7 วิธีดูแลรถง่ายๆ ต้อนรับหน้าฝน

posted: 2 months ago
7 วิธีดูแลรถง่ายๆ ต้อนรับหน้าฝน

comments

หลังจากที่ทนร้อนตับแล่บกันมานานหลายเดือน ในเดือนมิถุนายนนี้ ก็เข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ ซึ่งฝนก็ตกกันแทบจะทุกวัน ทำเอารถรักรถรู้สึกเบื่อเลย เพราะไหนจะต้องล้างรถ เช็ดรถ ทำความสะอาดรถไม่ทันไร ฝนดันทะลึ่งตก ต้องขับรถลุยน้ำกันอีกแล้ว!

 

สภาพอากาศแบบนี้ ย่อมมีผลอย่างมากต่อการขับรถ เป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุบ่อยอีกครั้งในแต่ละปี หลายครั้งที่เกิดเหตุ เป็นเพราะสภาพรถยนต์ไม่พร้อม!

 

หลายคนอาจหลงลืมไปว่า นอกจากการเช็ดรถ ล้างรถแล้ว การดูแลรักษารถ ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เราได้ผู้เชี่ยวชาญจากเว็บไซต์รถมือสองอย่าง Carro มาแนะนำวิธีดูแลรถง่ายๆ ต้อนรับหน้าฝนกันครับ

 

7 วิธีดูแลรถง่ายๆ ต้อนรับหน้าฝน| Carro

 

1.ยางรถยนต์ต้องดี

 

ยางรถยนต์ ก็เปรียบเสมือน “รองเท้า” ของคุณยังไงล่ะครับ ถ้ารองเท้าดี คุณก็เดินลุยน้ำได้อย่างมั่นใจ แต่ถ้าพื้นรองเท้าของคุณ พื้นสึกหมดแล้ว พอไปเดินที่มีน้ำแฉะ เจอพื้นลื่นๆ ก็อาจจะหัวทิ่มได้ ยางรถยนต์ก็เช่นกัน ถ้าสภาพยางดี ดอกยางเยอะ เนื้อยางไม่แข็ง จะขับรถบนถนนลื่นๆ ตอนฝนตกได้อย่างมั่นใจ แต่ถ้ายางรถคุณมีอายุมากกว่า 3 ปีแล้ว การเกาะถนนของยางย่อมลดลง ถ้าดอกยางน้อย ประสิทธิภาพการรีดน้ำก็น้อยลงไปอีก อาจเกิดการลื่นไถลได้ หากมีการเบรกในที่ลื่นๆ

 

ส่วนเรื่องลมยางรถยนต์ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ลองมาดูกันว่า คุณควรเติมลมยางอย่างไร ถึงจะปลอดภัยในการขับขี่

 

  • เติมลมยางตามสเปคของรถที่กำหนด โดยสามารถศึกษาได้จากคู่มือของรถหรือดูจากด้านข้างประตูรถด้านคนขับ
  • ไม่ควรเติมลมยางตอนที่ยางยังร้อนเกินไป เนื่องจากความร้อนทำให้อากาศขยายตัว
  • ถ้าต้องเดินทางไกลๆ ควรเพิ่มลมยางอีกประมาณ 3-5 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
  • หมั่นเช็กลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

 

ในกรณีนี้คุณอาจจะจ่ายเงินก้อนหนึ่ง ลงทุนเปลี่ยนยางใหม่ทั้ง 4 เส้นเลย แต่ถ้าหากงบน้อย อาจจะเลือกยางเปอร์เซ็นต์ก็ได้ แต่ก็ควรเลือกยางแบรนด์ที่ดีหน่อย และปีผลิตของยางที่ใกล้เคียงกับปีปัจจุบันมากที่สุด ก็ถือว่าพอทดแทนกันได้อยู่ครับ

 

2.เบรกต้องหนึบ

 

เบรกนี่ก็ถือว่าสำคัญไม่แพ้ยางเลย เพราะถ้ายางดี เบรกห่วย มันก็เสี่ยงอันตรายไม่ต่างกัน ทางที่ดี ควรตรวจเช็กดูว่าผ้าเบรกใกล้สึกแล้วหรือยัง เหยียบเบรกแล้วเบรกจมเยอะหรือเปล่า หรือมีอาการเสียงดังเวลาเบรก หรือมีอาการดึงไปที่ล้อใด้ล้อหนึ่งหรือไม่ ถ้ามีก็ควรเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่ ซึ่งการเลือกผ้าเบรก คุณควรเลือกใช้ผ้าเบรกให้เหมาะสมกับการใช้งานรถ หรือให้เพียงพอต่อการใช้งานเป็นการดีที่สุดครับ

3.ปัดน้ำฝนต้องเรียบ

 

ใครว่าที่ปัดน้ำฝนไม่สำคัญ เพราะเวลาฝนตก อย่างแรกที่เราจะทำคือเปิดใช้งานที่ปัดน้ำฝน ซึ่งหลายๆคนได้สังเกตกันไหมว่า ถ้าเวลาเปิดปัดน้ำฝน หากมีเสียงดังหรือแข็งกระด้างเวลาปัด หรือยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ ขาดจนจะเห็นก้านเหล็กแล้ว ก็เปลี่ยนใหม่เถอะครับ เปลี่ยนปีละครั้งก็ได้

 

4.น้ำยาฉีดกระจกต้องเต็ม

 

น้ำยาฉีดกระจกนี่ก็สำคัญไม่แพ้หัวข้ออื่นๆเลย เพราะตัวช่วยให้การใช้งานของที่ปัดน้ำฝน ทำงานได้สะอาดมากขึ้น เพราะบางทีมีคราบยางจากต้นไม้ หรือคราบขี้ดินขี้โคลน หรือมูลสัตว์กระเด็นมาติดกระจกหน้า ก็จำเป็นต้องใช้น้ำยาฉีดกระจกครับ วิธีการดูแลง่ายๆ ก็แค่ตรวจเช็กดูระดับน้ำยาฉีดกระจก ให้พร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอครับ

 

5.ระบบไฟต้องพร้อม

 

เชื่อว่าด้วยความเคยชินของหลายๆคน ถึงรถปุ๊ปก็ขึ้นรถทันที ไม่ได้ตรวจเช็กอะไร ดังนั้น อย่างน้อยต้องตรวจเช็กระบบไฟรถยนต์รอบคัน อาทิ ไฟหน้า ทั้งไฟต่ำ ไฟสูง ไฟเลี้ยว ไฟเบรกท้าย ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง ไฟถอยหลัง เพราะถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากถ้าเกิดว่าฝนตกหนักทัศนวิสัยไม่ดีอยู่แล้ว หากไฟส่องสว่างดวงใดดวงหนึ่งขาด อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุทั้งเบาและหนักได้ ซึ่งถ้าหลอดไหนขาดก็ควรรีบเปลี่ยนให้เรียบร้อยซะ ไม่ควรละเลย เตือนละนะ!

 

6.เคลือบสีหน่อยก็ดี

 

จากสภาพอากาศในช่วงหน้าฝน ที่จะต้องเจอฝน น้ำโคลน คราบกรดต่างๆ และยังต้องเจอแดดจัดๆ ในบางวันอีกด้วย โอกาสที่สีรถของคุณจะเสื่อมสภาพ มีรอยคราบหินปูนของน้ำ ที่พอแห้งแล้วจะขัดออกได้ยาก หรือรอยด่าง รอยซีด บนตัวถังรถ ก็คงจะดูไม่สวยงามแน่ ลองหาโอกาสขัดเคลือบสีรถหน่อยก็ดี

 

7.อย่าลืมล้างรถทุกครั้งหลังลุยฝน

 

หลังจากที่คุณขับรถลุยฝนกันมาอย่างเต็มที่แล้ว บรรดาคราบสิ่งสกปรก เศษดิน หิน ทราย โคลน คราบกรดต่างๆ ที่ปนเปื้อนมากับน้ำสกปรก เกิดราบฝังแน่นที่คอยทำลายสีรถ และตัวถังรถของคุณอย่างช้าๆ ซึ่งถ้าเป็นไปได้ ควรล้างรถทันทีหลังจากลุยฝนมา โดยฉีดน้ำสะอาดล้างก่อน อย่าใช้ผ้าลูบเลย เพราะอาจะทำให้เกิดรอยได้ แล้วค่อยใช้แชมพูล้าง หลังจากนั้นก็เช็ดรถให้แห้งสนิท

 

7 วิธีดูแลรถง่ายๆ ต้อนรับหน้าฝน| Carro

สุดท้ายนี้ อย่าลืมขับขี่ในด้วยความเร็วที่เหมาะสม ไม่ขับเร็วจนเกินไป เพราะอาจจะลื่น รถเหินน้ำ หรือเบรกไม่ทันได้! ไม่ขับแบบจี้ตูดรถคันหน้าด้วยความเร็ว ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า ที่กะดูแล้วน่าจะหยุดรถได้ทัน เพื่อป้องกันรถคันหน้าหยุดกะทันหัน ซึ่งจะทำให้เราถูกรถคันอื่นชนท้าย

 

และก่อนเลี้ยวซ้ายหรือขวา ควรเปิดไฟเลี้ยวขอทางล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง พร้อมทั้งดูแลรถ อะไหล่รถส่วนไหนเสียก็เปลี่ยนใหม่ซะ แค่นี้คุณก็พร้อมขับรถลุยฝน ในช่วงหน้าฝนตลอดไปแล้วล่ะครับ


หากสนใจประกันรถยนต์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้รถของคุณ ดูได้ที่นี่


avatar
by jullapong
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon