5 เด็ก ‘มหัศจรรย์’ ที่เปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาล

posted: 2 years ago
18,129 views
5 เด็ก ‘มหัศจรรย์’ ที่เปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาล

comments

1000000

หากจะพูดถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้แล้วละก็หลายๆ  คนมักจะนึกถึงเหล่าบุคคลที่ยิ่งใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ผู้คิดค้นทฤษฎีสัมพันธภาพอันเป็นรากฐานให้กับนักวิทยาศาสตร์ในยุคใหม่ หรือ เนลสัน แมนเดลา (Nelson  Mandela) ผู้นำต่อต้านการเหยียดสีผิวในแอฟริกาจนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้กับสังคม และ อีกมากมาย

อย่างไรก็ตามคุณผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่าพลังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้นั้น ในบางครั้งก็ไม่ได้จำกัดแต่เฉพาะในหมู่ผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มาจากเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในสังคมจนกลายมาเป็นแรงผลักดันที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกในที่สุด วันนี้ Rabbit Daily ได้นำเรื่องราวของพวกเขามาไว้ที่นี่แล้ว

 

5. เอนโคซี่ จอร์นสัน (Nkosi Johnson)

wpid-2196151280754ed9b22de942fc1df736

เอนโคซี่ จอร์นสัน (Nkosi Johnson) เด็กน้อยผู้น่าสงสารคนนี้ลืมตาขึ้นมาดูโลกโดยมีเชื้อ HIV ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะถูกรับเลี้ยงเมื่ออายุได้ 3 ขวบ เมื่อเขาโตขึ้นมาพอที่จะสามารถเข้ารับการศึกษาได้แล้วแม่เลี้ยงของเขาได้ตัดสินใจที่จะพาเอนโคซี่ไปสมัครเรียนยังโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความที่ในยุคนั้นผู้คนในสังคมยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องของโรค HIV จึงทำให้เด็กน้อยผู้นี้ถูกปฏิเสธจากโรงเรียนแห่งนั้นอย่างไม่ใยดี

จากปัญหาดังกล่าวทำให้เอนโคซี่และแม่เลี้ยงของเขาตัดสินใจที่จะก่อตั้งมูลนิธิสำหรับเหยื่อของโรค HIV ขึ้น เพื่อช่วยเหลือเหล่าผู้เคราะห์ร้ายที่ได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าว ในปี 2000 เอนโคซี่ จอร์นสันได้ขึ้นกล่าวคำปาฐกถาในงานประชุมโรคเอดส์ที่เมืองเดอร์บันในแอฟริกาใต้ และ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คำพูดของเอนโคซี่ สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้ติดเชื้อในสังคมได้ไม่มากก็น้อย ก่อนที่เขาจะจากไปอย่างสงบในขณะที่อายุได้ 12 ปี โดยทิ้งมรดกไว้ให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยการสร้างที่พักพิงให้กับผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ในสังคม

4.โอม ปรากาช เกอร์จาร์ (Om Prakash Gurjar)

โอม ปรากาช เกอร์จาร์ (Om Prakash Gurjar) เกิดในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน ในช่วงที่เขาอายุได้ 5 ขวบ เขาถูกคนพรากออกไปจากครอบครัวเพื่อนำไปใช้แรงงานนานถึงสามปี จนกระทั่งเขาอายุ 8 ขวบ จึงได้ถูกช่วยเหลือ โดยองค์กรสิทธิมนุษยชน และในช่วงเวลาต่อมา

โอม ปรากาช ได้มีส่วนช่วยเหลือในการก่อตั้งเครือข่าย Child Friendly Villages ขึ้นเพื่อช่วยคุ้มครองสิทธิเด็กๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคม นอกจากในเรื่องดังกล่าวแล้วเขายังมีส่วนร่วมในการสนับสนุน ให้มีการลงทะเบียนแจ้งเกิดให้กับเด็กๆ อีกด้วย (เพราะในสมัยนั้นเด็กๆ ชาวอินเดียมักถูกจับไปเป็นแรงงานเด็ก ไม่ก็บังคับให้แต่งงานกับผู้อื่นอย่างไม่สมยอม เพราะไม่ได้แจ้งเกิดหรือขึ้นทะเบียนบุคคลเอาไว้กับรัฐ)

ซึ่งสิ่งที่ โอม ปรากาช ได้ทำเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์นั้นส่งผลให้เขาได้รับรางวัล Children’s Peace ในขณะที่อายุ ได้ 13 ปี

3.แอน แฟรงค์ (Anne Frank)

เรื่องราวของ แอน แฟรงค์ (Anne Frank) ได้รับการบอกเล่าภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง ที่เล่าถึงความโหดร้ายของสงครามที่มนุษยชาติได้เผชิญ ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในค่ายกักกันชาวยิวในปี 1945 ไม่นานก่อนสงครามจะสงบ

สมุดบันทึกที่แอนเขียนได้รับการตีพิมพ์ โดย ออตโต้ แฟรงค์ (Otto Frank) พ่อของเธอ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวอันน่าเศร้าที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้เผชิญ รวมทั้งเป็นอนุสรณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายจากสงครามที่มนุษยชาติก่อขึ้นมาเพราะความเกลียดชังจนพรากเอาชีวิตที่บริสุทธิ์ไปอีกมากมาย

2. อิคบัล มาซี่ (Iqbal Masih)

อิคบัล มาซี่ เกิดที่ประเทศปาร์กีสถาน ขณะที่เพื่อนของเขาได้ไปเรียนกัน อิคบัล ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อไปทำงานในโรงงานผลิตพรม สถานที่ที่เด็กน้อยผู้นี้ต้องทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึงตอนเย็นเพื่อใช้หนี้ให้กับผู้ปกครองของเขา อิคบัล เคยหลบหนีจากการใช้แรงงานเถื่อนมาแล้วถึง 2 ครั้ง ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะได้เข้าร่วมกับกองกำลัง Bonded Labour Liberation Front (BLLF) ที่ต่อสู้ เพื่อปลดแอกเด็กๆ จากการถูกใช้แรงงาน

ในขณะที่อิคบัลอยูในกองกำลัง BLLF เขาได้ช่วยปลดแอกเด็กๆ จากการถูกนำไปใช้เป็นแรงงานทาสถึง 3,000 คน ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะถูกยิงจนถึงแก่ชีวิตในขณะที่อายุได้ 12 ปี

1. มาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai)

เด็กหญิงนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนคนนี้เป็นที่รู้จักของผู้คนจำนวนมาก จากการที่เธอพยายามต่อสู้เพื่อให้เด็กผู้หญิงในประเทศปากีสถานได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม ภายหลังจากที่พวกกองกำลังตาลีบันเข้ามาควบคุมพื้นที่ในประเทศปากีสถานและห้ามไม่ให้เด็กผู้หญิงเข้ารับการศึกษา

มาลาลา เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากสื่อต่างๆ ที่เข้ามาทำข่าวของเธอจากความพยายามในการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ก่อนที่ในเวลาต่อมาเธอจะได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ จากความพยายามในการต่อสู้เพื่อให้โอกาสทางด้านการศึกษากับเด็กผู้หญิงอย่างเท่าเทียม 

ในวันที่ 4 มิถุนายนที่กำลังจะถึงนี้เป็นวันที่ ทางสหประชาชาติได้รณรงค์ให้เป็น วันต่อต้านความรุนแรงในเด็ก เรื่องราวของเด็กๆ ที่ทาง Rabbit Daily ได้นำมาเสนอให้ผู้อ่านในครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างของเด็กๆ ที่ได้รับความรุนแรงในสังคมไม่ว่าจะเป็นทางด้านจิตใจหรือทางร่างกาย จนกระทั่งพวกเขาลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความถูกต้องในสังคมที่เลวร้าย


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon