5 โรคร้ายที่มาพร้อม อากาศร้อนตับแลบ

posted: 1 year ago
5 โรคร้ายที่มาพร้อม อากาศร้อนตับแลบ

comments

เราคนไทยก็คงจะรู้ดีนะคะว่า ประเทศไทยเรามี 3 ฤดู เท่านั้น คือ ร้อน ร้อนมาก และร้อนสุดๆไปเลย นั่นเอง!

ก็คงต้องทำใจนะคะ เพราะ เมืองไทยเรานี้ SO HOT แทบจะทุกพื้นที่จริงๆ ซึ่งนอกจากอากาศร้อนๆจะทำให้เรา เหงื่อไหลไคลย้อยแล้วเนี่ย มันยังเป็นสาเหตุของการเกิด 5 โรคร้ายเหล่านี้อีกด้วย จะมีอะไรและป้องกันได้อย่างไรบ้างไปดูกันค่ะ


โรคหน้าร้อน1

ทำไมร่างกายเราถึงเกิดความรู้สึกร้อนขึ้นมา

สาเหตุที่คนเรา รู้สึกร้อน  เพราะ มนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น หมายความว่า ร่างกายของคนเราจะต้องมีการปรับอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลานั่นคือ ระหว่าง  36.5-37 องศาเซลเซียสนั่นเอง

ดังนั้น ไม่ว่าอุณหภูมิอากาศภายนอกจะมากหรือน้อยอย่างไร ถ้าอุณหภูมิในร่างกายเราสูงกว่านี้ เราก็จะรู้สึกร้อนขึ้นมาทันที และร่างกายจะต้องปรับสมดุลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมให้ได้

  • หากอุณหภูมิร่างกายร้อนเกินไป

ระบบประสาท อัตโนมัติจะสั่งการให้เส้นเลือดจะขยายตัวขึ้นเพื่อระบายความร้อนผ่านเหงื่อที่ผุดออกมาเป็นเม็ดเล็กๆ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ปริมาณวันละ 400-1,000 ซี.ซี. โดยความชื้นในอากาศก็เป็นตัวการสำคัญที่ตัดสินว่าเหงื่อจะระเหยออกไปได้มากหรือน้อยเพียงใดนั่นเอง

  • หากอุณหภูมิในร่างกายเราเย็นเกินไป

เส้นเลือดจะหดตัวลงเพื่อไม่ให้สูญเสียความร้อน และจะมี อาการหนาวสั่น เพื่อผลิตความร้อนให้ร่างกายนั่นเอง

  • กลไกร้อน-หนาว มีความสัมพันธ์กับระดับน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย

เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะขาดน้ำจากการสูญเสียเหงื่อและไอเหงื่อ จนทำให้ระดับความเข้มข้นของเลือดและเกลือแร่ในร่างกายเข้มข้นเกินไป

ร่างกายจึงต้องปรับตัวโดยส่งสัญญาณไปที่ไตเพื่อบังคับให้ปัสสาวะน้อยลง เพื่อรักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร่ ขณะเดียวกันร่างกายก็จะรู้สึกอยากดื่มน้ำเพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป ซึ่งกลไกนี้จะเกิดขึ้นจนกว่าอุณหภูมิร่างกายจะเข้าสู่ภาวะปกตินั่นเอง


โรคหน้าร้อน2

“ร้อนก่อโรค” 5 โรคร้าย ที่มาพร้อม อากาศร้อนตับแลบ

1. ภาวะบวมจากความร้อน

ถ้าใครที่เคย ออกกำลังกาย ในที่ที่อากาศร้อนเป็นเวลานานหรือเสียเหงื่อมากๆ น่าจะคุ้นเคยกับอากาศมือบวมหรือเท้าบวมกันบ้างนะคะ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บเสมอไป แต่เกิดจากเจ้าความร้อนตัวร้ายนี้แหละค่ะ

สาเหตุและอาการของโรค

ในร่างกายเรามีเกลือในระดับ 135-145 ซึ่งเมื่อความร้อนทำให้เราเหงื่อออก เรามักจะเสียเกลือแร่บางส่วนไปกับเหงื่อ ซึ่งเมื่อตัวเรารู้สึกร้อน ส่วนต่างๆของร่างกายมักจะต้องการเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะ บริเวณปลายมือปลายเท้า

ซึ่งเมื่อระดับ โซเดียม ในเลือดต่ำกว่าน้ำ น้ำในร่างกายจึงกระจายเข้าสู่เซลล์ที่มีระดับโซเดียมเข้มข้นกว่าและไหลเวียนกลับได้ไม่ดีเพียงพอทำให้เกิดอาการบวมที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้านั่นเอง

วิธีการป้องกัน

ถ้าเป็นอาการบวมที่เกิดจากความร้อน ถือเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรงมาก เพียงแค่เราหลีกเลี่ยงความร้อนหรือที่ที่มีอุณหภูมิสูง มันก็จะค่อยๆยุบลงและหายไปเอง


โรคหน้าร้อน3

2. โรคผื่นแดด

โรคผื่นแดด หรือ ผื่นแพ้แสง (Photodermatitis) เป็นกลุ่มโรคผิวหนัง ที่เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วย แสงยูวี (Ultraviolet light) ในแสงแดด

สาเหตุและอาการของโรค

โรคผื่นแดด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากการทานยาบางชนิด การได้รับสาเคมีบางอย่าง โรคทางกายอื่นๆ หรือแม้แต่จากพันธุกรรม ซึ่งก็ยังไม่สามารถทราบสาเหตุได้แน่ชัด

ซึ่งอาการของโรคผื่นแดดจะ รุนแรงมากขึ้นเมื่อผิวหนังสัมผัสกับแสงแดด เช่น การทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือไปเที่ยวทะเล เป็นต้น โดยอาการของโรค คือ เมื่อเจอแดด จะทำให้ ผิวหนังเกิดเป็นผื่นแดง คัน และมีตุ่มแดงๆขึ้นตามร่างกายคล้ายเป็นผด

วิธีการป้องกัน

การรักษาที่ดีที่สุด คือ การทานยาตามสาเหตุของโรคที่เป็น และหลักเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่หนาเกินไป โดยควรใส่เสื้อบางๆเพื่อคลายความร้อนจะดีกว่า


โรคหน้าร้อน4

3. ภาวะตะคริวแดด

ตะคริวแดด (Heat Cramps) มักจะพบในคนที่ทำงานกลางแดด หรือออกกำลังกายหักโหมในขณะที่มีอากาศร้อนและจากการวิ่งออกกำลังกายในที่ร้อนๆเป็นระยะเวลานานๆ จนเหงื่อออกมาก

สาเหตุและอาการของโรค

เมื่อร่างกายของเราอยู่ใน ภาวะขาดน้ำ หรือระดับเกลือแร่ในร่างกายต่ำเกินไป บวกกับการใช้กล้ามเนื้อหนักเกินไป ก็จะทำให้เกิดการเป็นตะคริวขึ้นได้ และยิ่งอากาศร้อนๆแบบนี้โอกาสเป็นตะคริวแดดก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

โดยอาการก็จะคล้ายกับการเป็นตะคริวปกติ คือ กล้ามเนื้อกระตุก เกร็งและรู้สึกปวดหรือเจ็บบริเวณที่เป็นตะคริวอย่างมาก ซึ่งมักพบที่บริเวณช่วงขา แขนและหลัง

วิธีการป้องกัน

เมื่อมีอาการตะคริว ให้พยายามหยุดอยู่นิ่งๆ แล้วค่อยๆดื่มน้ำเพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป แต่ถ้าอาการหนักขึ้นและไม่หายภายในครึ่งชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที


โรคหน้าร้อน5

4. ภาวะเพลียแดด

โรคเพลียแดด หรือ ภาวะเพลียแดด (Heat Exhaustion) เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มักจะมาพร้อมกับอากาศร้อนจัดๆ เนื่องจากร่างกายของเราไม่สามารถปรับสภาพตามอากาศได้ทัน จึงเกิดอาการสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็วนั่นเอง

สาเหตุและอาการของโรค

ภาวะนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้เป็นปกติได้ เนื่องจากความร้อนที่มากเกินไป

ถ้าเมื่อไหร่ที่อากาศร้อนมากจนร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ไม่ถึง 40 องศาเซสเซียส อาการนี้เรียกว่า “เพลียแดด” แต่ถ้าสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และมีอาการชัก เกร็ง ซึม หรือหมดสติ อาการนี้จะเรียกว่า “โรคลมแดด”

อาการที่บ่งบอกว่าเป็นอาการเพลียแดด

ได้แก่ ปวดและมึนหัว คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียไม่มีแรง เป็นตะคริวและมีไข้ ผิวแห้งไม่มีเหงื่อ หอบหายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว และอาจมีอาการทางสมอง เช่น เห็นภาพหลอนสับสน หงุดหงิด ชักหรือหมดสติ

ซึ่งภาวะนี้ สามารถทำให้เกิดตับและไตวาย กล้ามเนื้อสลายตัว หัวใจเต้นผิดจังหวะ น้ำท่วมปอด เกิดลิ่มเลือดอุดตันในกระแสเลือด และช็อกได้

วิธีการป้องกัน

ถ้าร่างกายมีความร้อนสูงเกินไป ต้องพยายามทำตัวให้เย็นลง เช่น การหลีกเลี่ยงบริเวณที่อากาศร้อน พ่นละอองน้ำใส่ตัว ทานน้ำเย็น เป็นต้น แต่ถ้ามีอาการหนักก็ให้รีบส่งโรงพยาบาลโดยด่วน


โรคหน้าร้อน6

5. โรคลมแดด

อาการขั้นกว่าของภาวะเพลียแดด คือ โรคลมแดด (Heat Stroke) นั่นเอง โดย เมื่อปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดถึง 56 รายและ 40% เสียชีวิตในบ้านพัก เนื่องจากอากาศร้อนและไม่ถ่ายเทนั่นเองค่ะ

สาเหตุและอาการของโรค

โรคลมแดดมีสาเหตุคล้ายๆกับภาวะเพลียแดด คือ เกิดจากร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับความร้อนที่เกิดขึ้น จนเกิดภาวะวิกฤต โดยโรคลมแดดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

  • โรคลมแดดจาการออกกำลังกาย (Exertional Heat Stroke : EHS)
  • โรคลมแดดทั่วไป (Non-exertional Heat Stroke: NEHS)

อาการของโรคที่สำคัญ คือ

ตัวร้อน อุณหภูมิร่ายกาย 41 องศาเซลเซียส มีเหงื่อออกในกลุ่ม EHS และไม่มีเหงื่อออกในกลุ่ม NEHS และมีประวัติสัมพันธ์กับอากาศร้อนขณะทำกิจกรรมหรือออกกำลังกาย มีอาการเพ้อ ความดันเลือดลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆล้มเหลว กระสับกระส่าย มึนงง สับสน ชักเกร็ง หมดสติ

วิธีปฐมพยาบาล ผู้ป่วยโรคลมแดด เบื้องต้น

เมื่อพบผู้ป่วยโรคลมแดด ให้นำผู้ที่มีอาการเข้าในร่ม นอนราบ ยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด ถอดเสื้อผ้าและใช้น้ำเย็นประคบร่างกายหรือใช้พัดลมเป่าเพื่อระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาล

หน้าร้อนนี้ rabbit finance ก็อยากให้คุณผู้อ่านดูแลตัวเองกันดีๆนะคะ พกน้ำเย็นหรือพัดติดตัวไว้สักหน่อย ถ้าเดินในร่มได้ก็อยากให้เดินกันนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกคนค่ะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon