เลี่ยงซะ 5 กิจกรรมที่ทำให้ เสียสมาธิ ขณะขับรถ

posted: 1 year ago
เลี่ยงซะ 5 กิจกรรมที่ทำให้ เสียสมาธิ ขณะขับรถ

comments

การขับรถเป็นกิจกรรมที่ “ต้องใช้สมาธิ” เป็นอย่างมาก เพราะต้องใช้สายตาในการมองไปข้างหน้า กระจกข้าง กระจกหลัง รวมไปถึงใช้เท้าและมือในการบังคับทิศทางรถยนต์ให้ไปในเส้นทางที่ต้องการ ซึ่งถ้าเสียสมาธิ ย่อมเกิดอุบัติเหตุแน่ๆ


เสียสมาธิ ประกันรถยนต์

5 กิจกรรมที่ทำให้เสียสมาธิขณะขับรถ

วันนี้ rabbit finance ขอหยิบเอาเรื่องราวกิจกรรมที่คุณไม่ควรทำในขณะที่กำลังขับรถ เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุให้น้อยลง ซึ่งมีด้วยกันอยู่หลักๆ 5  กิจกรรม คือ

  • การคุยโทรศัพท์

การคุยโทรศัพท์ขณะที่คุณกำลังขับรถนั้น จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าปกติถึง 2 – 4 เท่า เพราะทำให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิ มีปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง การเหยียบเบรก และบังคับพวงมาลัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะช้าลงกว่าปกติ 0.5 วินาที รวมทั้งส่งผลต่อการมองเห็นป้ายบอกทาง หรือป้ายสัญลักษณ์

  • ทานอาหาร

ด้วยสภาพความเร่งรีบของคนในเมืองหลวง ทำให้หลายคนมักจะพกอาหารขึ้นมาทานบนรถยนต์เพื่อประหยัดเวลา การทานอาหารบนรถก็มีความเสี่ยง  เพราะต้องผละจากการควบคุมพวงมาลัยรถยนต์เพื่อใช้มือหยิบจับอาหาร ทำให้การควบคุมพวงมาลัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทำได้ช้าลง

  • การอุ้มเด็กนั่งตักขณะขับรถ

การมีเด็กมานั่งบนตัก ในขณะที่กำลังขับรถอยู่จะทำให้ประสิทธิภาพการขับรถลดลง เนื่องจากเด็กอาจเล่นพวงมาลัยหรือเกียร์ ทำให้คนขับสูญเสียสมาธิในการควบคุมรถ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะทำให้เด็กที่นั่งบนตักได้รับแรงกระแทกมากกว่า ซึ่งเป็นอันตรายกับตัวเด็กมากๆ ค่ะ ทางที่ดีควรให้เด็กนั่งที่เบาะข้างๆ หรือนั่งบนคาร์ซีท จะปลอดภัยกับเด็กและตัวคุณมากกว่า

  • การดู TV บนรถ

ความสว่างของจอภาพ รวมทั้งภาพที่เคลื่อนไหว เสียงจากทีวีหรือเพลง จะทำให้สมาธิในการขับรถของคุณลดลง และสนใจเหตุการณ์รอบตัวน้อยลง และเสียงยังกระตุ้นให้ขับรถเร็วขึ้นอีกด้วย

  • แต่งหน้าขณะขับรถ

สาวๆ นักขับ ที่ชอบแต่งเติมใบหน้าระหว่างขับรถนั้นต้องขอให้เลี่ยงกิจกรรมนี้เลยนะคะ เข้าใจว่าความสวยจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ แต่เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยก่อนนะคะ เพราะการแต่งหน้าบนรถ จะทำให้ความสนใจของเราไปจดจ่ออยู่กับกระจกแทน จนอาจลืมไปว่ากำลังขับรถอยู่


เสียสมาธิ ประกันรถยนต์

การ ขับรถ ต้องใช้พลังงานสมองอย่างมาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการขับรถระบุว่า “การขับขี่บนถนนแบบปกติต้องใช้พลังงานสมองมากถึง 85% ส่วนการส่งข้อความ หรือการพูดคุยกับผู้โดยสาร ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ แต่นั่นก็ทำให้ผู้ขับขี่ต้องใช้พลังงานสมองเป็นอย่างมากเหมือนกัน และก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ หากใช้พลังงานสมองจนเกินความสามารถ”

เมื่อขับรถ สมองของคุณต้องใช้พลังงานในการรับรู้ถึง 85% สมองของคุณจะไม่มีความสามารถในการทำสิ่งอื่นอย่างเต็มที่ได้แล้ว


เสียสมาธิ ประกันรถยนต์

การขับรถเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

ทุกวันนี้เราจะพบเห็นอุบัติเหตุบนท้องถนนกันอยู่บ่อยครั้ง เชื่อว่าไม่มีใครอยากประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ เราจึงมีแนวทาง การขับรถเพื่อลดอุบัติเหตุ มาฝากทุกท่านดังนี้ค่ะ

  • สมาธิ

การมุ่งสมาธิไปที่การขับรถ และหลีกเลี่ยงจากสิ่งรบกวนต่างๆ ในขณะที่กำลังจับพวงมาลัย เพื่อให้มีสมาธิจดจ่ออยู่ที่การขับรถ

  • มุมมอง

มุมมองของคนเรา เวลาที่ขับรถ คนทั่วไปมักจะไม่มองไปข้างหน้าในระยะไกลเท่าใดนัก พวกเขามักจะมองแค่ที่รถคันข้างหน้า แต่จริงๆ แล้ว ควรมองและสังเกตดูรอบๆ รถยนต์ เพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่บริเวณนั้นบ้างหรือไม่

  • ง่วงนักก็พักก่อน

เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะเหนื่อยล้าหรือเกิดจากฤทธิ์ยากดประสาทที่ทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน ให้หาที่จอดรถที่ปลอดภัยเพื่อพักสักงีบ หรือเปลี่ยนให้ผู้อื่นมาขับแทนจะปลอดภัยกับรถยนต์และคนในรถมากกว่า เพราะความง่วงจะทำให้ประสิทธิภาพการรับรู้และการตื่นตัวนั้นลดน้อยลง

การขับรถอย่างมีสมาธิ และไม่มีสิ่งใดมารบกวนจะเป็นการขับขี่ที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้การเดินทางของคุณและคนที่คุณรักปลอดภัย อย่าลืมแนะนำให้ทุกคนช่วยกันปฏิบัติตามนะคะ


avatar
by IN-Wsible
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon