เข้าครัวทำ 7 เมนูง่ายๆ ตามรอยพระกระยาหารว่างทรงโปรด ของในหลวง ร.9

posted: 1 year ago
1,427 views
เข้าครัวทำ 7 เมนูง่ายๆ ตามรอยพระกระยาหารว่างทรงโปรด ของในหลวง ร.9

comments

อย่างที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตรองให้ยุ่งยาก เห็นได้ชัดจากเรื่อง พระกระยาหาร และ พระกระยาหารว่าง ที่ผู้ถวายงานใกล้ชิดในหลวง ร.9 ต่างบอกเล่าเป็นเสียงเดียวกันว่าล้วนแต่เป็นเมนูที่ทำง่าย หาทานง่าย และเป็นเมนูที่มีประโยชน์จากสารอาหารอย่างครบถ้วนก็เพียงพอแล้ว


 


นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าปรากฎอยู่ในสิ่งพิมพ์หลายฉบับ อาทิ ส่วนหนึ่งในคำนำหนังสือ ‘ดอยคำ ของว่าง เครื่องดื่ม ดอกไม้’ ของ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ( 12 สิงหาคม 2547) ที่กล่าวว่า “เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระเครื่องว่าง มาปรากฎในหนังสือเล่มนี้ ทำให้ได้ทราบกันว่า พระกระยาหารนั้นใช้ของธรรมดาๆ ที่มีคุณประโยชน์ ไม่ต้องมีสิ่งที่แต่ก่อนแกล้งเรียกกันว่า ‘หนวดเต่า เขากระต่าย’ ซึ่งหายากและแพง ถ้ามีขาย…” อาทิ สาคูไส้ปลา, พัฟไส้ปลาทูน่าลูกเกด, ข้าวเม่าทอด, ฮะเก๋า และจุ๋ยก้วย (ขนมถ้วยจีน) ซึ่งเป็นอาหารที่ราษฎรทั่วไปก็หาทานได้


พระกระยาหารว่าง


พระกระยาหารว่าง


พระกระยาหารว่าง


อีกเล่มคือ หนังสือ ‘ใกล้เบื้องพระยุคลบาท’ ที่เขียนโดย ลัดดา ซุบซิบ (3 มิถุนายน 2545 /ผู้จัดการรายสัปดาห์) ที่เล่าเรื่องราวพระกระยาหารทรงโปรดเอาไว้ว่า “ขออย่าได้แปลกใจไปเลยที่เมนูพระกระยาหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ละมื้อหาได้วิเศษเลอเลิศอย่างที่เข้าใจกันไม่ แต่เป็นอาหารธรรมดาที่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั้งหลานบริโภคกันทุกวันนั่นเอง”  ซึ่งพระกระยาหารว่างที่ปรากฎก็มี กล้วยหักมุกเชื่อม และ ตะโก้  เพื่อนๆ เห็นไหมล่ะคะว่าพระมหากษัตริย์ของพวกเราทรงเป็นต้นแบบความเรียบง่ายและพอเพียงอย่างแท้จริง และในวันนี้ rabbit daily ก็จะชวนเพื่อนๆ เข้าครัว ทำเมนูของว่าง-ของหวานตามรอยพระกระยาหารว่างของในหลวง ร.9 รับรองว่าอร่อยทุกเมนู และทำง่ายสุดๆ เลยล่ะค่ะ


สาคูไส้ปลา

credit : http://www.foodtravel.tv/recipe.aspx?viewid=939
credit : http://www.foodtravel.tv/recipe.aspx?viewid=939

ส่วนผสม

  • สาคูสีขาว
  • ปลาช่อนสดย่างแกะเนื้อ
  • หอมแดงซอย
  • ถั่วลิสงคั่วบด
  • รากผักชี
  • พริกไทยเม็ด
  • กระเทียม
  • เครื่องปรุงรส (เกลือป่น / น้ำตาลทราย / น้ำปลา)
  • น้ำเปล่า
  • น้ำมันพืช
  • ผักเคียง (กระเทียมเจียว ผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนู)

วิธีทำ

  1. นำสาคูใส่กระชอน ล้างน้ำให้สะอาด แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นเทลงในภาชนะ เติมน้ำเปล่าลงไป เคล้าให้เข้ากัน แล้วปิดฝาพักไว้ 1-2 ชั่วโมง
  2. โขลกเนื้อปลาให้ละเอียดและฟู จากนั้นนำไปพักไว้
  3. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย ให้ละเอียดเข้ากัน
  4. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใส่รากผักชี กระเทียม และพริกไทยที่โขลกไว้ลงไปผัดจนหอม จากนั้นใส่เนื้อปลาและหอมแดงลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย เกลือป่น น้ำปลา แล้วใส่ถั่วลิสงลงไป ผัดจนเข้ากันดี ก็พักไว้ให้เย็น แล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ
  5. กดสาคูให้เป็นแผ่นแบน ใส่ไส้ที่ปั้นไว้ลงไป แล้วปั้นให้กลม จากนั้นวางเรียงในลังนึ่ง แล้วนึ่งไว้ราวๆ 10 นาที ก็ตักเสิร์ฟพร้อมผักเคียงได้เลยจ้า

พัฟไส้ปลาทูน่าลูกเกด

พระกระยาหารว่าง
credit : https://cooking.kapook.com/view158274.html

ส่วนผสมแป้ง

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์
  • เกลือป่น
  • น้ำเปล่า
  • น้ำมันพืช

ส่วนผสมไส้ปลา

  • เนื้อปลา ทูน่า โขลกละเอียด
  • ลูกเกด
  • หอมแดงซอย
  • น้ำตาลปี๊บ
  • เกลือป่น
  • รากผักชีซอย
  • กระเทียม
  • พริกไทยป่น
  • ข่าซอย
  • ถั่วลิสงคั่วป่น
  • น้ำมันพืช

วิธีทำ

  1. ทำไส้ปลา โดยการโขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย และข่า ให้ละเอียด
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป ใส่เครื่องโขลกลงไปผัดให้หอม ใส่หอมแดงซอยและเนื้อปลาที่โขลกไว้ลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และเกลือป่น จากนั้นใส่ลูกเกดลงไป ผัดต่อให้ค่อนข้างแห้ง แล้วใส่ถั่วลิสงลงไปผัดรวมกันอีกครั้ง พักให้เย็น แล้วปั้นเป็นก้อนกลมรี
  3. ต่อมาทำแป้ง ด้วยการร่อนแป้งลงในกะละมัง ตามด้วยเกลือละลายน้ำ และเติมน้ำมันพืชลงไป นวดแป้งให้เข้ากัน แล้วพักไว้ประมาณ 20-30 นาที
  4. จากนั้นแบ่งแป้งเป็นก้อนกลมเล็ก แผ่ให้บาง แล้ววางไส้ตรงกลาง ประกบขอบแป้งเข้าหากันให้สนิท ขลิบขอบให้สวยงาม
  5. ตั้งกระทะด้วยไฟปานกลาง ใส่น้ำมันแล้วรอจนเดือด นำพัฟที่ปั้นไว้ลงไปทอด จนสุก และเหลืองกรอบ ก็ตักขึ้นมาทานเล่นเพลินๆ ได้เลยจ้า

ข้าวเม่าทอด

credit : http://kroechtaitoblogger.blogspot.com/2012/06/blog-post_1736.html
credit : http://kroechtaitoblogger.blogspot.com/2012/06/blog-post_1736.html

ส่วนผสม

  • กล้วยไข่สุกงอม
  • ข้าวเม่า
  • มะพร้าวขูด
  • น้ำเปล่า
  • น้ำตาลปี๊บ
  • แป้งข้าวเจ้า
  • หัวกะทิ
  • เกลือป่น
  • น้ำปูนใส
  • ไข่ไก่
  • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำ

  1. แบ่งข้าวเม่าไปคั่วด้วยไฟอ่อนจนพองกรอบ แล้วตำเบาๆ ให้แตก
  2. นำข้าวเม่าที่เหลือผสมกับน้ำแล้วนวดให้พอนุ่ม ใส่มะพร้าวขูด และน้ำตาลปี๊บตามลงไป จากนั้นนวดให้ละลายเข้ากัน แล้วใส่ข้าวเม่าที่คั่วไว้ลงไป นำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ แล้วกวนให้เหนียวจนสามารถปั้นเป็นก้อนได้
  3. ต่อไปก็ทำแป้งชุบฝอย โดยผสมแป้งข้าวเจ้า หัวกะทิ เกลือ และน้ำปูนใส แล้วนวดจนส่วนผสมข้นเหนียวและละลายเข้ากัน จากนั้นก็พักไว้
  4. นำกล้วยมาห่อด้วยข้าวเม่าที่ผสมไว้
  5. ตั้งกระทำใส่น้ำมันจนเดือดดี นำกล้วยชุบลงในส่วนผสมแป้ง แล้วนำลงไปทอดจนเหลืองกรอบ ก็ยกขึ้นเสิร์ฟได้แล้ว
  6. ถ้าใครอยากได้ฝอยข้าวเม่า ก็ให้ใช้มือจุ่มแป้งแล้วโรยลงในกระทะในขณะที่กำลังทอดกล้วยอยู่ แล้วใช้ตะหลิวเขี่ยมารวมกันเป็นแพ พอเริ่มเหลืองกรอบก็ตักขึ้นวางบนกล้วยข้าวเม่าได้เลย

 



กล้วยเชื่อม

credit : http://www.goodlifeupdate.com/15931/healthy-food/recipe/recipe-dessert2122015-1/
credit : http://www.goodlifeupdate.com/15931/healthy-food/recipe/recipe-dessert2122015-1/

ส่วนผสม

  • กล้วย หักมุกห่ามๆ
  • น้ำตาลทรายขาว
  • น้ำเปล่า
  • เกลือป่น

วิธีทำ

  1. นำกล้วยหักมุกที่ได้มาปอกเปลือก แล้วหั่นกล้วยเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นก็นำไปแช่ในน้ำเปล่าที่ผสมเกลือไว้ ประมาณ 5-10 นาที
  2. ตั้งกระทะทองเหลืองจนร้อน ใส่น้ำเปล่าและน้ำตาลทรายลงไป คนเบาๆ จนน้ำตาลละลาย แล้วก็เบาไฟ
  3. จากนั้นนำกล้วยหักมุกที่เตรียมไว้ลงไปเชื่อมด้วยไฟกลางๆ หมั่นตักฟองออกเรื่อยๆ ถ้าเหนียวมากก็เติมน้ำเปล่าและน้ำตาลที่เหลือลงไปอีก
  4. คอยพลิกกล้วยให้สุกทั่วทั้งชิ้น เมื่อกล้วยเชื่อมเป็นสีเหลืองสดใสเป็นอันใช้ได้ ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟเลยจ้า ใครอยากทานคู่กับกะทิก็ลองซื้อกะทิสำเร็จรูปมาเทเติมลงไปได้นะคะ

ตะโก้

credit : http://www.foodtravel.tv/recipeindex.aspx?search-tags=ตะโก้
credit : http://www.foodtravel.tv/recipeindex.aspx?search-tags=ตะโก้

ส่วนผสม

  • แป้งมัน
  • แป้งข้าวเจ้า
  • แห้ว
  • มะพร้าวอ่อน
  • น้ำใบเตย
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำเปล่า
  • กะทิ
  • น้ำตาลทราย
  • เกลือป่น

วิธีทำ

  1. หั่นแห้วเป็นลูกเต๋าเล็กๆ แล้วนำไปต้มพอสุก จากนั้นก็หั่นมะพร้าวอ่อนเป็นชิ้นเล็กๆ ตามชอบ
  2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และน้ำตาลทราย ลงในหม้อผสม จากนั้นก็เติมน้ำใบเตยลงไป แล้วคนจนส่วนผสมทั้งหมดเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. ยกหม้อผสมขึ้นตั้งไฟ แล้วกวนไปเรื่อยๆ จนแป้งเริ่มเหนียว
  4. ใส่แห้ว และมะพร้อมอ่อนที่เตรียมไว้ลงไป คนอีกครั้งจนเข้ากัน แล้วตักหยอดลงในถ้วยหรือกระทงที่เตรียมไว้
  5. ตักส่วนผสมกะทิหยอดลงบนขนมตะโก้ให้สวยงาม ตกแต่งด้วยข้าวโพดหรือเผือกเล็กๆ น้อยๆ  แค่นี้ก็พร้อมทานแล้ว

ฮะเก๋า

พระกระยาหารว่าง
credit : http://www.crazyhuahua.com/1831

ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเจ้า
  • แป้งมัน
  • น้ำต้มสุก
  • น้ำมันพืช
  • กุ้งสับ
  • มันหมูสับ
  • หน่อไม้หั่นเต๋า
  • ไข่ขาว
  • เกลือ
  • พริกไทย

วิธีทำ

  1. ผสมเนื้อกุ้งกับไข่ขาวเข้าด้วยกัน แล้วปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
  2. ใส่มันหมูและหน่อไม้ลงไป คลุกเคล้าให้ทั่ว แล้วพักไว้ในตู้เย็น
  3. ร่อนแป้งข้าวเจ้า และแป้งมันเข้าด้วยกัน ใส่น้ำต้มสุก แล้วคนเร็วๆ ให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำมันพืชลงไป แล้วนวดจนแป้งเนียน
  4. แบ่งแป้งออกมาปั้นเป็นก้อนแล้วรีดให้บาง จากนั้นก็ตักไส้กุ้งที่เตรียมไว้ลงไป ห่อให้สวยงาม แล้วนำไปนึ่งจนสุก

 จุ๋ยก้วย (ขนมถ้วยจีน)

credit : http://www.edtguide.com/lifestyle/443777/ชิมจุ๋ยก้วย-ขนมถ้วยใบเตย-ร้าน-ปุณิกา-ออกรายการครัวคุณต๋อย
credit : http://www.edtguide.com/lifestyle/443777/ชิมจุ๋ยก้วย-ขนมถ้วยใบเตย-ร้าน-ปุณิกา-ออกรายการครัวคุณต๋อย

ส่วนผสมขนมถ้วย

  • แป้งข้าวเจ้า
  • แป้งมัน
  • น้ำใบเตย

ส่วนผสมไส้เค็ม

  • เห็ดหอมหั่นชิ้นเล็ก
  • น้ำมันพืช
  • กระเทียมสับ
  • หัวไชโป๊หวานสับ
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาลทราย

วิธีทำ

  1. ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันลงในอ่างผสม ใส่น้ำใบเตยทีละน้อยแล้วนวดเรื่อยๆ จนได้แป้งเนื้อเนียน แป้งจะเป็นสีเขียวธรรมชาติจากใบเตย
  2. เติมน้ำเปล่าลงไปอีกหน่อย แล้วนวดเบาๆ จนแป้งข้นเหนียว
  3. น้ำถ้วยเล็กๆ ไปนึ่งให้ร้อนก่อน จากนั้นก็หยอดแป้งลงไป แล้วนำไปนึ่งด้วยความร้อนจัดจนสุกดี รอจนเย็นแล้วค่อยแคะออกจากถ้วย
  4. ขั้นตอนต่อมาก็นำไชโป๊ กระเทียม และเห็ดหอมลงไปผัดในน้ำมันร้อนๆ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดจนได้กลิ่นหอมก็ตักราดบนขนมถ้วยได้เลย หรือใครไม่ชอบทานไชโป๊ก็สามารถทานขนมถ้วยกับซอสจิ๊กโฉ่วได้นะคะ

ทุกเมนูที่เป็นพระกระยาหารว่างทรงโปรดของในหลวง ร.9 ล้วนเป็นเมนูพื้นฐาน ทำง่าย หาวัตถุดิบได้ง่าย แถมยังราคาเบากระเป๋าอีกต่างหาก ไม่น่าเชื่อว่าพระกระยาหารว่างทรงโปรดของพระองค์จะเรียบง่ายขนาดนี้ เราทุกคนก็ควรเอาแบบอย่างคำสอนของท่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันดูบ้าง อะไรที่ทำให้ง่ายได้ก็ทำ อะไรที่ปล่อยวางได้ก็ปล่อย แค่นี้ชีวิตของเพื่อนๆ ก็จะสุขและสบายใจขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ นี่คือความโชคดีของคนไทยที่ได้เกิดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้

“สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์  ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้”

 


ขอบคุณภาพพระราชประวัติประกอบในบทความจาก นิทรรศการพลังแผ่นดิน อัศจรรย์งานศิลป์แผ่นดินสยาม

 

 


avatar
by EYELINER
ดิฉันนี่แหละค่ะ ผู้หญิงเก่งรอบด้าน ไม่ว่าจะทำอาหาร ท่องเที่ยวทั่วโลก สำรวจทรัพยากรธรรมชาติ รดน้ำต้นไม้ สร้างบ้าน ปลูกป่า หรือแม้แต่เดินสายสวย และล่าสุดดิฉันได้ผันตัวมาเป็นบิวตี้กูรูควบแฟชั่นนิสต้าคนใหม่ของเมืองไทย รอติดตามดีๆนะคะ ดิฉันกำลังจะกลายเป็นดาวจรัสแสง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon