ปัจจัยสำคัญ 7 อย่าง ที่เป็นตัวการทำให้ ธุรกิจไปไม่รอด

posted: 2 months ago
ปัจจัยสำคัญ 7 อย่าง ที่เป็นตัวการทำให้ ธุรกิจไปไม่รอด

comments

ในการเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ก็ตาม คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจนั้นอาจต้องประสบกับปัญหาต่างๆ ที่ทำให้ธุรกิจของตัวเองเสี่ยงต่อการขาดทุน หรือ อาจถึงขั้นไปไม่รอด โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจมือใหม่ทั้งหลายที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจ

ดังนั้นเพื่อให้ทุกๆ คน ที่คิดอยากจะลงทุนทำธุรกิจ ได้ทราบถึงสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้ธุรกิจไปไม่รอด จะได้เตรียมรับมือกันได้อย่างถูกวิธี วันนี้ทาง rabbit finance จึงมี ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ธุรกิจของคุณ “ไปไม่รอด” มาฝากกัน

Credit : lens.monash.edu

7 ปัจจัย ที่ทำให้ธุรกิจ “ไปไม่รอด”

1.ขาดความรู้จริงในสิ่งที่ทำ

การที่จะลงมือทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ไม่ใช่เพียงแค่มีเงินทุนก็ทำได้ เพราะสิ่งสำคัญที่ต้องมีก็คือ ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองจะทำ โดยจะต้องรู้ในทุกๆ ด้านที่เกี่ยวข้อง แม้จะเป็นเรื่องที่ตัวเองชอบหรือถนัดอยู่แล้วก็ตาม ยังไงก็ควรที่จะทำการศึกษาหาข้อมูล และเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง

สำหรับมือใหม่ที่คิดจะสร้างธุรกิจของตัวเอง อาจมีความใจร้อน ตัดสินใจเริ่มลงทุนทำธุรกิจแบบหุนหันพลันแล่น โดยไม่ได้ทำความเข้าใจกับสิ่งที่ตัวเองจะทำให้ดีเสียก่อน บวกกับประสบการณ์ที่ยังน้อย จึงทำให้ดำเนินธุรกิจไปแล้วต้องพบเจอกับอุปสรรคและปัญหามากมาย จนทำให้ติดขัด และไม่สามารถหาทางแก้ไขให้ธุรกิจไปรอดได้

2.ขาดการวางแผนดำเนินธุรกิจ

การวางแผนดำเนินธุรกิจที่ดี ย่อมทำให้มีการดำเนินงานที่คล่องตัว เป็นขั้นเป็นตอน และช่วยให้สามารถมองเห็นภาพในมุมที่กว้างขึ้นได้ แต่ถ้าหากไม่ได้มีการวางแผนธุรกิจไว้เลย โดยปล่อยให้ตัวเองดำเนินธุรกิจไปเรื่อยๆ ตามอำเภอใจอย่างไร้ทิศทาง ก็อาจส่งผลให้ธุรกิจนั้นไปไม่รอดได้ง่ายๆ

ซึ่งในหลายๆ ครั้ง ผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจมือใหม่บางคน มักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องการวางแผนดำเนินธุรกิจอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเท่าไหร่ ทำให้ขาดการวางแผนระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลยุทธ์การขาย งบประมาณ ค่าใช้จ่ายต่างๆ การรับมือหรือต่อสู้กับคู่แข่ง รวมถึงตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกิจ จึงทำให้ขาดการจัดการอย่างมีระบบ และอาจทำให้ดำเนินธุรกิจได้ไม่ราบรื่น หรือถึงขั้นธุรกิจไปไม่รอดได้เลย

3.ไม่รู้ความต้องการของตลาด และขาดการโปรโมท

การมุ่งแต่จะทำธุรกิจตามแบบที่เราต้องการอย่างเดียว โดยไม่ได้มีการศึกษาหรือวิเคราะห์ความต้องการของตลาด หรือกลุ่มเป้าหมายเลย จะเป็นการลงมือลงแรงทำธุรกิจอย่างศูนย์เปล่า เพราะถึงทำไปก็ไม่ได้มีใครมาสนใจสินค้าหรือการบริการของคุณเลย

แต่ถึงแม้จะเป็นธุรกิจที่มีสินค้าหรือการบริการที่มีคุณภาพ แถมยังตอบโจทย์ตลาดและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ทว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับการโปรโมท ก็จะทำให้ไม่ได้รับความสนใจหรือไม่มีคนรับรู้ถึงการมีอยู่ของธุรกิจคุณ 

ดังนั้นในยุคที่โซเชียลเน็ตเวิร์คครองเมืองแบบนี้ นอกจากจะต้องศึกษาความต้องการของตลาดและกลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังจำเป็นต้องมีการโปรโมทสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ ที่มีความทันสมัยอย่าง เช่น เว็บไซต์ของร้าน เฟซบุ๊ก ไลน์ หรือ อินสตาแกรม ด้วย


Credit : www.minq.com

4.เลือกทำเลไม่ดี

การเลือกทำเลให้ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจร้านกาแฟ ธุรกิจเกี่ยวกับค้าขายอาหาร หรือธุรกิจการให้บริการต่างๆ ซึ่งการเลือกทำเลแบบตามความชอบส่วนตัว โดยไม่พิจารณาถึงกลุ่มลูกค้าที่จะมาใช้บริการนั้น อาจส่งผลกระทบให้ไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการก็เป็นได้

และเมื่อเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้ธุรกิจขาดทุน และดำเนินต่อไปไม่ไหว จนในที่สุดก็ต้องปิดตัวลง ดังนั้นใครก็ตามที่คิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจล่ะก็ ต้องอย่าละเลยเรื่องการหาทำเลดีๆ หรือทำเลเหมาะๆ ที่เข้ากับธุรกิจ รวมถึงกลุ่มลูกค้าของตัวเองกันด้วย

5.เมื่อเจออุปสรรค ก็เริ่มถอดใจ

เมื่อพบเจอกับปัญหาในการทำธุรกิจบ่อยครั้งเข้า หลายคนอาจเริ่มที่จะท้อแท้ ถอดใจ เหนื่อยหน่ายกับการหาหนทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา และเกิดความคิดว่า นี่คงไม่ใช่แนวทางของเราต่อไปแล้วล่ะ’ จนสุดท้ายก็เลือกที่จะยอมแพ้ไม่สู้ต่อ เป็นเหตุให้ธุรกิจที่ทำมาต้องสิ้นสุดลง

ดังนั้นอาจต้องเริ่มที่การปรับความคิดกันนิดหน่อย โดยมองว่า การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายและคนทำธุรกิจทุกคนต่างก็ต้องเจอกับอุปสรรคกันทั้งนั้น ฉะนั้นแล้วเมื่อธุรกิจต้องเจอกับปัญหาที่คาดไม่ถึง สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การตั้งสติให้ดีและกระตุ้นด้วยการถามตัวเองว่า ‘ทำไมเราถึงทำธุรกิจนี้ เราทำเพราะใจรักและอยากทำมันจริงๆ ใช่มั้ย?’ จากนั้นก็ค่อยคิดหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป ขอแค่อย่าสติแตก อย่าถอดใจยอมแพ้ไปก่อน และพยายามฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านั้นไปให้ได้

หรืออีกทางนึงก็คือ เมื่อธุรกิจเริ่มพบกับอุปสรรคและปัญหา ลองขอความช่วยเหลือจากญาติมิตร เพื่อนสนิท คนใกล้ตัว หรือเจ้าของธุรกิจคนอื่นที่มีประสบการณ์ดูบ้าง เพราะถึงแม้พวกเขาอาจจะไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องเงิน แต่ก็อาจช่วยเหลือเรื่องการแนะแนวทางต่างๆ ให้กับคุณ เพื่อที่คุณจะได้มีแนวคิดแปลกๆ ใหม่ๆ หรือมีวิธีแก้ปัญหาดีๆ มาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ 

6.บริหารและจัดการกับเงินทุนไม่เป็น

เงินทุนหมุนเวียนนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันหรือเชื้อเพลิง ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด ซึ่งธุรกิจที่ขาดเงินลงทุน ก็ไม่ต่างจากรถยนต์ที่ขาดน้ำมัน เพราะเงินคือปัจจัยสำคัญในการผลิต ไม่ว่าจะเป็น วัตถุดิบ ที่ดิน บุคลากร รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้น

ถึงแม้คุณจะมีเงินทุนที่เหลือเฟือต่อการดำเนินธุรกิจแล้ว แต่ถ้าไม่รู้จักบริหารจัดการเงินให้เป็น หรือไม่มีการบริหารจัดการเงินอย่างเป็นระบบล่ะก็ สุดท้ายเงินทุนสำหรับการทำธุรกิจของคุณก็จะสามารถอันตรธานหายไปในเวลาเพียงไม่นานได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้น ก็อาจจะต้องจบลงด้วยคำว่า ธุรกิจไปไม่รอด นั่นเอง ดังนั้นคุณจึงต้องพิถีพิถัน และใส่ใจเรื่องการบริหารจัดการเงินในธุรกิจของตัวเองให้ดีมากๆ ด้วย

Credit : stevelaube.com

7.ละเลยเรื่องการสร้างความประทับใจต่อลูกค้า

การจะให้ธุรกิจของตัวเองไปได้ตลอดลอดฝั่งจนถึงขั้นประสบความสำเร็จได้นั้น แน่นอนว่าหนึ่งในตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้ธุรกิจเกิดสภาพคล่องทางการเงินได้ก็คือ ลูกค้า เพราะหากไม่มีลูกค้า คุณก็จะไม่มีรายได้หรือกำไรมาหล่อเลี้ยงธุรกิจของตัวเอง

ดังนั้นสำหรับใครที่เริ่มทำธุรกิจแล้ว ถึงจะมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองทำ มีการวางแผนดำเนินธุรกิจ รวมถึงการบริหารจัดการเงินที่ดี และมีการโปรโมทสินค้าเป็นอย่างดี จนทำให้ธุรกิจกำลังไปได้สวย ก็อย่าทะนงตัวจนลืมใส่ใจ เรื่องการบริการที่ดีต่อลูกค้าอย่างเสมอต้นเสมอปลายด้วย เพราะถ้าลูกค้าประทับใจ คุณก็จะสามารถรักษาลูกค้าเก่าเอาไว้ได้ รวมถึงมีการแนะนำบอกต่อ ซึ่งคุณก็จะได้ลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนเข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากธุรกิจของคุณด้วย

เจ้าของธุรกิจบางรายที่มีความคิดว่า ยังไงธุรกิจของตัวเองก็สามารถดำเนินไปได้เรื่อยๆ เพราะธุรกิจนั้นอยู่ตัวแล้ว จึงละเลยเรื่องการบริการที่สร้างความประทับใจต่อลูกค้า บอกเลยว่าอย่าชะล่าใจไป เมื่อถึงเวลาที่เกิดการบอกกล่าวกันแบบปากต่อปาก หรือมีการใช้พลังโซเชียล(ที่ยุคสมัยนี้ชอบทำกัน)โจมตีธุรกิจของคุณขึ้นมาล่ะก็ จากที่ธุรกิจเคยรุ่งเรือง อาจทำให้ลูกค้าหดหาย ซึ่งส่งผลให้กำไรลดลงเรื่อยๆ จนขาดทุนในทุกๆ เดือน และอาจถึงขั้นต้องปิดตัวธุรกิจไปเลยก็เป็นได้


ปัจจัยท้้ง 7 อย่างที่ทำให้ธุรกิจไปไม่รอดนั้น ต่างก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมและการกระทำของตัวเจ้าของธุรกิจล้วนๆ แต่เนื่องจากการทำธุรกิจย่อมมีความเสี่ยงเสมอ จึงอาจมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่อยู่เหนือความคาดหมาย และสามารถเกิดขึ้นกับการทำธุรกิจได้เหมือนกัน เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม อุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพนักงาน หรือเหตุก่อการร้าย เป็นต้น

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของธุรกิจที่คุณทำอยู่ ทางที่ดีถ้ามีการทำประกันธุรกิจเอาไว้ด้วย ก็จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ไม่น้อย เพราะประกันธุรกิจจะเข้ามาช่วยคุ้มครองค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทำให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องแบกภาระเรื่องเงินไว้ทั้งหมดคนเดียว และธุรกิจที่ทำอยู่ก็จะได้ไม่ต้องจบด้วยคำว่า “ไปไม่รอด” นั่นเอง

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : moneyhub.in.th และ digitalmarketingwow.com


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon