5 วิธีที่จะช่วยให้เรามีเงินเหลือเก็บ

posted: 2 years ago
1,114 views
5 วิธีที่จะช่วยให้เรามีเงินเหลือเก็บ

comments

ปัญหาโลกแตกของมนุษย์เงินเดือนยุคนี้เลยก็คือ “ไม่มีเงินเก็บ” หรือบางคนเรียกได้ว่าบริหารเงินให้ “เดือนชนเดือน” ได้เนี่ยก็สุดยอดแล้ว แต่รู้หรือไม่ปัญหาที่แท้จริงแล้วนั้นเกิดจาก “รายจ่าย” เนี่ยแหละ เพราะเมื่อเรามีรายได้ หัก ค่าใช้จ่ายออกไปก็จะเหลือ “เงินเก็บ” ดังนั้นถ้าเราสามารถควบคุมหรือลดรายจ่ายได้ ก็หมายความว่าเราก็จะเหลือเงินเก็บนั่นเอง เรามาดูกันดีกว่าว่าวิธีที่จะทำให้เราช่วยควบคุมและลดรายจ่ายได้นั้นทำได้อย่างไรกันบ้าง



1. หัก “ออม” ก่อนใช้เสมอ

ลองนึกถึงสภาวะตอนใกล้สื้นเดือนที่มีอารมณ์ประมาณว่าเหลือ 300 บาทต้องอยู่ให้ได้ทั้งอาทิตย์ รู้สึกแปลกใจมั้ยว่า ทำไมเราถึงเอาชีวิตรอดมาได้กับเงินจำนวนแค่นั้น เพราะโดยธรรมชาติของคนเราแล้ว เรามีเยอะก็จะใช้เยอะอยู่แล้ว ดังนั้นการที่เราตัดออมก่อน ก็จะเป็นการจำลองสภาวะสิ้นเดือนได้อย่างดี แต่เราควรเก็บแยกบัญชีเลยจะดีที่สุดสำหรับเงินที่เราตัดออมทุกเดือน ให้เบิกถอนยากเพื่อลดโอกาสการใช้เงินก้อนนี้นั้นเอง

มีเงินเหลือเก็บ

2. เลิกใช้บัตรเครดิต+บัตรกดเงินสด

บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดเปรียบเทียบได้กับกระเป๋าตังค์อีกหนึ่งใบของเราที่สามารถเบิกถอนได้ นำมาใช้ได้ง่าย แล้วสุดท้ายเราก็ต้องนำเงินเราไปคืนพร้อมดอกเบี้ย ปัญหาเราเลยอยู่ตรงนี้ที่ว่า การที่เราใช้พวกบัตรต่างๆ จะทำให้เราเหมือนมี “อำนาจซื้อ” มากขึ้น แนวโน้มที่เราจะใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ และข้อดีประการหนึ่งก็คือเราจะใช้จ่าย “เงินสด” มากขึ้นเราจะเห็นรายจ่ายชัดมากขึ้นเวลาที่เงินสดผ่านมือ แต่ถ้ารูดบัตรเราจะไม่เห็นปริมาณเงินที่จ่ายออกไปจริงๆ จะทำให้เราจ่ายเงินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

มีเงินเหลือเก็บ

3. ลองทำข้าวกล่องสำหรับมื้อกลางวัน

วิธีนี้เป็นวิธีที่คลาสสิกมาโดยตลอดและได้ผลดีมาก เพราะการที่เราทำอาหารกล่องกินเอง จะทำให้เราประหยัดเงินได้ประมาณ 30% โดยเปรียบเทียบเมื่อเราไปซื้อทานข้างนอกในเมนูเดียวกัน แล้วลองนึกถึงว่าเวลาที่เราเดินไปกินข้างนอกแน่นอนว่าโอกาสที่เราจะกินมากกว่าแค่ข้าวสูงมาก ทั้งเครื่องดื่ม ขนมหวาน ที่เดินผ่านร้านต่างๆ ก็ทำให้ความอยากอาหารเราเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถรักษาสุขภาพเราได้ด้วยเพราะเรารู้ว่าสิ่งที่เรากำลังกินนั้นมีส่วนผสมเป็นอะไรบ้าง

Cute lunch box

4. ก่อนซื้อของให้รออย่างน้อย 30-60 วัน

โดยธรรมชาติเวลาที่เราซื้อของ เรามักจะซื้อของด้วยอารมณ์เป็นหลักนั้นหมายความว่าเวลาที่อารมณ์อยากซื้อของเราถูกกระตุ้นด้วย ป้าย Sale ก็ดี โปรโมชั่นก็ดี จะทำให้เราซื้อของชิ้นนั้นได้ง่ายมากๆ โดยไม่ทันจะคำนึงถึงว่าสิ่งนี้เราต้องการจริงๆ หรือเปล่า นั่นเลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้หญิงถึงมีเสื้อผ้าที่ซื้อมาแล้วไม่ค่อยได้ใส่เต็มตู้เสื้อผ้า มีรองเท้าที่ซื้อมาแล้วไม่เคยได้ใส่ เนื่องจากผู้หญิงเป็นเพศที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ได้ง่ายกว่าผู้ชาย

การที่เราชะลอการซื้อของพวกนี้ออกไป 30-60 วัน จะเป็นตัวช่วยในการทบทวนอย่างดี และช่วยให้อารมณ์ในการช้อปปิ้งของเราลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ วิธีนี้จะช่วยทำให้เราคัดกรองสิ่งของที่เราไม่อยากได้ออกไปจากรายจ่ายของเรานั่นเอง เป็นวิธีที่ค่อนข้างทรมานแต่เป็นตัวช่วยที่ดีกับกระเป๋าตังค์ของเรามากๆ



5. ลองหางานอดิเรกทำโดยที่ไม่ต้องออกนอกบ้าน

เชื่อว่าหลายๆ คนเวลาอยู่บ้าน เสาร์-อาทิตย์แล้วไม่มีอะไรทำ แนวโน้มที่จะทำเป็นอย่างแรกก็คือ “ออกนอกบ้าน” ไม่ว่าจะออกไปเดินห้างสรรพสินค้าคลายร้อน หรือออกไปทำกิจกรรมต่างๆกับเพื่อนๆ ร้องคาราโกะ ทานข้าวก็ว่ากันไป เนี่ยแหละเป็น “รายจ่าย” ที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับวันธรรมดาที่เราทำงาน เพราะการออกไปกินกับเพื่อนส่วนใหญ่ก็จะไม่ใช่ร้านทั่วๆ ไปหรือศูนย์อาหาร แต่จะเป็นร้านบุฟเฟต์ ชาบู จัดกันเต็มที่อยู่แล้วโดยปกติ ดังนั้นถ้าเราสามารถหากิจกรรมที่ทำภายในบ้านได้โดยที่ไม่ต้องออกจากบ้านก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเช่นกัน

นอกจากนี้จะดีมากๆ ถ้าเราสามารถเปลี่ยนกิจกรรมที่เราทำในบ้านนั้นเป็น “รายได้” ที่จะช่วยให้เรามีเงินเก็บได้มากขึ้น ซึ่งก็คือ “การเพิ่มรายได้” นั่นเอง

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon