ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในช่วงสงกรานต์

posted: 2 years ago
1,285 views
ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในช่วงสงกรานต์

comments

 

วันที่ 13-15 เดือนเมษายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนไทย หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีว่าคือวันสงกรานต์ ซึ่งทั้งสามวันนี้จะมีการเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างสนุกสนาน ซ้ำยังเป็นรวมตัวของครอบครัว รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พบปะญาติพี่น้องเพื่อพูดคุย วันสงกรานต์มันควรจะเป็นเทศกาลที่มีความสุขเทศกาลหนึ่งถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตเกิดขึ้น และเหตุผลสำคัญที่ทำให้วันสงกรานต์มีความเศร้าโศกมาแทรกซึมกลายเป็น 7 วันอันตรายก็เพราะว่า “ขับรถเร็ว” และ “เมาแล้วขับ”

ความเสี่ยงที่ควบคุมได้

ขึ้นชื่อว่าเป็นเทศกาลพักผ่อนใจหลายครอบครัวจึงเลือกเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเอง ซึ่งการเดินทางมีหลายรูปแบบอย่างเครื่องบิน หรือรถประจำทาง แต่บางครอบครัวเลือกขับรถยนต์ส่วนตัวไปเพราะจะได้ขนของฝากได้อย่างถนัดมือ แต่ก็ต้องเสี่ยงกับรถที่ติดในกรุงเทพมหานคร หากเลือกฤกษ์เดินทางผิดเวลา   การขับรถในช่วงเทศกาลสงกรานต์เลยเป็น 7 วันอันตรายที่รัฐบาลหมายตายไว้ว่าให้ยอดอุบัติเหตุลดลงจากปีเดิมๆ ซึ่งความอันตรายบนท้องถนนนั้น แม้เราจะระมัดระวังมากแค่ไหน แต่ถ้ารถคันอื่นๆ ละเลย ก็ไม่มีทางหนีอุบัติเหตุพ้น

และวิธีกระจายความเสี่ยงด้วยการใช้บริการประกันรถยนต์ระยะสั้น หรือถือประกันรถยนต์สักชนิดที่มีให้เลือกใช้จึงเป็นที่นิยมพอสมควร เพราะคุ้มครองทั้งรถยนต์เรา รถของคู่กรณีจากอุบัติเหตุ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประกันแต่ละชนิดที่เลือกใช้) อย่าเข้าใจผิดไปว่าถ้ามีประกันแล้วไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่มันมีไว้กระจายความเสี่ยงถ้าอุบัติเหตุเกิดขึ้นต่างหากเล่า



อันตรายจากท้องถนน

ไม่ว่าจะวันเทศกาลขึ้นปีใหม่ ออกพรรษา หรือเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ล้วนมีผู้ใช้รถใช้ถนนเพื่อเดินทางอย่างมาก ยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุบนถนนแล้วจะทำให้สภาพการจราจรของถนนเส้นนั้นอัมพาตไปหลายชั่วโมง โดยสาเหตุหลักที่ทำให้มีการเสียชีวิตบนท้องถนนคือ

  • ความผิดพลาดของผู้ใช้รถใช้ถนน
  • ปัญหาพื้นถนน หรือรถ
  • อิทธิฤทธิ์ของธรรมชาติที่ยากเกินควบคุม

สืบเนื่องจากสถิติและข้อมูลช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งรวบรวมโดยศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน (ศปภ.) ระบุว่า 7 วันอันตรายของสงกรานต์ในปี 2559 มียอดอุบัติเหตุ 3,447 ครั้ง บาดเจ็บ 3,656 ราย และเสียชีวิต 442 ราย และสิ่งที่จะควบคุมได้จาก 3 สาเหตุที่กล่าวมาคือ “ความผิดพลาดของผู้ใช้รถใช้ถนน” ดังนั้น ปีระกา 2560 มาทำให้อุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ลดลงกันเถอะ

ขับรถให้ปลอดภัยกันเถอะ

นอกจากร่องรอยการเจิมของหลวงพ่อชื่อดังที่นิมนต์มาทำพิธีให้ และประกันชนิดต่างๆ ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรจะมองข้ามคือ “ผู้ขับรถ” ที่จะนำพาให้ผู้โดยสารถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ซึ่งพฤติกรรมลดความเสี่ยงมีดังนี้

  • เว้นระยะห่างจากคันข้างหน้า

การขับรถจี้ท้ายคันข้างหน้ามีโอกาสสูงมากที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ เพราะถ้าขับรถจี้คันข้างหน้าเกินความจำเป็นจะทำให้ระยะเบรกรถของเรามีไม่พอและเกิดการปะทะกันขึ้น แล้วเราเองก็ไม่รู้ว่ารถคันข้างหน้าจะเบรกอย่างกะทันหันตอนไหน ซึ่งกฎหมายไม่ได้ระบุว่าต้องเว้นระยะเท่าไหร่ อีกอย่างถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ รถคันหลังสุดจะเป็นผู้ผิดทันทีเหตุผลคือไม่รู้จักระมัดระวัง ซ้ำยังทำให้เกิดสภาพจราจรที่ติดขัด เพราะถ้าขับรถจี้กันก็ต้องแตะเบรกบ่อยๆ รถคันตามหลังก็ต้องเหยียบเบรกตามๆ กันไป

  • สายตาที่สอดส่อง

ถ้าใช้เวลาช่วงกลางวันเป็นฤกษ์ในการเดินทางก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่นัก อย่างมากก็แดดที่ส่องให้แสบตา หรือโอเอซิสหลอกๆ บนถนนที่เป็นภาพลวงตา แต่ถ้าใช้เวลากลางคืนในการเดินทางเพราะจะหนีร้อน หรือการจราจรที่ติดขัดก็ต้องแลกกับความสามารถในการมองเห็นที่ลดลง

โดยปกติแล้วสายตาของมนุษย์จะมองได้ไกลที่สุดอยู่ที่ 10 เมตร ถ้าเกินนั้นภาพก็จะดูเลือนลาง แต่ถ้าขับรถตอนกลางคืนนอกจากการมองเห็นอย่างไม่ประมาทที่ใช้สายตาให้สอดคล้องกับความเร็วของรถแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องเรียนรู้ไว้คือรถบรรทุก หัดเรียนรู้สัญญาณไฟของรถบรรทุกติดตัวไว้บ้าง เพราะอย่างน้อยก็เป็นสิ่งหนึ่งในความมืดที่มองเห็นได้ดีที่สุด

  • ปรับความเร็ว

จงอย่าลืมว่ารถจะเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง การลดหรือเพิ่มความเร็วตามสถานที่นั้นจะทำให้ความปลอดภัยในเทศกาลสงกรานต์ไม่หนีหายไปไหน การขับผ่านเขตโรงเรียนก็ควรที่จะลดความเร็วลงตามที่ป้ายกำหนดไว้ ไม่ใช่เร่งเครื่องด้วยความใจร้อน ถ้ามีเด็กนักเรียนข้ามถนนจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ หรือขับผ่านสะพานแคบก็ควรจะลดความเร็วของรถลง สะพานค่อนข้างคับแคบ มีพื้นที่น้อย หรือไม่ขับรถช้าเกินไปเมื่ออยู่เลนขวาสุด

  • หลับตอนนี้ฟื้นอีกทีภพหน้า

อีกสิ่งสำคัญคือการพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง ควรนอนพักผ่อนประมาณ 7-8 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการหลับในระหว่างขับรถเอาได้ ซึ่งอาการหลับในเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ หากกำลังขับรถอยู่ ซึ่งการหลับในจะผลอยหลับไปทั้งที่ยังลืมตาอยู่ แต่ว่าตอนนั้นไม่สามารถรับรู้สถานการณ์เบื้องหน้าได้เลย  อาจจะเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ส่งผลให้ผู้ขับรถไม่สามารถควบคุมรถได้ เพราะว่าไม่รู้สึกตัว ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมาแล้วนักต่อนัก วันสงกรานต์ถือเป็นเจ้าประจำที่หลับในเองก็ชอบเหมือนกัน นอกจากจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนแล้ว คนอื่นก็จะเดือดร้อนตามไปด้วย

  • ต้องเชื่อผู้นำ

นอกจากจะเชื่อมั่นในตัวเองแล้ว ผู้นำที่ประจำอยู่ตามถนนทุกเส้นที่เราวิ่งผ่าน ถือเป็นไกด์ในการขับรถเดินทาง หรือผู้ชี้แนะความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ให้ โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการละเลย หรือไม่เชื่อฟังผู้นำของนักขับอย่างป้ายเตือนข้างทาง

โดยผู้นำนักขับ หรือตัวนำนักขับ (Driver Guide) ได้แก่ป้ายเตือน เส้นทึบ หรือเส้นประที่มีตลอดทางของถนน ซึ่งประโยชน์ของป้ายเหล่านี้ก็เพื่อให้นักขับทำตาม เมื่อทำตามโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็แทบจะเป็นศูนย์ อย่างป้ายเตือนบอกว่าลดความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนสะพานกลับรถ ถ้าขับเกินที่ป้ายเตือนไว้ภัยมาเยือนแน่ เพราะตัวเลข 30 กิโลเมตรที่กำหนดไว้เป็นฝืมือที่เกิดขึ้นไปคู่ๆ กันระหว่างสร้างสะพาน เป็นหลักการสร้างของวิศวกรรมจราจร คอยกำหนด เตือน และบอกให้ผู้ขับทำตาม แต่หลายคนก็ทำเป็นเมิน ไม่สนใจ ซ้ำยังฝ่าฝืน อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นเอาได้ง่ายๆ



สวัสดีกฎใหม่ในวันสงกรานต์

เมื่อวัน 24 มีนาคมที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก ร่วมด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดแถลงการณ์เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ทั้งเรื่องการห้ามจอดรถในที่ห้ามจอด รถส่วนตัวและรถโดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงมีป้ายแจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย ซึ่งจะเริ่มภายในระหว่างวันที่ 21 มีนาคม – 4 เมษายน ถ้าเกิดว่าพบเจอจะแค่เตือน แต่จะเริ่มปรับจริงวันที่ 5 เมษายนเป็นต้น

ซึ่งอีกกฎหนึ่งที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปทั่วโลกโซเชียล ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ด้วยความไม่พอใจ คือ การบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ระบุว่า ห้ามนั่งท้ายกระบะ ผู้โดยสารทุกคนต้องอยู่ในห้องเครื่องเท่านั้น ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย หลายคนจึงมีความเห็นตรงกันว่า ถ้าอย่างนั้นก็คือ งดเล่นรถน้ำ เอาน้ำขึ้นกระบะหลังได้ แต่คนห้ามเล่น แล้วจะให้น้ำสาดกันเองหรืออย่างไร? 

ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาชี้แจงเรื่องนี้ว่า อนุโลมให้มีรถน้ำได้เหมือนเดิม มีผู้โดยสารอยู่ท้ายกระบะได้เหมือนเดิม แต่ว่าต้องอยู่ในพื้นที่ที่อนุญาตให้เล่นน้ำ และรถต้องเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ เพียงเท่านั้น แต่ถ้าตั้งป้อมรถน้ำตั้งแต่บ้าน และขับไปเส้นทางถนนทางหลวงเรื่อยๆ ถือว่าผิดกฎหมาย

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุก็คือสิ่งที่รู้ล่วงหน้าไม่ได้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองในการขับรถช่วงสงกรานต์จึงเป็นวิธีที่ดีในการหนีให้พ้นกับอุบัติเหตุ การออกกฎไม่ให้มีรถน้ำ หรือให้รถน้ำขับช้าๆ ในที่ที่อนุญาตให้เล่นก็เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้จากการพลัดตกรถ เพราะความคึกคะนอง อีกทั้งยังช่วยให้การขับรถในช่วงสงกรานต์มีแต่ความปลอดภัย และจะไปมีประโยชน์อะไรหากหนึ่งคันระวัง แต่อีกหนึ่งคันละเลย สิ่งที่ควรทำที่สุดคือต่างคนต่างระมัดระวังซึ่งกันและกัน คราวนี้อุบัติเหตุก็โบกมือลาวันสงกรานต์ไปแล้ว


 

และช่วงเวลาแห่งความสุขแบบนี้ ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนก็ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน หากใครที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ระยะสั้น rabbit finance มีโปรโมชั่นดีๆ มานำเสนอ นั่นก็คือ

ประกัน 3+ สบายสงกรานต์ จากเอเชียประกันภัย ที่ให้ความคุ้มครอง 30 วัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 499 บาท และคุณยังจะได้รับของแถมสุดพิเศษเป็น กล้องติดรถยนต์ มูลค่า 1000 บาท ไว้สำหรับเพิ่มความอุ่นใจในการขับรถช่วงสงกรานต์ของคุณอีกด้วย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และกรอกเพื่อสมัครแพคเกจประกันภัยได้ที่ >> rabbit finance  <<

 

 


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon