7 ขั้นตอนที่ควรรู้ไว้ สำหรับมือใหม่เริ่ม ทำธุรกิจ ขนาดเล็ก

posted: 7 months ago
7 ขั้นตอนที่ควรรู้ไว้ สำหรับมือใหม่เริ่ม ทำธุรกิจ ขนาดเล็ก

comments

ผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีความฝันว่าอยากมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตัวเอง เพราะมันทำให้เราได้เป็นนายตัวเอง กำหนดชะตาชีวิตด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะว่าคุณจะต้องรับผิดชอบทุกๆ อย่างเองทั้งหมด

ทุกๆ คนต่างรู้ดีว่าการลงทุนทำธุรกิจนั้นมีความเสี่ยงเสมอ แต่ถ้าไม่อยากให้ธุรกิจของตัวเองล้มไม่เป็นท่าล่ะก็ สิ่งที่ต้องทำให้ดีคือ การวางแผน ฉะนั้นวันนี้ rabbit finance จึงมี 7 ขั้นตอนในการเริ่มต้นทำธุรกิจขนาดเล็กมาให้ทุกคนได้ทราบกัน

7 ขั้นตอนที่ควรรู้ไว้ สำหรับมือใหม่เริ่มทำธุรกิจขนาดเล็ก

ข้้นที่ 1 : เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ก่อน

เริ่มคิดก่อนว่าคุณอยากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร อาจเป็นสิ่งที่คุณชอบหรือถนัดอยู่แล้ว ไม่ก็เป็นสินค้าหรือบริการอะไรสักอย่างที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ถ้าคิดไม่ออกก็ลองหาข้อมูลจากสื่อต่างๆ ดูว่ามีธุรกิจอะไรที่น่าสนใจบ้าง แล้วก็ศึกษารายละเอียดของธุรกิจให้เข้าใจ

เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะทำอะไร ก็มาคิดกันต่อว่าอยากจะทำคนเดียวหรือทำกับใคร ซึ่งการทำธุรกิจร่วมกับคนอื่นด้วยจะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น แต่ควรเลือกหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้จริงๆ และถ้าเป็นคนที่ช่วยเสริมในจุดอ่อนของเรา หรือมองภาพรวมธุรกิจเหมือนกันได้ก็ยิ่งดี จะได้มีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน

จากนั้นก็ทำการตั้งชื่อธุรกิจ ทางที่ดีควรจะให้เป็นคำที่เตะหู และสร้างการจดจำได้ง่าย เพื่อกระตุ้นความสนใจและเป็นที่จดจำของผู้คน ถ้ายังคิดไม่ออกจริงๆ ระหว่างที่วางแผนขั้นตอนต่างๆ ในการทำธุรกิจอยู่ ก็ค่อยๆ คิดไปเรื่อยๆ หลายๆ ชื่อ แล้วค่อยมาเลือกกันอีกทีว่าชื่อไหนเวิร์คสุดก็ได้

ข้้นที่ 2 : ร่างแผนธุรกิจ

เริ่มด้วยการเขียนแผนธุรกิจ ซึ่งมันจะช่วยให้คุณรู้ว่าธุรกิจที่ทำต้องใช้อะไรบ้าง โดยส่วนแรกควรเป็นข้อมูลสรุปที่อธิบายแนวคิดธุรกิจภาพรวม ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่สร้างรายได้จากอะไร จุดยืนในการทำธุรกิจ จุดยืนด้านกฎหมาย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจ และข้อมูลอื่นๆ เพราะมันช่วยให้นายทุน หุ้นส่วน หรือคนที่เกี่ยวข้องรู้ถึงแนวโน้มในการประสบความสำเร็จ

จากนั้นก็ใส่คำจำกัดความอย่างละเอียดว่า ธุรกิจของคุณเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายแบบไหน มีการจัดส่งสินค้ายังไง เป็นธุรกิจรูปแบบบริษัท บริษัทจำกัด หรือบุคคลธรรมดาคนเดียว พร้อมให้เหตุผลว่าทำไมถึงเลือกรูปแบบนี้ รวมถึงอธิบายผลิตภัณฑ์ในภาพรวมและบอกว่าทำไมผู้คนต้องเลือกซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณ

ตามด้วยการศึกษาตลาดว่าลูกค้าของคุณคือใคร จะทำยังให้พวกเขาสนใจมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณ ตลาดธุรกิจคุณใหญ่มั้ย มีโอกาสเติบโตแค่ไหน ยอดขายจะเป็นยังไง ซึ่งคุณจะพบว่าคู่แข่งของคุณคือใคร แล้วก็ลองศึกษาข้อมูลคู่แข่งที่ทำธุรกิจเดียวกันหรือคล้ายกัน ทั้งคู่แข่งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว

ต่อมาเป็นการกำหนดตำแหน่งหน้าที่ให้ชัดเจน ว่าใครเป็นหัวหน้าหรือลูกน้อง ใครมีหน้าที่อะไรต้องรับผิดชอบ รวมถึงกำหนดเรื่องการเงินด้วยว่าใครจะได้เท่าไหร่บ้าง และอย่าลืมเขียนข้อมูลการเงินว่ามีแผนใช้เงินเท่าไหร่ และจะทำเงินได้เท่าไหร่ โดยช่วงแรกควรเขียนข้อมูลการเงินทุกเดือน พอผ่านไป 2-3 ปี ค่อยเปลี่ยนเป็นทุกไตรมาส จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นปีละครั้ง

ข้้นที่ 3 : วางแผนด้านกฎหมาย

อาจมีปัญหาต่างๆ มากมายเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ และระเบียบข้อบังคับนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาต ระเบียบการต่างๆ ภาษี ค่าธรรมเนียม สัญญา หุ้น และอื่นๆ ถ้ามีคนที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านกฎหมายมาเป็นที่ปรึกษา ก็จะช่วยคุณได้มากทีเดียว

และอย่าลืมหาคนที่มีความรู้มีทักษะด้านการเงินมาช่วยจัดการบัญชีเช่นกัน ถึงแม้คุณคิดว่าสามารถทำเองได้ แต่ภาษีเกี่ยวกับธุรกิจนั้นค่อนข้างซับซ้อน คุณก็ควรหาคนที่มีความรู้เรื่องภาษีมาช่วย และควรเลือกคนที่ไว้ใจได้จริงๆ

พอเลือกคนที่มาช่วยเกี่ยวกับกฎหมาย ภาษี และจัดการบัญชีได้แล้ว คุณก็ต้องเลือกรูปแบบธุรกิจ ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กจะมี 3 รูปแบบ คือ บุคคลธรรมดาคนเดียว ห้างหุ้นส่วนสามัญ และห้างหุ้นส่วนจำกัด

ขั้นที่ 4 : วางแผนการเงิน

การหาเงินมาลงทุน ต้องมีเงินสำรองมากพอจนกว่าธุรกิจจะเริ่มเดินต่อไปเองได้ ถ้าจะให้ดีก็ควรมีมากพอให้ธุรกิจอยู่ได้ในกรณีที่ไม่มีรายรับเข้ามา คุณจึงควรหาเงินลงทุนให้ได้มากกว่าเงินทุนขั้นต่ำที่ต้องใช้

คุณควรมีการบันทึกและคำนวณข้อมูลตัวเลขด้วย เช่น จะขายสินค้าหรือคิดค่าบริการเท่าไหร่ ต้นทุนผลิตทั้งหมดเท่าไหร่ กำไรสุทธิคร่าวๆ รวมถึงค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือเงินเดือนพนักงานด้วย การดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ในธุรกิจให้เป็นไปตามที่คำนวณไว้ จะทำให้คุณรู้ว่าส่วนไหนใช้จ่ายมากไปและส่วนน้้นจำเป็นมั้ย เพื่อจะได้ตัดทอนออกไปให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

รวมถึงเรื่องของการหาช่องทางชำระเงินที่สะดวกให้แก่ลูกค้าด้วย เช่น การชำระด้วยการโอนเงินสดเข้าบัญชี หรือ การให้ลูกค้าสามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ เป็นต้น


ขั้นที่ 5 : หาแหล่งเงินทุน

  • เงินเก็บของตัวเอง คุณอาจเริ่มด้วยการใช้เงินที่เก็บออมของตัวเองในการเริ่มต้นทำธุรกิจ แต่คุณไม่ควรใช้เงินออมทั้งก้อนและควรจะแบ่งมาใช้เพียงครึ่งเดียวก่อน เผื่อฉุกเฉิน
  • ยืมจากพ่อแม่ คนในครอบครัว หรือคนใกล้ชิด ใครที่มีความตั้งใจอยากทำธุรกิจจริงๆ แต่ยังมีเงินเก็บไม่เพียงพอ อาจขอยืมเงินคนใกล้ตัวมาก่อน เพราะพวกเขาอาจไม่คิดดอกเบี้ย แต่เราก็ให้เขามีหุ้นในธุรกิจด้วย ถ้าธุรกิจไปได้สวยก็แบ่งเงินปันผลให้ได้
  • นักลงทุนอิสระ ส่วนใหญ่นักลงทุนอิสระจะลงทุนเพราะเชื่อในไอเดียและทีมงาน ถึงจะให้เงินก้อนหนึ่งในการเริ่มต้น แต่การหานักลงทุนนั้นไม่ใช่ง่ายๆ หรืออาจเจอคนที่มีความเห็นไม่ตรงกันในทิศทางการทำธุรกิจ หากเจอที่เข้ากันได้หมดถือว่าโชคดีมาก
  • กลุ่มองค์กรที่รวบรวมเงินจากกลุ่มคนหรือบริษัทที่ต้องการลงทุน กลุ่มองค์กรนี้จะทำหน้าที่บริหารกองทุนที่ได้มา มักให้เงินลงทุนที่สูงกว่านักลงทุนอิสระ โดยจะลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่ต้องแลกกับสัดส่วนของหุ้นหรือเงินปันผลที่มากขึ้น รวมถึงอำนาจในการตัดสินใจต่างๆ ด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ทำร่วมกัน
  • เงินอุดหนุนจากรัฐบาลและเงินกู้ คุณจะได้รับเงินแบบไม่ต้องแลกกับหุ้นบริษัท ส่วนใหญ่ต้องนำเสนอแผนธุรกิจต่อหน้าคณะกรรมการ ซึ่งหลักๆ แล้วกระทรวงหรือองค์กรรัฐจะพิจารณาจากธุรกิจที่สร้างนวัตกรรมหรือสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติมากกว่า และอาจไม่ได้เงินลงทุนทันที เพราะต้องใช้เวลาอนุมัติ 3-6 เดือน เจ้าของธุรกิจจึงต้องมีเงินสำรองเผื่อไว้
  • ขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ อาจยากสักหน่อยสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจใหม่ เพราะธนาคารจะขอดูผลประกอบการและการเดินบัญชีขั้นต่ำ 2-3 ปี และต้องมีหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน โดยวงเงินที่ได้จะขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่นำไปค้ำ ถ้าเป็นธุรกิจบริการหรือสตาร์ทอัพที่ไม่มีเครื่องจักรหรือที่ดินของตนเอง อาจขอสินเชื่อนี้ยากพอควร และต้องพึ่งสินเชื่อส่วนบุคคลหรือใช้บัตรเครดิตแทน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 15-28% ต่อปี

ขั้นที่ 6 : ทำการตลาด

นี่เป็นยุคที่ทุกคนต่างพึ่งโซเชียลมีเดีย ยิ่งธุรกิจออนไลน์ ยิ่งต้องมีเว็บไซต์ รวมถึงเพจเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม เพื่อให้ผู้คนเข้ามาชมและติดตามเรื่อยๆ ซึ่งการสร้างเพจน่าจะสามารถทำเองได้ แต่ถ้ามีคนที่รู้เรื่องการตลาดมาช่วยก็จะดีมาก ส่วนเว็บไซต์อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างคนมาช่วยทำ จะได้มีเว็บไซต์ที่สวยงาม ใช้งานง่าย และดูเป็นมืออาชีพ

ต่อมาก็ถึงเวลาที่ต้องสวมวิญญาณนักขายมืออาชีพ โดยการคิดคำเชิญชวนให้ผู้คนสนใจสินค้าหรือบริการของคุณ ลองฝึกเขียนคำเชิญชวนเยอะๆ จนเจอคำที่ใช่แล้วเลือกใช้มันในการขายของด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ ซึ่งทำได้ตั้งแต่ธุรกิจยังไม่เสร็จ เพื่อให้ผู้คนรู้จักธุรกิจของคุณและคอยติดตามเรื่อยๆ จนเกิดการพูดกันแบบปากต่อปาก

จากนั้นก็ดำเนินแผนการตลาดและแผนจัดจำหน่าย ถ้าต้องวางขายในร้านค้า ให้นำสินค้าพรีออเดอร์ไปวางขายก่อนและหาที่บนชั้นวาง ถ้าจะขายออนไลน์ ก็ต้องทำเว็บไซต์และเพจให้เสร็จเรียบร้อย ถ้าเป็นการให้บริการ ให้หาช่องทางโฆษณาในนิตยสาร หนังสือพิมพ์ หรือสื่อออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับบริการของคุณ

ขั้นสุดท้าย : เปิดตัวธุรกิจ

ถ้าเป็นธุรกิจร้านค้าต่างๆ อาจมีการหาทำเลที่ตั้งไว้แต่แรกสำหรับใช้เปิดร้านอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นการขายสินค้าหรือการบริการ อาจต้องหาสถานที่สำหรับเป็นออฟฟิศ โกดังเก็บของ หรือไว้เป็นที่ประชุม ถ้าใครใช้บ้านตัวเองหรือบ้านของหุ้นส่วนได้ ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไป

โดยระหว่างใกล้เปิดตัวธุรกิจ คุณอาจเจอปัญหาจุกจิกมากมายโผล่เข้ามา เช่น สินค้าบางตัวอาจจะต้องเปลี่ยนสี พื้นผิว และขนาด หรือบริการของคุณอาจจะต้องทั่วถึงกว่านี้ มีวงกว้างมากขึ้นหรือแคบลง ไม่ก็อาจต้องมีรายละเอียดมากกว่าเดิม คุณจะได้รู้ว่าต้องปรับเปลี่ยนยังไง เพื่อให้ได้ผลตอบรับที่ดีหรือมีความแตกต่างจากผู้อื่น

รวมถึงคุณอาจต้องใช้พื้นที่มากขึ้นเมื่อคุณเริ่มมีการสต็อกของ หากจำเป็นต้องใช้พื้นที่เพิ่มจริงๆ ลองหักลบกลบหนี้ดูว่าคุ้มไหมถ้าจะเช่าพื้นที่ในการเก็บของ และอีกสิ่งสำคัญคือ คุณจะต้องยอมรับฟังคำติชมต่างๆ จากคนรอบข้างด้วย ซึ่งเพื่อนๆ คนใกล้ตัว หรือคนในครอบครัว คือที่ปรึกษาชั้นดีของคุณ

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ก็ถึงเวลาเปิดตัวธุรกิจกันสักที ซึ่งอาจมีการจัดงานเปิดตัวเล็กๆ พร้อมกับประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ให้ผู้คนทราบ ถ้ามีโปรโมชันเล็กๆ น้อยๆ ด้วย ก็น่าจะดึงดูความสนใจลูกค้าได้ดีทีเดียว


ต้องยอมรับจริงๆ ว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจครั้งแรก ถึงแม้จะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่การจัดการและวางแผนเรื่องต่างๆ รวมถึงเรื่องการบริหารเงินน้้นไม่เล็ก และไม่ได้ง่ายเลย ซึ่งถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเริ่มทำธุรกิจล่ะก็ ลองนำขั้นตอนเหล่านี้ไปปรับใช้กับการวางแผนของคุณดูแล้วกันนะ และเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย

ขอบคุณข้อมูลจาก : th.wikihow.com ละ peerpower.co.th


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon