7 หนังที่ควรให้เด็กดูก่อนโต เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อการใช้ชีวิต

posted: 1 year ago
3,198 views
7 หนังที่ควรให้เด็กดูก่อนโต เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อการใช้ชีวิต

comments

ความพิเศษของภาพยนตร์หรือหนังนอกจากจะมอบความบันเทิงให้ผู้ชมแล้ว มันยังมอบประสบการณ์และมุมมองที่หลากหลายให้คุณอีกด้วย เชื่อว่าทุกคนต้องมีหนังสักเรื่องที่เคยได้ดูสมัยเด็กๆ แต่ยังคงรู้สึกประทับใจและจดจำได้ดีแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่าหนังที่ดีมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและจินตนาการให้เด็กๆ rabbit daily ขอแนะนำหนัง 7 เรื่องที่ควรให้เด็กๆ ดูก่อนโต เพราะหนังเหล่านี้เต็มไปด้วยแง่คิดดีๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อการใช้ชีวิตของเด็กๆ ในอนาคต แถมยังสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ได้อีกด้วย จะมี หนังสำหรับเด็ก เรื่องไหนบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย



1. E.T. the Extra-Terrestrial (1982)

E.T. the Extra-Terrestrial (1982)


เริ่มกันด้วยหนังแนวแฟนตาซีที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ ‘อี.ที. เพื่อนรัก’ เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ได้พบกับมนุษย์ต่างดาวที่ตกค้างอยู่บนโลก เขาตั้งชื่อให้มันว่า ‘อี.ที’ และพาไปอาศัยอยู่ในบ้าน โดยพยายามปกปิดไม่ให้คนในครอบครัวรู้ พร้อมๆ ทั้งช่วย อี.ที. สร้างเครื่องส่งสัญญาณวิทยุเพื่อแจ้งให้ยานแม่กลับมารับเพื่อนมนุษย์ต่างดาวของเขา ขณะเดียวกันก็ต้องพา อี.ที. หลบหนีจากรัฐบาลที่พยายามตามล่าเพื่อนำไปวิจัย จำได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องโปรดของเราสมัยเด็กๆ เลย เรื่องราวมิตรภาพซึ้งๆ ระหว่างเด็กชายและเพื่อนรักมนุษย์ต่างดาวนั้น เต็มไปด้วยความสดใส บริสุทธิ์และงดงาม เชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะมอบทัศนคติที่ดีให้เด็กๆ ในการเป็นคนมีเมตตา มีน้ำใจ และปฏิบัติแต่สิ่งดีๆ ต่อผู้อื่น


2. The Lion King (1994)

The Lion King


หนึ่งในการ์ตูนเรื่องคลาสสิกของวอล์ทดิสนีย์ โครงเรื่องนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทละครเรื่อง ‘Hamlet’ ของวิลเลียม เชกสเปียร์ สำหรับ The Lion King น่าจะเป็นการ์ตูนเรื่องโปรดของผู้ใหญ่หลายๆ คน เพราะเต็มไปด้วยแง่คิดต่างๆ ที่สอนให้มีความกล้าหาญและเลือกตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องผ่านการติดตามชมเรื่องราวชีวิตของ ‘ซิมบ้า’ สิงโตตัวน้อยที่เติบโตขึ้นเป็นราชาแห่งสิงโต แต่ต้องผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย ซึ่งจะทำให้ซิมบ้าได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น เพราะการเติบโตขึ้นที่แท้จริงนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่เสมอ


3. Spirited Away (2001)

Spirited Away


สุดยอดอะนิเมะขึ้นหิ้งตลอดกาลของญี่ปุ่นจากค่ายสตูดิโอจิบลิ เคยคว้ารางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ประจำปี 2003 มาครองได้สำเร็จ หากใครไม่เคยดูอะนิเมะญี่ปุ่น ขอแนะนำให้ไปหามาดูเลย เพราะมันไปไกลเกินกว่าคำว่าการ์ตูนจริงๆ นะ โดยเฉพาะ Spirited Away แม้จะเป็นเรื่องราวแนวแฟนตาซีผจญภัย แต่กลับแฝงปรัชญาชีวิตไว้อย่างลึกซึ้ง เรื่องราวของเด็กผู้หญิงวัย 10 ขวบที่หลงเข้าไปในโลกของภูติพร้อมกับครอบครัว ซึ่งเธอต้องต่อสู้ทุกหนทางเพื่อหาทางพาพ่อและแม่กลับมายังโลกมนุษย์ให้ได้ แน่นอนว่าเด็กๆ ดูแล้วจะต้องได้แง่คิดเรื่องความกล้าหาญและความรักความเอาใจใส่ต่อครอบครัว



4. Harry Potter (2001-2011)

Harry Potter


วรรณกรรมเยาวชนชื่อดังก้องโลกจากปลายปากกาของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ที่เปิดประตูจินตนาการสู่โลกเวทมนตร์ของพ่อมดน้อย ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นดูกันยาวๆ 10 ปี ตั้งแต่ภาคแรกในปี 2001 จนปิดตำนานในปี 2011 เด็กๆ และผู้ใหญ่หลายคนเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ และผองเพื่อนๆ สิ่งที่หนังชุดเรื่องนี้มอบให้เด็กๆ นอกจากความสนุกสนานก็คือ แง่คิดเรื่องมิตรภาพ ความกล้าหาญ และการกล้าเผชิญกับความอยุติธรรม กล้าหยัดยืนเคียงข้างสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเผยว่า >> เด็กที่ชื่นชอบ Harry Potter มีแน้วโน้มจะโตเป็นคนจิตใจดี << คลิกอ่านเพิ่มกันเล๊ย


5. Finding Nemo (2003)

Finding Nemo


แอนิเมชั่นจากค่ายพิกซาร์ที่ครองใจเด็กๆ ทั่วโลก คว้ารางวัลออสการ์ สาขาแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ประจำปี 2003 มาครองด้วยล่ะ  การ์ตูนเรื่องนี้จะพาเด็กๆ ดำดิ่งลงไปยังโลกใต้ท้องทะเลเพื่อสัมผัสกับความน่ารักของครอบครัวปลาการ์ตูน ‘มาร์ลิน’ และลูกชายตัวน้อย ‘นีโม่’ ที่วันหนึ่งเกิดเหตุพลัดพรากจากกัน ทำให้นีโม่ต้องออกไปผจญภัยพร้อมกับผองเพื่อนเพื่อหาทางกลับบ้าน เรื่องราวของมิตรภาพ การผจญภัย ความกล้าหาญ และเรื่องราวความรักของครอบครัวจึงก่อตัวขึ้น สำหรับ Finding Nemo ได้รับยกย่องจากสถาบันภาพยนตร์อเมริกันให้เป็น 1 ใน 10 แอนิเมชั่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล พร้อมทั้งเป็นแอนิเมชั่นที่รณรงค์เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย


6. Frozen (2013)

Frozen


“Let it go, Let it goooo” แค่เห็นชื่อหนังเรื่อง Frozen เสียงเพลงซาวด์แทร็คก็ดังก้องในหูแล้ว การ์ตูนแอนิเมชั่นแนวแฟนตาซีเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง สร้างปรากฎการณ์ ‘เอลซ่าฟีเวอร์’ ไปทั่วโลก เพราะเนื้อหาเกี่ยวกับ ‘เอลซ่า’ ที่เกิดมาพร้อมพรวิเศษที่สามารถเสกน้ำแข็งและหิมะได้ ซึ่งเธอต้องพยายามฝึกควบคุมพลังของตัวเองเพื่อไม่ให้ทำร้ายคนรอบข้างรวมไปถึง ‘แอนนา’ น้องสาวสุดที่รัก ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือได้รื้อนิยามคุณค่าของคำว่า ‘รักแท้’ เสียใหม่ เพราะรักแท้นั้นไม่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นระหว่างหนุ่มสาว หรือเจ้าหญิงและเจ้าชายในเทพนิยายเท่านั้น แต่รักแท้คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถพบเจอได้ นั่นก็คือความรักจากครอบครัวนั่นเอง


7. The Little Prince (2015)

The Little Prince


ปิดท้ายกันด้วยวรรณกรรมเรื่องดังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกอย่าง ‘เจ้าชายน้อย’ ผลงานของ ‘อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี’ นักเขียนชาวฝรั่งเศส ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1943 แต่ปัจจุบันเจ้าชายน้อยยังคงเป็นนวนิยายร่วมสมัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างเป็นบทละครและภาพยนตร์มากมายหลายเวอร์ชั่น แต่สำหรับ The Little Prince ปี 2016 นี้เป็นการ์ตูนแบบ 3 มิติ ภาพสวยงาม และยังอิงกับโครงเรื่องลักษณะเดิม เรื่องราวของเจ้าชายน้อยที่ออกเดินทางไปพบผู้คนบนดาวเคราะห์ต่างๆ มีการสอดแทรกข้อคิดเกี่ยวกับปรัชญาการใช้ชีวิต รวมถึงข้อคิดที่คล้ายคลึงกับศาสนาพุทธอย่างเรื่องความเป็นอนิจจัง เชื่อว่าเจ้าชายน้อยจะมอบมุมมองที่น่าสนใจกลับคืนให้ผู้ชมอย่างแน่นอน นอกจากนี้จะทำให้คุณได้หวนคิดถึงตัวเองเมื่อยามเป็นเด็กอีกครั้ง แล้วยังจำได้ไหมว่าตอนนั้นคุณมองโลกนี้อย่างไร ?


หนังทั้ง 7 เรื่องที่หยิบยกมาแนะนำกันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ ยังมีหนังดีๆ อีกมากมายที่เรียกได้ว่าเป็นหนังสะอาด และเหมาะสำหรับเด็กๆ แฝงแง่คิดดีๆ ในการใช้ชีวิต สามารถดูรายชื่อหนังเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ Intofilm นอกจากนี้แล้วคอหนังก็สามารถติดตามอัพเดตทุกความเคลื่อนไหวของโลกภาพยนตร์ได้ที่ rabbit daily เหมือนเดิมนะ ไม่ว่าจะเป็น ทำความรู้จัก ‘ยุทธการดันเคิร์ก (Dunkirk)’ ก่อนดูหนังใหม่ของเสด็จพ่อโนแลน และ ฟื้นความจำเกี่ยวกับเหล่าสีล้อซิ่ง ต้อนรับการกลับมาของ Cars 3


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon