทรศัพพ์ออกจากน้ำให้เร็ว ปิดเครื่องแล้วเช็คดูโดยรอบว่ามีน้ำอยู่ในเครื่องหรือไม่ จากนั้นก็ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปได้เลยครับ

2.เอาซิมและอุปกรณ์ติดตัวเครื่องออก

ให้นำเอาซิมและอุปกรณ์ที่ติดตัวเครื่อง เช่น แบต การ์ดความจำ และ เคสโทรศัพพ์ แยกออกจากตัวเครื่องให้เร็วที่สุดจากนั้นก็จัดการเป่าแห้งให้ความชื้นออกจากอุปกรณ์นี้ให้มากที่สุด โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที เมื่อทำตามขั้นตอนนี้เสร็จแล้วก็ให้ปฏิบัติตามข้อต่อไปได้เลยครับ

3.ดูดน้ำออก

ให้นำโทรศัพพ์คว่ำหน้าลงจากนั้นก็ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดเอาความชื้นออกจากเครื่องให้หมด พยายามอย่าใช้ไดร์เป่าผมเป่าตัวเครื่องให้แห้งอย่างเด็ดขาดเพราะแรงเป่าอาจส่งผลให้น้ำที่ตกค้างอยู่ตามตัวเครื่องไปทำลายระบบไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคหลักของตัวเครื่อง ผลก็คือพังแน่นอนครับ

อีกวิธีหนึ่งที่ดูแล้วอาจจะเป็นเทคนิคพื้นบ้านหน่อยแต่รับรองได้ผลดีในระดับหนึ่งเลยก็คือให้เอาตัวเครื่องลงไปแช่อยู่ในข้าวสารครับ หลายๆ คนที่เคยได้ยินเรื่องนี้กันมาบ้างแล้ว อาจจะรู้สึกสงสัยว่าทำไมถึงต้องเอาไปใส่ไว้ในข้าวสารด้วย คำตอบก็คือเพื่อให้ตัวข้าวสารดูดเอาความชื้นของน้ำออกมาจากตัวเครื่องครับ และถ้าอยากให้ได้ผลกว่าเดิมก็คือ ในกรณีที่โทรศัพพฺ์ของคุณสามารถแยกชิ้นส่วนได้ก็ให้จัดการแยกทุกอย่างออกให้เรียบร้อย (เช่น แบตเตอรี่) แล้วจึงค่อยนำไปแช่ในถังข้าวสารจะช่วยได้มากทีเดียว จากนั้นจึงค่อยนำเอาโทรศัพพ์ออกไปตากแห้งอีกทีเพื่อกำจัดน้ำในขั้นตอนสุดท้าย

5.ถ้าโทรศัพพ์ไม่ติดให้นำไปติดต่อศูนย์

หลังจากที่เราทำตามในทุกๆ ขั้นตอนแล้วให้จัดการนำเอาโทรศัพพ์มาเปิดเครื่องเพื่อเช็คดูว่ามันสามารถใช้การได้ตามแบบปกติหรือไม่ จากนั้นให้ลองชาร์ตไฟเข้าตัวเครื่องดูถ้าหากว่าสามารถใช้งานได้เป็นปกติก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องดีไปนะครับ แต่ถ้าหากว่าตัวเครื่องยังคงมีปัญหาอยู่ล่ะก็ให้จัดการนำเข้าศูนย์เพื่อเช็คสภาพเครื่องในขั้นตอนต่อไป เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะครับ

อย่างไรก็ตามหากคุณใช้โทรศัพพ์อย่างระมัดระวังล่ะก็ปัญหาต่างๆ ที่น่าหนักใจเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นแล้วล่ะก็พยายามมีสติให้มากสุดและปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวแค่นี้ปัญหาต่างๆ ก็จะหมดไปเพราะคุณได้แก้ไขมันด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon