7 วิธี ขับรถ ขึ้นเขา-ลงเขา อย่างเซียน !

posted: 2 ปีที่แล้ว
7 วิธี ขับรถ ขึ้นเขา-ลงเขา อย่างเซียน !

comments

เดือนธันวาคม เรียกว่าเป็นเดือนแห่งเทศกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะ ภาคเหนือ หลายๆคนเตรียมตัวขึ้นเขาขึ้นดอย เสื้อกันหนาวมีเท่าไหร่เอามาให้หมด อยากขึ้นไปสัมผัส ความหนาวเย็นที่ปลายยอดเขาแล้ว

แต่ก่อนที่คุณจะขึ้นไปถึงยอดเขา ยอดดอยได้ คุณต้องรู้วิธีขับรถขึ้นเขา-ลงเขา เสียก่อน ด้วยความที่ rabbit finance เป็นห่วงผู้ใช้รถบนท้องถนน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องขับรถขึ้นเขาลงดอย เราจึงมี 7 วิธีขับรถ ขึ้นเขา-ลงเขา ให้ทุกคนได้เตรียมตัวก่อนที่จะลงสนามจริง


7 เคล็ดลับ ขับรถขึ้นเขาลงดอย

ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ ทุกคนก็ต้องขึ้นเขา ขึ้นดอยเป็นส่วนใหญ่ใช่ไหมคะ แต่ด้วยสภาพอากาศฤดูหนาวที่มี หมอกลง ไหนจะน้ำค้าง ที่ทำให้ถนนลื่น หากคุณไม่มีรู้วิธีการขับรถขึ้นเขา-ลงเขา ล่ะก็ อุบัติเหตุอยู่ใกล้ตัวคุณแน่นอน

1. ขาขึ้นควรใช้เกียร์ต่ำ

เพราะทางขึ้นเขามีความชันมาก หากเราใช้เกียร์ออโต้ขับไปเรื่อยๆมีหวังรถไหล ไต่ขึ้นไม่ไหวแน่ๆ เราจึงต้องการแรงในการขับมากกว่าตอนปกติทั่วไป

เวลารถขึ้นเขา หรือทางที่ชันมากๆคุณจำเป็นต้องใช้เกียร์ 1 และ เกียร์ 2 ติดมากับรถของคุณ เอาไว้ใช้ในตอนที่คุณต้องการแรงในการขับ เพราะเกียรต์ 1 และ เกียร์ 2 มีแรงมากกว่าเกียร์อื่นๆ

ถ้าคุณขับแล้วรู้สึกว่ารถของคุณเริ่มเร่งไม่ไป แรงไม่มี ให้คุณลดเกียร์ต่ำลงมาอีก เช่น ขับเกียร์ 2 แล้วรถเริ่มอืด ให้คุณลดเกียร์มาเป็นเกียร์ 1 จะทำให้รถของคุณมีแรงมากขึ้น ส่วน รถเกียร์ออโต้ คุณจะต้องเปลี่ยนเป็นเกียร์ L แทน


ขับรถขึ้นเขา-ลงเขา

2. ขาลงใช้เกียร์ต่ำเช่นกัน

นอกจากขึ้นเขาจะต้องใช้เกียร์ต่ำแล้ว ลงเขาเองก็เช่นกัน เพราะถนนบางแห่งทางมีความลาดชันมาก ถ้าคุณต้อขับลงเขาด้วยเกียร์รถและแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้รถของคุณเวลาลงเขามีความเร็วมากขึ้น

คุณต้องใช้ เกียร์ต่ำ เพื่อต้านความเร็วให้รถวิ่งช้าลง ทำให้คุณสามารถควบคุมความเร็วไป สามารถแตะเบรกเข้าโค้งได้อย่างช้าเพื่อความปลอดภัย

ดังนั้น คุณต้องใช้เกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 หรือเกียร์ L เท่านั้น และห้ามดับเครื่องรถหรือใช้เกียรต์วางเป็นอันขาด เพราะถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นคุณไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ทัน

3. ระวังทางโค้ง

หลายๆคนพอพูดว่าต้องขึ้นเขา ถึงกับยกมือบอกลา เพราะรู้เลยว่าจะต้องเจอ ทางโค้ง หลายโค้ง คดเคี้ยวแน่นอน แต่ถ้าคุณรู้วิธีการขับขี่ โค้งไหนๆคุณก็รอดแน่นอน

จริงๆแล้วทางโค้งก็มีประโยชน์นะคะ เพราะช่วยลดความลาดชันของเขา ทำให้เราสามารถขับไปได้ โดยส่วนมากทางโค้งบนเขา มักจะมีต้นไม้บังถนนอีกฝั่ง เวลาคุณเข้าโค้งควรขับชิดซ้ายเอาไว้ ไม่ควรแซงในจังหวะเข้าโค้ง


4. ห้ามแซง

เพราะถนนบนเขามีขนาดเล็กและแคบมาก บางทีมีเพียงแค่ 2 เลน วิ่งสวนกันเท่านั้น ไหนจะโค้งไหนความคดเคี้ยวอีก เพราะงั้นคุณไม่ควรแซง โดยเฉพาะถนนช่วงโค้ง เพราะคุณไม่สามารถมองเห็นรถอีกฝั่งได้ บางทีมีภูเขาบัง ต้นไม้บัง หากคุณแซงไปรถที่วิ่งสวนมาล่ะก็ อันตรายแน่นอน

แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณควรแซงเมื่อไหร่ ? ให้คุณสังเกตุเส้นแบ่งเลน ถ้าเป็นเส้นทึบคุณห้ามแซง เส้นประคุณสามารถแซงได้ แต่คุณก็ควรดูให้แน่ใจเสียก่อน เพราะอุบัติเหตุบนเขาส่วนใหญ่ก็มาจากการแซงทางโค้งทั้งนั้น

5. คำนวณระยะเบรกในทางลง

สำหรับทางลงเขาที่มีความลาดชันมาก รถจำเป็นต้องการกะระยะเบรกมากกว่าถนนเส้นปกติ เพราะ ความลาดชันของพื้นที่ และน้ำหนักของตัวรถจะมีผลทำให้ประสิทธิภาพระบบเบรกทำงานช้าลง

ดังนั้น คุณควรขับรถในความเร็วที่ช้า เพื่อให้เบรกของรถคุณสามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมและไม่ไปชนท้ายรถข้างหน้าค่ะ

ขับรถขึ้นเขา-ลงเขา

6. เร่งเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

การเร่งเครื่องขึ้นเขาจำเป็นต้องเร่งเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รถของคุณมีกำลังขึ้นเขาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในทางลาดชันมีระยะทางยาวๆควรเร่งต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากเร่งๆหยุดๆ จะทำให้รถเสียกำลังและไหลลงมาได้

แต่คุณควรเร่งเครื่องในความเร็วที่เหมาะสม เพราะหากเร่งมากไป รถอาจจะเร็วเกิน อาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน

7. แตะเบรกเป็นระยะ

ในทางลงเขา การใช้เกียร์ต่ำก็เป็นเรื่องที่ดีแต่อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะบางจังหวะคุณจำเป็นต้องแตะเบรก เพื่อชะลอความเร็วของรถ แต่อย่าแตะเบรกแช่ยาว เหยียบเบรกมิดนะคะ เพราะมันจะทำให้ผ้าเบรกไหม้อาจทำให้เบรกไม่อยู่

ทางที่ดีควรแตะเบรกในจังหวะที่จำเป็นเท่านั้น และ ควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ของคุณก่อนเดินทาง ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานด้วยนะคะ

ทั้ง 7 วิธีเป็นขั้นตอนการขับรถขึ้นเขา-ลงเขา สุดเบสิก คุณอาจมองว่ามันยากเพราะปกติเราขับแต่ทางปกติ อาจไม่ชำนาญทาง แต่หากคุณทำตามขั้นตอน มีสติในการขับรถ จำกัดความเร็ว ไม่ประมาท รับรองคุณจะปลอดภัยตลอดทั้งทริปแน่นอน

แต่อย่างว่า เราก็ระมัดระวังตัวแล้ว แต่ผู้ใช้ถนนร่วมกับเราเขามีสติ เขาปฏิบัติตามขั้นตอนนี้หรือไม่ เราไม่สามารถทราบได้ ดังนั้น เราควรมี หลักประกันเป็นตัวช่วย ให้คุณขับรถได้อย่างอุ่นใจ


avatar
by Echo Wave
วันไหนที่แรงบันดาลใจหมด หรือตัวตนตกหล่นไป เราจะไปริมน้ำและนั่งมอง ปล่อยให้ทุกสิ่งเคลื่อนไป แล้วทุกอย่างที่หายไปจะกลับมา...
Related stories
loading icon