8 ทริค เริ่มต้นเล่นหุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่

posted: 11 months ago
8 ทริค เริ่มต้นเล่นหุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่

comments

การลงทุน ไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็ตาม ย่อมตามมาด้วยความเสี่ยงเสมอ หลายคนเมื่อเริ่มเล่นหุ้นจึงเกิดอาการกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะเล่นดีมั้ย เล่นยังไง แล้วเราควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

เพราะข้อมูลต่างๆ ก็มีให้อ่านเยอะแยะไปหมด น่าสับสน กลัวขาดทุน ฯลฯ แต่ไม่ต้องห่วงไปค่ะ เพราะวันนี้ rabbit finance มีทริคดีๆ สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากลงสนามเล่นหุ้นดูสักครั้ง รับรองว่าทำตามทริคเหล่านี้แล้ว ไม่มีพังแน่นอน


8 ทริคเริ่มต้นเล่นหุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่

1เปิดพอร์ตลงทุน

1.เปิดพอร์ตลงทุน

ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการซื้อขายหุ้น สิ่งแรกที่เราต้องทำเลย คือ การเปิดพอร์ตหรือเปิดบัญชีหุ้นก่อนค่ะ ก็คือ การไปเปิดบัญชีกับบริษัทโบรกเกอร์ หรือสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อนำเงินในบัญชีมาซื้อขายหุ้นนั่นเอง

ซึ่งการเลือกโบรกเกอร์นั้น สามารถหารายชื่อได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไปเลย มีหลายเจ้ามากๆ จะเลือกเปิดพอร์ตกับที่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุนและความชอบของคุณเองว่าเหมาะกับโบรกเกอร์ไหนมากที่สุด แต่มันก็จะมีทริคการเลือกโบรกเกอร์ที่ควรรู้อยู่บ้าง เช่น

  • เลือกโบรเกอร์ที่เก็บค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นหรือค่าคอมมิชชั่นไม่สูงมาก
  • ดูเรื่อง บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะได้ เช่น บทวิเคราะห์ตลาดหุ้น เครื่องมือหรือโปรแกรมซื้อขาย ของแถม เป็นต้น
  • ดูความสะดวกสบายในการฝากถอนเงินเข้าบัญชี

ถ้าเลือกโบรกเกอร์ที่ถูกใจได้แล้ว ก็เตรียมเอกสารให้พร้อม แล้วเดินเข้าไปเปิดบัญชีหุ้นได้เลย แต่สำหรับคนที่จะสามารถเปิดบัญชีหุ้นได้ ต้องมีอายุครบ 20 บริบูรณ์เท่านั้นนะจ๊ะ


2เข้าใจประเภทของบัญชีหุ้น

2.เข้าใจประเภทของบัญชีหุ้น

เมื่อเข้าไปเปิดพอร์ตหุ้น โบรกเกอร์ก็จะถามเราว่า “อยากจะเปิดบัญชีแบบไหน” ถ้าเราไปทำหน้างงตอนนั้น ก็อาจจะเสียเวลาและทำให้ได้พอร์ตแบบที่ไม่เหมาะกับการลงทุนแบบเราได้ เพราะฉะนั้น เรามารู้จักประเภทของบัญชีหุ้นแบบคร่าวๆ กันก่อนดีกว่า

  • บัญชีเงินสด (Cash Account)

เป็นบัญชีประเภท “ลงทุนก่อน จ่ายเงินทีหลัง” โดยโบรกเกอร์จะอนุมัติวงเงินให้ลงทุน ตามฐานะทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ลงทุน โดยผู้ลงทุนจะต้องวางหลักประกันประมาณ 15%-20% ไว้ที่โบรกเกอร์ เมื่อต้องการจะลงทุนก็สามารถลงทุนไปก่อนได้เลย แล้วจากนั้นจึงค่อยโอนเงินเต็มจำนวนกลับมาให้โบรเกอร์ภายใน 3 วันทำการ

เหมาะกับ นักลงทุนมือใหม่ และนักลงทุน ที่มีวินัยในการลงทุน คิดว่าตัวเองสามารถควบคุมการลงทุนได้เป็นอย่างดี

  • บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance / Cash Deposit)

บัญชีแบบนี้ นักลงทุนจะต้องฝากเงินทั้งหมดไว้กับโบรกเกอร์ และเมื่อต้องการจะลงทุน โบรกเกอร์ก็จะหักเงินในบัญชีตามจำนวนที่นำไปลงทุนนั่นเอง หมายความว่า เราต้องตรวจสอบก่อนว่าในบัญชีเรามีเงินเพียงพอไหม ก่อนจะตัดสินใจลงทุน หรือถ้าพูดง่ายๆ คือ “ต้องมีเงินในบัญชีก่อนถึงจะลงทุนได้” นั่นเอง

เหมาะกับ นักลงทุนมือใหม่และนักลงทุนที่มีเงินลงทุนไม่มากนัก ต้องการ จำกัดวงเงินการลงทุน ซึ่งปัจจุบันโบรกเกอร์ส่วนใหญ่นิยมให้ลูกค้าเปิดบัญชีประเภทนี้

  • บัญชีมาร์จิ้น (Margin Account) หรือเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance)

เป็นบัญชีที โบรกเกอร์เปิดเพื่อให้สินเชื่อกับนักลงทุนในการลงทุนซื้อหุ้น โดยนักลงทุนจ่ายเงินซื้อเอง ส่วนหนึ่ง ที่เหลือโบรกเกอร์จะเป็นฝ่ายจ่าย ซึ่งเงินที่โบรกเกอร์จ่ายให้นั้น ถือว่าเป็นเงินส่วนที่นักลงทุนกู้จากโบรกเกอร์นั่นเอง แน่นอนว่ามีดอกเบี้ยด้วยนะจ๊ะ

เหมาะกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์การลงทุนสูง มีความสามารถในการลงทุน และมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ดี


3.ศึกษาโปรแกรม Streaming Pro

โปรแกรม Streaming Pro เป็นโปรแกรมซื้อขายหุ้นแบบเรียลไทม์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเพื่อความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพในการลงทุนให้กับนักลงทุนมากขึ้น

ซึ่งโปรแกรมนี้มีให้โหลดทั้งใน PC และ โทรศัพท์มือถือ เป็นโปรแกรมที่นักลงทุนมือใหม่ต้องรีบหัดใช้ให้ชำนาญก่อนจะเริ่มเล่นหุ้นอย่างจริงๆ จังๆ  ไม่อย่างนั้นกดผิดกดถูกอาจจะพลาดเสียหุ้นดีๆ ไปก็ได้


4เตรียมทุนสำหรับการเล่นหุ้น

4.เตรียมทุนสำหรับการเล่นหุ้น

เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตว่า “เริ่มเล่นหุ้นควรมีทุนเท่าไหร่ดี” ถ้าจะให้บอกจำนวนเป๊ะๆเลยคงจะยาก เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีการจำกัดว่าเงินเท่าไหร่จึงเปิดบัญชีหุ้นได้ แต่อย่างน้อยเราควรจะมีเงินต่ำสุดก็ 1,000-2,000 บาท ก็สามารถเปิดบัญชีหุ้นได้แล้ว (ขั้นต่ำขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์แต่ละเจ้า) แต่ถ้ามีแค่นั้นก็อาจจะซื้อได้เพียงหุ้นตัวเล็กๆ แต่ถ้าจะให้ดีควรจะมีสัก 10,000-30,000 บาท ก็จะสามารถซื้อขายได้สบายใจขึ้นมาหน่อย และยังช่วยลดความเสี่ยงได้ด้วย

จำนวนการซื้อขายหุ้นขั้นต่ำ คือ 100 หุ้น ฉะนั้น ถ้าหุ้นราคาต่ำ ก็ไม่จำเป็นต้องมีเงินเยอะก็สามารถซื้อได้ แต่ก็เช็คค่าคอมมิชชั่นของโบรกเกอร์ด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไม่มีกำไรเอาได้


5เลือกลงทุนหุ้นที่ถูกใจ

5.เลือกลงทุนหุ้นที่ถูกใจ

สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานในการลงทุน ไม่มีพื้นฐานการเล่นหุ้น หรือไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกิจการหุ้นตัวที่เราสนใจมาก่อน เราแนะนำให้ลองเลือกหุ้นจากดัชนี SET 50 หรือ SET 100 ดูก่อนค่ะ

ดัชนี SET 50 หรือ SET 100 คือ ดัชนีราคาหุ้นที่ใช้แสดงระดับและความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญ 50 และ 100 ตัวที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูง การซื้อขายมีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งอัพเดตทุกๆ 6 เดือน

ถ้าหุ้นตัวไหนอยู่ในลิสต์นี้ ก็แสดงว่ามันกำลังไปได้ดี เพราะฉะนั้น ถ้าเราเลือกซื้อหุ้นตัวนั้นก็คงจะไม่พลาดแน่นอน หรืออาจจะดูจากหมวดอุตสาหกรรม เพื่อให้เข้าใจว่า หุ้นอะไร อยู่ในหมวดไหนก่อนก็ได้เหมือนกัน


6ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรลงทุนอะไร

6.ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรลงทุนอะไร

ถ้าถามว่าจะเลือกซื้อขายหุ้นตอนไหนดี ก็ตอบได้ง่ายๆว่า “ซื้อตอนที่มีเงิน ขายเมื่อต้องการเงิน” เพราะตลาดหุ้นผันผวนตลอดเวลา จะซื้อขายตอนไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดตอนนั้นด้วยว่าเป็นอย่างไร แต่ที่สำคัญ คือ ดูตัวเราเองด้วยว่าสถานะการเงินอยู่ที่ตรงไหน ถ้ามีความต้องการเงิน ก็อาจจะเลือกขายโดยที่ยังไม่ต้องหวังกำไรมากมายมหาศาลก่อนก็ได้

เราควรจะเรียนรู้การมองภาพใหญ่ของตลาดหุ้น เช่น รู้ว่าหุ้นนี้จะไปต่อทางไหน ถ้าราคาหุ้นปรับตัวจะส่งผลอะไรบ้าง เพื่อช่วยตัดความเสี่ยงในการลงทุนลงไปได้


7เรียนรู้และศึกษาหุ้นที่จะลงทุน

7.เรียนรู้และศึกษาหุ้นที่จะลงทุน

แน่นอนว่าจะลงทุนในอะไร เราก็ต้องรู้จักสิ่งนั้นให้ดีก่อน เรื่องที่เราจำเป็นต้องรู้อย่างแรกเลย คือ “ชื่อหุ้น” ค่ะ เพราะ บริษัทดังๆ ต่างๆ ก็ไม่ได้ใช่ชื่อบริษัทตัวเองเป็นชื่อหุ้น แต่ใช้ตัวย่อซึ่งพอมีเยอะมันก็จะคล้ายๆ กันหมด เพราะฉะนั้น เราควรจะต้องจำชื่อหุ้นของเราให้มั่น ไม่อย่างนั้นอาจลงทุนผิดตัวก็ได้นะ

ควรจะศึกษาเรื่องอื่นๆ เช่น หุ้นมีปันผลไหม หุ้นนี้ P/E เท่าไหร่ ศึกษางบการเงินของกิจการนั้นๆ เพื่อดูว่าหุ้นถูกหรือแพงไปแล้ว และเรียนรู้การดูกราฟเทคนิคอลเบื้องต้น ในการเข้าใจจังหวะในการลงทุนด้วย


8จัดพอร์ตการลงทุนลดความเสี่ยง

8.จัดพอร์ตการลงทุนลดความเสี่ยง

หลายๆ คนไม่เลือกที่จะลงทุนในหุ้นตัวเดียว แต่เลือกจะลงทุนหลายๆ ตัวในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องดีค่ะ เพราะ มันจะช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับเราได้มากเลย ดังนั้น เราจึงต้องจัดพอร์ตการลงทุนของเราให้ดี เพื่อให้สามารถรองรับทุกการลงทุนของเราได้นั่นเอง

รู้ทริคดีๆ เหล่านี้แล้ว ก็ได้เวลาเริ่มลงทุนแล้วนะคะ นักลงทุนหุ้นมือใหม่ก็ต้องระวังเป็นพิเศษเลยนะคะ การลงทุนมีความเสี่ยง ฉะนั้น ก็เตรียมตัวเตรียมเงินลงทุนให้ดีนะคะ โชคดีค่า


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon