6 กลุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นโรคลมแดดได้ง่ายๆ

posted: 1 year ago
6 กลุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นโรคลมแดดได้ง่ายๆ

comments

และแล้วฤดูร้อนก็กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้จริงๆแล้วประเทศไทยเราจะร้อนตลอดปีก็เถอะค่ะ ซึ่งในปี พ.ศ. 2561 นี้ ประเทศไทยได้เริ่ม เข้าสู่ฤดูร้อน ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 40-42 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

ในช่วงอากาศร้อนอบอ้าวขนาดนี้ ยิ่ง เพิ่มความเสี่ยง ที่เราจะป่วยเป็นโรค ลมแดด ลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ได้มากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยละค่ะ


โรคลมแดด (Heat Stroke) โรคร้ายที่มาพร้อมกับหน้าร้อน

ในทุกๆปีเรามักจะได้เห็นข่าวว่ามีคนเสียชีวิตจากโรคฮีสโตรก หรือ โรคลมแดดอยู่เป็นประจำ อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักระบาดวิทยา ระบุว่า

มีผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดเฉลี่ยปีละ 32 คน โดยในปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทยพบผู้เสียชีวิต  21 ราย โดยสาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส และไม่สามารถปรับตัวกับอากาศร้อนได้นั่นเอง

โรคลมแดด ร้ายแรงและอันตรายแค่ไหน?

โรคลมแดด เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะที่มีความร้อนสูงมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากกว่าปกติ และเมื่อไม่สามารถปรับสมดุลและระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ทัน จะทำให้อาการผิดปกติต่างๆขึ้น ซึ่งถ้าในกรณีที่รุนแรงมากๆ อาจจะทำให้เสียชีวิตได้

อาการของโรคลมแดด

อาการสำคัญของโรคลมแดด ได้แก่ ตัวร้อนและอุณหภูมิร่ายกาย 41 องศาเซลเซียส นอกจากนั้นผู้ป่วยจะมีอาการอื่นๆ เ่ช่น

  • อาการเมื่อยล้า อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • วิตกกังวล สับสน
  • ปวดศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ หน้ามืด
  • อาจมีอาการเพิ่มเติมเช่น
  • ภาวะขาดเหงื่อ
  • เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว
  • หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ซึ่งถ้าไม่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหรือรักษาโดยทันที อาจจะทำให้เสียชีวิตได้


โรคลมแดด1

6 กลุ่มคนเสียงเป็นโรคลมแดด

ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นโรคลมแดดได้ทั้งนั้น ถ้าร่างกายขาดน้ำหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนเป็นเวลานานเกินไป โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาเตือน ประชาชน 6 กลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคลมแดดมากกว่าผู้อื่นได้แก่

1. ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ไม่ว่าจะเป็น นักกีฬา ทหาร กรรมกรก่อสร้าง เกษตรกร เป็นต้น เพราะ บุคคลที่มีอาชีพข้างต้นมักจะทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานมากกว่าคนทั่วไป และเมื่อเราอยู่ในที่ที่อากาศร้อนเป็นเวลานาน เหงื่อของเราก็จะยิ่งไหลมาก เพื่อช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ แต่ถ้าเราเสียเหงื่อมากเกินไป อาจจะทำให้เราเกิด ภาวะขาดน้ำ ซึ่งยิ่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคลมแดดได้มากขึ้นนั่นเอง

2. เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและผู้สูงอายุ

สาเหตุที่ทำให้เด็กและผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเป็น Hyperthermia หรือ ภาวะตัวร้อนเกิน ได้มากกว่าคนวัยอื่น เพราะว่า เด็กๆนั้นจะตัวร้อนกว่าผู้ใหญ่ 3-5 เท่า ส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ร่างกายก็จะไม่สามารถปรับสมดุลได้ดีเท่าเดิมเช่นกัน ทำให้คนทั้ง 2 กลุ่มนี้เสี่ยงจะเป็นโรคลมแดดมากกว่าคนอื่นนั่นเอง

3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว 

สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง จะมีความเสี่ยงสูงกว่าบุคคลอื่น ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า เมื่อความดันหรือ หัวใของเราทำงานผิดปกติ มันก็จะส่งผลให้เลือดไหลเวียนในร่างกายได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงเพิ่มความเสี่ยงที่ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน และเป็นโรคลมแดดได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

4. ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน

ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน หรือ น้ำหนักตัวน้อยกว่ามาตราฐาน จะมีความเสี่ยงต่อการเป็น hyperthermia หรือ ภาวะตัวร้อนเกิน มากกว่าคนอื่น จึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดดมากกว่าค่ะ

5. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ

เมื่อเรา พักผ่อนน้อย เกินไป ร่างกายของเราก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่เช่นกัน โดยยิ่งถ้าเราต้องไปอยู่ในอากาศร้อนนานๆ ก็อาจจะทำให้ร่างกายเราไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ทัน และป่วยเป็นโรคลมแดดในที่สุด

6. ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก

แอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่จะทำให้ร่างกายของเราเกิด hyperthermia หรือ ภาวะตัวร้อนและภาวะขาดน้ำได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานไม่ปกติและร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าที่ควรนั่นเอง


เราจะป้องกันและปฐมพยาบาลโรคลมแดดได้อย่างไร

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้ข้อมูล การช่วยเหลือ ผู้ป่วยโรคลมแดด ไว้ 5 ขั้นตอน ได้แก่

1. นำผู้ป่วยเข้าร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง ถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออกถ้าผู้ป่วยหมดสติให้เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง จัดให้นอนท่าตะแคงเพื่อป้องกันลิ้นตกและป้องกันการสำลัก

2. เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำเย็น หรือสเปรย์ร่างกายด้วยน้ำแล้วเป่าลม

3. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือน้ำแข็งประคบตามซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ

4. หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเปียกคลุมตัวผู้ป่วย เพราะ จะขัดขวางการระเหยของน้ำออกจากร่างกาย

5. รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

วิธีการป้องกันตัวไม่ให้เป็นโรคลมแดด

สำหรับวิธีป้องกันตัวไม่ให้เป็นโรคลมแดด ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ เพียงแค่หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน หรือหากมีความจำเป็นที่ต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน หรือ ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่บ่อยๆ

เราแนะนำให้คุณกางร่ม หรือ ใส่หมวกป้องกันแดด และหมั่นจิบน้ำ หรือดื่มน้ำเยอะๆตลอดทั้งวัน โดย้องรอให้มีอาการหิวน้ำ หรือกระหายน้ำก่อน เท่านี้คุณผู้อ่านก็จะสามารถห่างไกลการเป็นโรคลมแดดในหน้าร้อนแบบนี้ได้สบายๆแล้วค่ะ

 


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon