รื้อหิ้ง 5 หนังอีโรติกเรื่องเยี่ยม ร้อนแรงทะลุจอรับซัมเมอร์

posted: 1 year ago
20,753 views
รื้อหิ้ง 5 หนังอีโรติกเรื่องเยี่ยม ร้อนแรงทะลุจอรับซัมเมอร์

comments

นิยามของ ‘หนังอีโรติก’ (Erotic) นั้นไม่ได้หมายถึง เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความหลงใหลใคร่รัก ความโป๊เปลือยหรือเรื่องลามกเพียงอย่างเดียว แต่ยังสื่อถึงในแง่การแสดงแรงปรารถนาผ่านทางความรัก ศิลปะ บทกวี และจิตวิญญาณอีกด้วย Rabbit Daily ได้รวบรวม 5 หนังอีโรติกเรื่องเยี่ยมแบบมีคลาสและแฝงความเป็นศิลปะมาให้คุณเลือกชมรับหน้าร้อนนี้ การันตีว่าหนังอีโรติก 5 เรื่องเยี่ยมนี้ต้องร้อนทะลุจอแข่งกับอุณหภูมิเมืองไทยแน่นอน !



1. Basic Instinct  (1992)

Basic Instinct


เริ่มกันที่หนังดังสุดอื้อฉาวในปี 1992 ของ ‘พอล เวอร์โฮเวน’ ผู้กำกับชาวดัตช์ เจ้าของฉายา Mad Dutch (มีผลงานหนังเรื่องล่าสุดเรื่อง Elle ซึ่งได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงประจำปี 2017) หนังเปิดเรื่องด้วยคดีฆาตกรรม ที่มีผู้ต้องสงสัยเป็นนักเขียนหนังสือนิยาย ซึ่งเคยบรรยายฉากฆาตกรรมไว้เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ทำให้เกิดเกมส์จิตวิทยาระหว่างผู้ต้องสงสัยและทีมตำรวจ

สำหรับฉากเด็ดที่สุดที่คอหนังจำกันได้ดีก็คือ ฉากที่นักแสดงสาว ‘ชารอน สโตน’ ในชุดสีขาวรวบผมตึงนั่งไขว่ห้างอยู่ในห้องสอบสวน และเมื่อเธอยกขาไขว้ออกจากกันก็เป็นฉากที่ทำให้คนดูเกือบลืมหายใจทีเดียว (ต้องไปหาดูกันเอาเอง) ซึ่งฉากนี้เองทำให้สโตนกลายเป็นนักแสดงสุดฮอตในชั่วข้ามคืน นอกจากนี้ยังมีฉากเซ็กซ์สุดร้อนแรงที่ได้เรต NC-17 (เรตที่แยกออกมาจากเรต X มีเนื้อหารุนแรงมาก) ทำให้ทีมงานต้องตัดต่อกันใหม่กว่า 14 ครั้ง ถึงได้เรต R ไปครอง หากอยากรู้ว่าภาพยนตร์จิตวิทยาระทึกขวัญเรื่องนี้จะร้อนแรงขนาดไหน ต้องไปหามาดูกันแล้วล่ะ !


2. Secretary (2002)

Secretary (2002)


เรื่องราวของหญิงสาววัย 23 ปีที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลจิตเวช หลังจากได้รับการบำบัดอาการมาโซคิสม์ (มีความสุขเมื่อได้รับความเจ็บปวด) และได้สมัครงานเป็นเลขานุการในสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่ง จนได้รู้จักกับเจ้านายที่มีบุคลิกแข็งกระด้างและมีรสนิยมซาดิสม์อย่าง ‘เอ็ดเวิร์ด เกรย์’ ทั้งสองพึงพอใจในรสนิยมและแรงปรารถนาอันวิตถารของกันและกัน จึงเกิดเป็นเรื่องราวอีโรติกระหว่างทั้งคู่ (ทำให้นึกถึง Fifty Shades of Grey ของยุคนี้เลยทีเดียว)

หนังเรื่องนี้ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างมาก นักสังคมศาสตร์และพฤติกรรมมนุษย์ก็นำไปตีความด้วยความเห็นที่แตกต่างออกไปมากมาย สำหรับการนำเข้าฉายในประเทศไทยนั้น หนังได้รับการจัดเรต R และมีการตัดเนื้อหาบางฉากออกไปด้วย


3. I Am a Sex Addict (2005)

I Am a Sex Addict


หนังคอมเมดี้กึ่งสารคดีของผู้กำกับ ‘คาเวห์ ซาเฮดี้’ ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชายที่บ้าเซ็กซ์และติดโสเภณี ซึ่งชายคนนั้นไม่ใช่ใครเพราะคือตัวผู้กำกับนั่นเอง (คอหนังหลายคนแซวว่าเป็นหนังประจานตัวเอง หรือ เอาตัวเองมาฆ่าตัวตายหน้าจอ) โดยเล่าถึงผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตตั้งแต่สมัยวัยรุ่น โดยใช้ฟุตเทจของจริงแสนน้อยนิด ทำให้เนื้อเรื่องเกือบทั้งหมดต้องถ่ายทำขึ้นมาใหม่และผู้กำกับก็รับหน้าที่เดินเรื่องซะเองเลย แน่นอนว่าคุณจะได้เห็นชายฉกรรจ์วัย 45 ปีมาแสดงเป็นวัยรุ่นอายุราว 20 ต้นๆ

ซาเฮดี้ เคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง และเขาก็ไม่อยากจะล้มเหลวในชีวิตคู่เป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากอาการเสพติดเซ็กซ์แบบอิสระขั้นรุนแรงของตัวเอง เพราะเขาเคยพูดไว้ว่า ตัวเขาเกิดในสมัยสงครามเวียดนาม และคิดว่าการมี ‘ผัวเดียวเมียเดียว’ เป็นผลผลิตของทุนนิยมและสงคราม แม้หนังเรื่องนี้จะจัดเต็มไปด้วยฉากอย่างว่า 18+ รัวๆ แต่กลับเป็นหนังที่ให้ข้อคิดบางอย่างกับคนที่กำลังจะมีชีวิตคู่ได้เหมือนกัน



4. Nymphomaniac (2014)

Nymphomaniac


มาถึงคิวของหนังอีโรติกระดับตัวแม่ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ผลงานของผู้กำกับชาวดัตช์ ‘ลาร์ส ฟอน เทรียร์’ ที่ไม่มีใครแปลกใจเมื่อได้ยินว่าชายคนนี้คือผู้กำกับ Nymphomaniac เพราะสไตล์การสร้างหนังที่ไม่มีการประนีประนอมกับผู้ชม จัดเต็มแบบไม่เก็บเม้มอะไรเอาไว้ทั้งสิ้น อีกทั้งยังให้ตัวละครเผชิญกับโชคชะตาสุดบัดซบ แต่กลับมีวิธีเล่าเรื่องที่ดึงดูดและสะกดผู้ชมได้ตลอดเวลา 2 ชั่วโมง หนังเรื่องนี้เล่าชีวิตของ ‘โจ’ ผู้หญิงติดเซ็กซ์ โดยหนังพาไปตามติดชีวิตของเธอตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทอง พร้อมกับเล่าถึงผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอและสอนให้รู้จักกับเซ็กซ์หลากหลายรูปแบบ

นอกจากความอีโรติกแล้ว หนังเรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นโลกความจริงที่แสนโหดร้าย รวมไปถึงได้เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามต่อกรอบสังคมและศีลธรรมที่ทุกคนยึดถืออยู่ว่า มันสามารถใช้เป็นเกณฑ์วัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ได้จริงหรือไม่ ?


5. The Handmaiden (2016)

The Handmaiden


ปิดท้ายด้วยหนังอีโรติกสัญชาติเกาหลีแนวดราม่า-สืบสวน ที่ได้รับคัดเลือกให้ได้เข้าฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ 69 ด้วยฝีมือของ ‘ปาร์ค ชานอุก’ ผู้กำกับที่เคยสร้างผลงานชื่อดังอย่าง ‘Old Boy’ และ ‘Stoker’ ทำให้หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวเหนือความคาดหมายหนังถ่ายทอดเรื่องราวในช่วงราวปี 1930 สมัยที่เกาหลีใต้ยังอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น จุดดำเนินเรื่องอยู่ในคฤหาสน์เศรษฐีชาวญี่ปุ่นหลังหนึ่ง ที่ได้จ้างสาวใช้มาให้คุณหนูของบ้าน แต่สาวใช้คนนี้กลับมีภูมิหลังที่เติบโตมาในสลัม และต้องการขโมยสมบัติของคฤหาสน์ เรื่องราววุ่นวายเกินกว่าจะคาดเดาจึงเกิดขึ้น

หนึ่งในฉากอีโรติกที่หลายๆ คนพูดถึงคือ ‘ฉากขัดฟันแหลม’ ที่ถูกยกย่องว่าเป็นฉากอีโรติกแบบมินิมอลสไตล์ ที่คุณต้องไปหาชมและพิสูจน์ด้วยตาของตัวเอง นอกเหนือจากฉากอีโรติกและชั้นเชิงหนังแบบชิงรักหักสวาทแล้ว The Handmaiden ยังมีองค์ประกอบศิลป์ที่สวยงาม และสามารถพาคุณไปสำรวจด้านมืดของจิตใจมนุษย์ได้อีกด้วย


หวังว่าหนังอีโรติดเรื่องเยี่ยมทั้ง 5 เรื่องที่นำมาแนะนำกันนี้ จะเนรมิตให้ซัมเมอร์นี้ร้อนแรงทะลุจอมากยิ่งขึ้น สำหรับคอหนัง Rabbit Daily ยังมีบทความสาระดีๆเอาใจคนรักหนัง เช่น 10 หนังญี่ปุ่นขึ้นหิ้ง ขวัญใจคอหนังตลอดกาล และ เร่เข้ามานายจ๋า! 5 หนังอินเดียขวัญใจวัยโจ๋ที่ควรค่าแก่การหามาชม


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon