6 ปัจจัยที่ทำให้ค่าน้ำมันรถของคุณแพงกว่าที่คิด

posted: 1 year ago
2,391 views
6 ปัจจัยที่ทำให้ค่าน้ำมันรถของคุณแพงกว่าที่คิด

comments

ในขณะที่สหรัฐอเมริกาวัดค่าครองชีพหรือดัชนีชี้วัดฐานเศรษฐกิจด้วย “แฮมเบอร์เกอร์” พวกเราชาวไทยมักจะเลือกใช้ “ไข่ไก่” หรือ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” เป็นดัชนีชี้วัด ว่าค่าครองชีพสูงขึ้น ข้าวยากหมากแพงรุนแรงแค่ไหน

ในปัจจุบัน ราคาน้ำมัน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ชาวไทยใช้กำหนดสภาพเศรษฐกิจ เพราะทุกวันนี้ราคาน้ำมันมีทีท่าแต่จะสูงขึ้น ไม่มีแววว่าจะลดลงบ้างเลย ทำเอาประชาชนอย่างเราต้องบ่นอิดออดบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แรบบิทไฟแนนซ์ จึงอยากมาแนะนำเพื่อนๆที่อาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังเทเงินออกนอกกระเป๋าตังค์ไปกับค่าน้ำมันมากแค่ไหน

หลายๆคนมักคิดง่ายๆเรื่องการประหยัดน้ำมัน ใช้ตัวเลือกถูกๆ บรรทุกของไม่ให้มากเกินไป ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ผิดเลย แต่ก็มีเหตุผลต่างๆมากมายที่คุณคาดไม่ถึงว่าจะส่งผลกับอัตราการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิงในรถยนต์ของคุณ

เราหยิบเอา 6 ปัจจัยตัวอย่างที่หลายๆคนคงคาดไม่ถึงมา ลองอ่านแล้วถามตัวเองดูว่าพฤติกรรมปกติที่เราทำ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้เราได้มากน้อยแค่ไหน


น้ำมันแพง

6 ปัจจัยที่ทำให้ค่าน้ำมันของคุณสูงเกินคาด

 1.รถของคุณบรรทุกน้ำหนักมากเกินไป

หลายๆคนคิดว่าในรถยนต์ส่วนตัวของเราต้องมีของอะไรติดไว้บ้าง ในกรณีฉุกเฉินหรือเพื่อความพร้อม อะไหล่และอุปกรณ์ช่างเช่นยางสำรอง แม่แรง สายจั้มพ์แบตเตอรี่ หรือ อุปกรณ์อื่นๆที่มีความจำเป็นต้องมีติดรถยนต์ เอาไว้เสมออยู่แล้ว ในขณะที่ของเล็กๆน้อยๆบางชิ้น ก็อาจจะกินน้ำหนักมากกว่าที่คุณคิดก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นขยะ ของชำร่วย หรืออุปกรณ์ที่ติดรถยนต์ไปต่างจังหวัดด้วยเมื่อครั้งที่ผ่านมา อาจจะยังกองรวมกันอยู่หลังท้ายรถยนต์ของคุณ ซึ่งเป็นการเพิ่มน้ำหนักและแรงหน่วงเพิ่มเติมให้กับรถยนต์ไปโดยปริยาย การมีของติดรถยนต์เอาไว้มากๆ อาจจะทำให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่นั่นอาจหมายถึงค่าน้ำมันที่สูงขึ้นไปโดยปริยาย

2.ชอบเปิดหน้าต่างพร้อมเปิดแอร์รถยนต์ไปด้วย

แม้จะเป็นพฤติกรรมที่ไม่ได้พบเห็นกันบ่อยๆในประเทศไทย แต่ก็มีผู้ขับขี่หลายๆท่านที่ชื่นชอบการเปิดหน้าต่างขณะเวลาขับขี่ เพื่อให้อากาศถ่ายเทในรถยนต์ได้มากยิ่งขึ้น ซ้ำยังเปิดแอร์ไปในระหว่างการขับขี่ด้วย (เพราะอากาศประเทศไทยมันร้อน) จริงๆแล้วเป็นการทำร้ายทรัพย์สินของคุณมากกว่าเดิมด้วย

โดยปัจจัยที่ทำให้รถยนต์กินน้ำมันมากขึ้นประกอบไปด้วย

  • การเปิดเครื่องทำอากาศจำเป็นต้องอาศัยน้ำมัน
  • การเปิดหน้าต่างทำให้แรงหน่วงของรถยนต์มากขึ้น (ต้านลม หน่วงลมมากยิ่งขึ้น)

ดังนั้น การเปิดแอร์รถยนต์และหน้าต่างไปพร้อมๆกันจะทำให้อัตราเผาไหม้น้ำมันของคุณสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเราแนะนำว่าการขับขี่ในความเร็วต่ำ (รถติด) แรงหน่วงจากการเปิดหน้าต่างจะต่ำ ควรใช้วิธีเปิดหน้าต่าง แต่ในการขับขี่ที่มีความเร็ว (ออกต่างจังหวัด) ไม่ควรเปิดหน้าต่าง เพราะแรงหน่วงจะสูงและกินน้ำมันมาก


ยางรถยนต์

 3.ยางเก่า ยางบวม ยางเสื่อมสมรรถภาพ

การตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะยางรถยนต์เปรียบได้เสมือนกับขาทั้งสองข้างของมนุษย์ เมื่อใดที่ขาหัก ขาเจ็บ หรือประสบอุบัติเหตุกับขา ร่างกายของเราก็จะต้องทำงานหนักขึ้น เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ เพราะยางรถยนต์เป็นสิ่งเดียวที่มีผิวสัมผัสกับท้องถนน การที่ ยางรถยนต์ของเราเติมลมยางไม่พอ ทำให้ยางอ่อนและแบนราบเวลารถยนต์วิ่ง และยิ่งมีผิวสัมผัสมาก = มีแรงเสียดทานมาก ซึ่งเป็นการกินน้ำมันเพิ่มเติมไปด้วยนั่นเอง

ผลการวิจัยตั้งแต่ปี  2008 ค้นพบว่าการที่ยางรถยนต์มีค่า  PSI ต่ำกว่ามาตรฐาน  10 หน่วย ส่งผลต่ออัตราการเผาผลาญน้ำมันสูงถึง 2.5%



4.ไม่เคยจดบันทึกระยะทางกับการใช้รถ

การจดบันทึกระยะทางกับปริมาณน้ำมันที่ใช้ ถือเป็นตัวเลือกที่ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพฤติกรรมปกติที่เราใช้รถยนต์เป็นอย่างไร แม้ว่าการเติมน้ำมันให้เต็มถังจะเป็นการสิ้นเปลืองในหลายๆครั้ง แต่การมีเศษขาดเหลือนิดหน่อยติดรถยนต์ไว้ ก็เพื่อรักษาความปลอดภัยในระยะยาว

การจดบันทึกระยะทางกับปริมาณน้ำมัน ควรเริ่มจาก 

  • จดระยะจากจุด ก ไปยัง จุด ข ว่า ใช้น้ำมันกี่ลิตร (ไม่ใช่กี่บาท)
  • จดว่าถังน้ำมันของคุณสามารถจุน้ำมันได้เท่าไหร่ เมื่อคุณรู้แล้วว่าตารางปกติสำหรับการใช้งานรถยนต์ของคุณ จะทำให้คุณสามารถเติมน้ำมันให้พอดีกับระยะทางได้

การเติมน้ำมันให้เต็มถัง แม้จะดีเมื่อราคาน้ำมันไม่สูง แต่การพกน้ำมันที่ไม่ได้ใช้ไปด้วยระหว่างการเดินทางปริมาณมากอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่ ลองคิดภาพว่าคุณอยากเดินทางไกล ระหว่างแบกน้ำพอดื่มกับแบกน้ำเผื่อหลายสิบลิตร คุณคงไม่เลือกแบกน้ำมากเกินไปใช่ไหม?

วางแผนการเดินทาง

 5. ไม่รู้จักวางแผนการเดินทาง

การวางแผนคือสิ่งสำคัญ ทั้งค่าใช้จ่ายและการเดินทาง บริหารค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาและเตรียมการเผื่อล่วงหน้าจะช่วยให้การใช้งานรถยนต์ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องมาคอยพะวงหน้าพะวงหลังว่าน้ำมันของคุณจะหมดเมื่อไหร่ หรือ อย่างน้อยๆ คุณก็จะทราบว่าคุณควรเติมน้ำมันเมื่อไหร่ และกำหนดตารางค่าใช้จ่ายให้พอดีกับรายได้

6.ไม่เคยใช้โปรโมชั่นและของสมนาคุณต่างๆ (บัตรเครดิต)

หลายๆคนคงคุ้นเคยกับภาพปั้มน้ำมันมีน้ำดื่มแถมให้เป็นปกติ แต่จริงๆแล้วยังมีโปรโมชั่นหรือสิทธิพิเศษสมนาคุณจากอีกมากมาย ที่ช่วยประหยัดค่าน้ำมันให้คุณได้ เช่นคูปองพิเศษ สิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิกร้านค้า หรือบัตรเครดิตต่างๆ ที่มักจะมาในรูปแบบของส่วนลดค่าน้ำมันในแต่ละครั้งที่ใช้งาน

ไม่ว่ารถยนต์ของคุณจะใช้ น้ำมันเบนซิน 95 ดีเซลล์ หรือ E20 ก็มีทีท่าว่าราคาจะสูงขึ้นทุกสัปดาห์ ทีละเล็กทีละน้อยกลายมาเป็นภาระก้อนใหญ่ การเป็นเจ้าของรถยนต์ไม่ได้มีแต่ข้อดี ค่าดูแลรักษารถยนต์ ค่าประกันภัยรถยนต์ ภาษีรถยนต์ ล้วนเป็นความรับผิดชอบในการมีรถยนต์ทั้งสิ้น เราจึงควรมองหาวิธีบริหารค่าใช้จ่ายไว้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ความประหยัด กลายมาเป็นการอดออมที่จะออกดอกออกผลในอนาคตอย่างแน่นอน

แรบบิท ไฟแนนซ์มอบข้อเสนอพิเศษ สมัครบัตรเครดิตธนชาต รับส่วนลดในการเติมน้ำมัน ทั่วโลก!

 

 


avatar
by doubleP

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon