7 สิ่งต้องรู้ก่อนจรดปากกาเซ็นสัญญาซื้อคอนโด

posted: 11 months ago
7 สิ่งต้องรู้ก่อนจรดปากกาเซ็นสัญญาซื้อคอนโด

comments

การซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างคอนโดมิเนียม มันมีเริองที่ต้องคิดเยอะกว่าการซื้อบ้านจัดสรรหรือบ้านเดี่ยวนะคะ

เพราะคอนโดส่วนใหญ่จะเปิดขายหรือเปิดให้จองก่อนที่จะทำการก่อสร้างโครงการจริง หรือที่เราเรียกกันว่า “พรีเซลล์ (Pre-Sales)เพื่อดูว่าลูกค้าสนใจและตอบรับโครงการเยอะแค่ไหน ถ้าโครงการไหนคนไม่ค่อยสนใจ อาจจะไม่มีโอกาสได้สร้างเลยก็ได้นะคะ

การเซ็นสัญญาซื้อคอนโด สักยูนิตหนึ่ง เราจึงต้องคิดให้ดีค่ะ ถึงแม้ผู้พัฒนาจะระบุรายละเอียดมาครบถ้วนขนาดไหน แต่พอมันเป็นภาษากฎหมายที่ซับซ้อน มันก็อาจจะทำให้เรางงงวยและพลาดสาระสำคัญบางอย่างไปอย่างน่าเสียดายเลยก็ได้ วันนี้ rabbit finance จึงจะมาบอกเล่าถึง 7 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนจรดปากกาเซ็นสัญญาซื้อคอนโดค่ะ


ซื้อคอนโด สัญญาซื้อขายคอนโด
(cc) www.poolprop.com

7 สิ่งต้องรู้ก่อนจรดปากกาเซ็นสัญญาซื้อคอนโด

1.ระยะเวลาก่อสร้างในสัญญา และระยะเวลาก่อสร้างจริง

หลายคนจินตนาการว่า เมื่อถึงระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา คอนโดในฝันของเราจะสร้างเสร็จพร้อมย้ายข้าวของเข้าไปอยู่ได้เลย แต่ในความเป็นจริงมันไม่ง่ายอย่างนั้นค่ะ

เพราะ โครงการก่อสร้าง ส่วนใหญ่มักจะมีความล่าช้ากว่าที่ระบุไว้ เนื่องด้วยเหตุขัดข้องสารพัดร้อยแปดหรือร้ายกว่านั้น บางโครงการขออนุญาตไม่ผ่าน เลิกสร้างเอาดื้อๆ ก็มี

ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ คุณควรเรียกร้องค่าชดเชยกรณีล่าช้าจากเจ้าของโครงการ หรือฟ้องร้องขอเงินคืนด้วยนะคะ อย่ายอมให้มันผ่านไปเฉยๆ


ซื้อคอนโด สัญญาซื้อขายคอนโด
(cc) www.sansiri.com

2.ขนาดพื้นที่ในสัญญา และ ขนาดพื้นที่จริง

ในสัญญาจะมีพื้นที่ระบุไว้อย่างชัดเจน เนื่องจากเวลาจ่ายเงิน เราจะต้องจ่ายเป็น ตารางเมตร ตามที่ระบุไว้ในสัญญา

แต่เมื่อก่อสร้างจริง บางคอนโดจะมีความคลาดเคลื่อนของพื้นที่ เช่น ได้พื้นที่น้อยกว่า  หรือมากกว่าในสัญญา ซึ่งในกรณีนี้ ถ้าคุณได้พื้นที่มากกว่าที่ระบุไว้ คุณก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม หรือถ้าคุณได้พื้นที่น้อยกว่าที่ระบุไว้ คุณก็มีสิทธิ์ขอเงินคืนเช่นกัน

เพราะฉะนั้น ควรอ่านหรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีนี้กับเจ้าของโครงการก่อนที่จะตัดสินใจเซ็นสัญญาด้วยนะคะ


ซื้อคอนโด สัญญาซื้อขายคอนโด

3.เลขที่ห้อง กับ บ้านเลขที่ของคอนโด

บางคนเจาะจงเลือกห้องหมายเลขดีๆ ไว้ เพราะถือ เป็นเคล็ดเป็นดวง หรืออะไรก็ว่าไป เพราะแน่ใจว่ายังไงฉันก็ต้องได้ห้องเลขนี้ บ้านเลขที่แบบนี้ตามสัญญาแน่นอน

แต่บางครั้งบ้านเลขที่จริงกับเลขห้องในสัญญาก็ไม่ตรงกันนะคะ เพราะเลขที่ระบุในสัญญาอาจจะเป็นแค่เลขชั่วคราวตอนที่ตึกยังสร้างไม่เสร็จ และยังไม่ได้ทำเรื่องขอบ้านเลขที่ก็ได้ เพราะฉะนั้น อย่าไปซีเรียสเรื่องบ้านเลขที่มากเลยค่ะ


ซื้อคอนโด สัญญาซื้อขายคอนโด

4.อัตราค่าส่วนกลางจากโครงการกำหนด และ อัตราค่าส่วนกลางจากนิติบุคคล

การได้ใช้พื้นที่ส่วนกลางเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ คนอยากซื้อคอนโดเป็นของตัวเอง ซึ่งในสัญญาซื้อขายคอนโดก็จะระบุไว้อยู่แล้วว่า เราต้องจ่ายค่าส่วนกลางเท่าไหร่บ้าง

แต่อย่าไปคิดว่า เราจะได้จ่ายราคานี้ตลอดไปนะคะ เพราะ ในความเป็นจริงนิติบุคคลของตึกมักจะคิดค่าส่วนกลางแพงขึ้น เนื่องด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น บางห้องไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง มีค่าซ่อมบำรุงเพิ่มเติม หรือต้องจ้างแม่บ้าน จ้างคนสวนเพิ่มบ้าง เป็นต้น

ราคาค่าส่วนกลางเลยถูกปรับตามค่าจ้างขั้นต่ำและ ค่าครองชีพปัจจุบัน เสมอค่ะ


ซื้อคอนโด สัญญาซื้อขายคอนโด

5.ราคาซื้อขาย และ ราคาประเมิน

เมื่อเราทำสัญญาซื้อขายคอนโดแล้ว เราจำเป็นที่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดจากโครงการมาเป็นของเราเอง ซึ่งหลายคนจะเข้าใจผิดว่าราคาซื้อขายคอนโดเท่ากับ ราคาประเมิน ที่นำมาคิดค่าธรรมเนียมต่างๆ

จริงๆแล้ว มันคือคนละอย่างกันค่ะ เพราะราคาประเมินนั้นขึ้นอยู่กับทางราชการเป็นคนกำหนด  มันอาจจะมากกว่าหรือน้อยว่า ราคาซื้อขาย ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน ซึ่งในการคิดค่าธรรมเนียมนั้น เราจะเลือกใช้ราคาที่สูงกว่าในการคิดค่าธรรมเนียมค่ะ


ซื้อคอนโด สัญญาซื้อขายคอนโด

6.ประกันอัคคีภัย และ ประกันสินเชื่อบ้าน (MRTA)

ใครที่เดินไปขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคาร น่าจะเคยได้รับการเสนอทำ ประกันอัคคีภัย และประกันสินเชื่อบ้าน พ่วงตามมาด้วย ซึ่งหลายๆ คนก็ตัดสินใจทำ เพราะจะได้ส่วนลดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาบังคับทำแค่ประกันอัคคีภัยเท่านั้นนะคะ โดยประกันสินเชื่อบ้านจะทำหรือไม่ทำก็ได้แล้วแต่เรา

จริงๆ แล้ว การทำประกันสินเชื่อบ้าน ก็มีประโยชน์นะคะ ถ้าเกิดเราเป็นอะไรไประหว่างผ่อนคอนโดอยู่ บริษัทประกันก็จะเข้ามาผ่อนคอนโดแทนเราทันที ถ้าใครจ่ายเบี้ยประกันไหว ทำไว้ก็ดีนะคะ


7.ดอกเบี้ย MLR และ ดอกเบี้ย MRR / MHR

หลายๆ คนแค่เห็นแค่คำว่า ดอกเบี้ยต่ำ ก็ทำตาลุกวาวเซ็นสัญญาแบบเร่งด่วน โดยไม่ได้เข้าใจเลยว่า ดอกเบี้ยแต่ละแบบ มันต่างกันนะคะ

เพราะ ดอกเบี้ยทั้ง 3 ตัว ไม่ได้มีเกณฑ์กำหนดแน่นอน และแต่ละธนาคารก็ใช้ดอกเบี้ยไม่เหมือนกัน คุณควรที่จะ เปรียบเทียบดอกเบี้ยสินเชื่อกู้บ้าน โดยคิดออกมาเป็นตัวเลขที่แท้จริงที่ต้องจ่าย ดีกว่าการดูว่าอัตราดอกเบี้ยไหนต่ำสุด ซึ่งปกติเราก็จะคำนวณเปรียบเทียบแค่ 3 ปีเท่านั้นค่ะ จากนั้นก็ค่อยรีไฟแนนซ์เอา

เป็นยังไงบ้างคะ อนาคต เจ้าของคอนโดหรู ทั้งหลาย รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมอ่านทบทวนสัญญาของตัวเองให้ถี่ถ้วนและขอให้มีความสุขกับบ้านใหม่นะคะ


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon