6 เคล็ดลับ ช่วยดูแลสีรถยนต์หน้าฝน

posted: 1 year ago
6 เคล็ดลับ ช่วยดูแลสีรถยนต์หน้าฝน

comments

ในแต่ละฤดูวิธีดูแลรถยนต์ก็มักจะแตกต่างกันออกไป ยิ่งพูดถึงหน้าฝนทีไร เรายิ่งต้องสรรหาวิธีดูแลรถยนต์มากเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าถ้าให้บอกเคล็ดลับทั้งหมดก็คงจะจดกันไม่หวาดไม่ไหว งานนี้เราจึงจะมาเจาะลึก เรื่องการดูแล สีรถยนต์ โดยเฉพาะ

 รู้หรือไม่ ? ว่าสายฝนที่โปรยปรายในฤดูฝนสามารถทำร้ายสีรถได้มากกว่าที่คิด และยังไม่พอ ความเชื่อผิดๆ ของคุณนั่นแหละที่ทำให้สีรถแย่ยิ่งกว่าเก่า

เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาดู 6 วิธีการถนอมสีรถในฤดูฝน ให้คุณ เตรียมพร้อมออกทริปฤดูฝนได้อย่างมั่นใจ จะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อมกันเลย


ล้างรถหน้าฝน

6 เคล็ดลับ ช่วยดูแลสีรถยนต์หน้าฝน

1. หมั่นล้างรถ

หน้าฝน ล้างรถทำไมเสียเวลา เดี๋ยวรถก็เลอะ” นั่นเป็นความเชื่อที่ผิดโดยสิ้นเชิง ความเชื่อที่ถูกต้อง คือ ยิ่งหน้าฝนต้องยิ่งล้างรถ เพราะถ้าหากคุณไม่ล้างรถนาน ๆ จะก่อให้เกิดคราบฝุ่นฝังแน่นจนทำร้ายสีรถได้

ที่บอกแบบนี้เพราะ ฝนที่ตกลงมาในสมัยนี้นั่นไม่ใช่สะอาดรองดื่มได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ฝนนั้นมาพร้อมกับสารพิษที่มีฤทธิ์เป็นกรดเจือปนมาด้วย โดยเฉพาะในเขตอุตสาหกรรมหรือในกรุงเทพฯ

กล่าวคือ เจ้ากรดที่มากับสายฝนโปรยปรายพวกนี้แหละ คือ วายร้ายตัวการสำคัญที่กัดกร่อนสีรถของคุณโดยตรงเลยล่ะ

2. ล้างรถให้ถูกวิธี

ต่อให้คุณล้างรถแล้ว แต่การล้างรถในหน้าฝนนั้นมีวิธีการอันละเอียดอ่อนอย่างคาดไม่ถึง นั่นก็คือ เมื่อขับรถฝ่าฝนมา อย่าเพิ่งใช้ผ้าแห้งเช็ดรถยนต์ทันที เนื่องจากฝุ่นผงที่ปนอยู่ในน้ำฝน เมื่อเจอผ้าแห้งจะทำให้ครูดสีรถคุณให้เป็นรอยได้

ดังนั้น การล้างรถที่ถูกต้องสำหรับรถที่ตากฝนมาใหม่ ๆ ก็คือ คุณจะต้องใช้สายยางฉีดน้ำให้ทั่วรถก่อน จากนั้นจึงใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกที แค่นี้สีรถคุณก็จะปลอดภัยแล้ว อย่าลืมว่าห้ามล้างรถตอนหัวค่ำเด็ดขาด เพราะอาจจะมีความชื้นเกาะสีรถจนนำไปสู่สนิมได้


 จอดรถใต้ต้นไม้

3. จอดรถให้ไกลจากต้นไม้

การจอดรถใต้ต้นไม้เพื่ออาศัยร่มเงานั้น เป็นหนึ่งในความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับรถ เพราะคนเรานั้นหวังให้ร่มเงาของต้นไม้ช่วยปกป้องรถเราให้พ้นจากฝนและแดด แต่ในความเป็นจริงแล้ว

คุณควรหลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ในหน้าฝน โดยเฉพาะต้นไม้ที่มียาง เกสร ดอก หรือผล เนื่องจากหน้าฝนแบบนี้ เราไม่มีทางคาดเดาได้ว่า พายุจะเข้าเมื่อไหร่ ลมจะแรงวันไหน

หากเรา จอดรถไว้นาน ๆ ใต้ต้นไม้ อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อลมพัดกรรโชกแรง ๆ ทำให้ต้นไม้หัก ผลร่วงลงมา หรือยางเกสร ตกลงมา ทำให้รถยนต์เสียหาย เกิดคราบ และรอยต่าง ๆ ที่ยากต่อการทำความสะอาด

4. ห้ามจอดรถกลางแดดเปรี้ยง

หลังจากรถเปียก สิ่งที่ทุกท่านชอบทำคือ การจอดรถตากแดดจัดๆ รถจะได้แห้งไวๆ แต่รู้หรือไม่ว่าหายนะสำหรับสีรถกำลังจะมาเยือนคุณ

เพราะ การจอดรถตากแดด จะเป็นการทำร้ายสีรถซ้ำหนักเข้าไปอีก เนื่องจากแสงแดดจะทำให้คราบน้ำฝนแห้ง เป็นคราบฝังตัวแน่น และอาจกัดกร่อนลงลึกถึงเนื้อสีได้

 


เคลือบสีรถยนต์

5. เคลือบสีรถ

อย่างที่ว่ากันไว้ว่าน้ำฝนจะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ จึงทำให้เกิดการกัดตัวสีของตัวถังไปได้ แต่เมื่อเรามีการ เคลือบสีรถยนต์ ก็จะเหมือนมีการเคลือบแผ่นฟิล์มบาง ๆ เอาไว้ที่ตัวรถ น้ำฝนจะไม่สามารถกัดกร่อนมาถึงตัวสีของรถจริง ๆ ได้

อีกทั้ง การเคลือบสีรถยังสามารถช่วยลดเรื่องของการเกิดคราบ และทำให้ล้างรถได้ง่ายขึ้นอีก ในขณะที่การไม่เคลือบสีรถนั้น อาจจะก่อเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้อีกเพียบ

6. ไม่ควรละเลยสีตัวถังที่มีรอยถลอก

ยิ่งเป็นหน้าฝน ถนนก็ยิ่งลื่นก่อให้เกิดอุบัติเหตุและการเฉี่ยวชนได้ง่าย หาก เกิดการเฉี่ยวชน รถก็อาจจะได้แผลเล็ก แผลใหญ่แตกต่างกันไป

แต่รู้หรือไม่ ถ้าหากคุณปล่อยรถให้สีถลอกต่อไป เพื่อรอให้หมดหน้าฝนก่อนค่อยไปทำสีรอบคันครั้งเดียว นั่นเป็นตัวเลือกที่ผิดมหันต์

เพราะเพียงแค่ แผลสีถลอก ชนิดเปิดหน้าเหล็กด้านในให้เห็น คราบน้ำจะไปสะสมที่เนื้อเหล็กโดยตรง หากใช้ไปนาน ๆ อาจทำให้สีบริเวณปูด และลอกออกเป็นแผ่น ๆ ได้ 

เพียงแค่คุณปฏิบัติตามทั้ง 6 ข้อนี้ สีรถของคุณก็จะเงางามเหมือนใหม่ตลอดเวลา นอกจากได้รถที่มีสีสวยเหมือนรถใหม่แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินค่าดูแลรักษาเมื่อเกิดการสึกหรอไปได้อีกเยอะ อย่าลืมนะคะ ถึงแม้ฝนจะตกแค่ไหนก็ห้ามละเลยการล้างรถ มิเช่นนั้นสีรถของคุณอาจจะสึกหรอได้

นอกจากดูแลสีรถกันแล้ว อย่าลืมดูแลชีวิตและทรัพย์สินของเราในทุก ๆ การขับขี่ ด้วยการซื้อประกันรถยนต์ติดรถไว้ รับรองว่าได้ความคุ้มครองเกินคุ้ม

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Carsome Thailand ช่องทางการขายรถที่เร็วที่สุดในขณะนี้!


avatar
by kanokwan
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon