9 สุดยอดเทคนิค เก็บเงิน สไตล์คนกรุง

posted: 2 years ago
1,787 views
9 สุดยอดเทคนิค เก็บเงิน สไตล์คนกรุง

comments

เก็บเงิน

เมืองหลวงของไทยอย่างกรุงเทพมหานคร เมืองที่เป็นที่รู้กันดีว่ามีค่าครองชีพสูงมากจังหวัดหนึ่งในประเทศ มีทั้งชาวต่างจังหวัดหลายคนเลือกหันหลังให้กับบ้านเกิดและมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองกรุงเพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพ และชาวกรุงเทพที่ปักหลักอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้มาแต่เดิม ทุกคนล้วนแล้วแต่คือผู้ที่ร่วมใช้ชีวิตอยู่ในมหานครแห่งนี้เหมือนกัน และทุกคนก็รู้ดีว่า การใช้ชีวิตในเมืองหลวงแห่งนี้ไม่ง่ายเลย วันนี้เรามีวิธีการเทคนิคการใช้ชีวิตแบบพอเพียงในกรุงเทพ เพื่อให้มีเงินเหลือพอใช้ และสามารถ เก็บเงิน ได้ในทุกๆ เดือนมาฝากกัน มาดูกันซิว่าเทคนิค ที่ว่านี้มีวิธีอะไรบ้าง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ : ออมเงิน ง่ายๆแต่มีเงินเก็บแน่นอน, 3 วิธี ออมเงิน อย่างไรให้รวย, การออมเงิน ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

 

Viriyah Insurance

 

ถ้วยเงิน

1. วางแผนการใช้เงิน

ช่วง 2-3 วันสุดท้ายของเดือน หรืออาจเป็นวันสุดท้ายของเดือนสำหรับบางคน จะเป็นวันที่พวกเราเหล่า มนุษย์เงินเดือน ทั้งหลายเฝ้ารอให้มาถึง เพราะมันเป็นวันเงินเดือนออก! แต่อย่าได้ชะล่าใจไป หากเราไม่มีการวางแผนเรื่องการใช้เงินแต่ละเดือนไว้ล่วงหน้า อย่าว่าแต่เรื่องเงินเก็บของเดือนนั้นเลย แค่ใช้ให้พอทั้งเดือนยังอาจจะเป็นเรื่องยากเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น เราจึงควรวางแผนการใช้เงินของเราไว้ก่อน ซึ่งทำได้ง่ายๆ คือ เมื่อเงินเดือนออก เราควรจัดสรรปันส่วนไว้เลยว่าต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง เช่น ค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าอินเตอร์เน็ท ค่าหอพัก (สำหรับบางคนที่ไม่ได้มีบ้านเป็นของตัวเองในกรุงเทพ หรือเลือกจะออกมาใช้ชีวิตเองคนเดียว) ค่าเดินทางไปกลับจากที่ทำงาน ค่าอาหารการกินต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉิน เป็นต้น และทางที่ดีถ้าอยากจะมีเงินเก็บไว้ หลังจากที่เราจัดสรรค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เราควรดึงเงินออกมาส่วนหนึ่งและแยกเอาไว้ “เป็นเงินเก็บ” ทันที จากนั้นเหลือเงินอยู่ทั้งหมดเท่าไรต้องใช้ให้พอ ซึ่งเราต้องมีวินัยในตนเองด้วยว่าจะไม่ไปยุ่งหรือเอาเงินส่วนนี้มาใช้ในภายหลัง ส่วนจะเก็บมากน้อยแค่ไหนนั้นก็แล้วแต่เป้าหมายในการเก็บเงินของแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับความมากน้อยของ รายรับ ของแต่ละคนด้วย

กระปุก

2. หยอดกระปุกทุกวัน

หากไม่ถนัดวิธีแรกที่บอกไป คุณอาจใช้วิธีพื้นฐานสุดๆ อย่างการหยอดเงินใส่กระปุกหมูน้อยน่ารักทุกวันก็ได้ วันละ 20, 30, 50 หรือ 100 บาท ก็จัดกันตามใจเลยแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน แต่ยังไงก็ขอให้หยอดไว้ก่อน หมั่นหยอดเป็นประจำทุกวันให้เกิดเป็นความเคยชิน เพื่อที่อย่างน้อยเราก็ยังมีเงินเก็บทุกเดือน จะมากหรือน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีเลยจริงมะ

 

Bangkok Insurance

 

3. นักสะสมแบงค์ 50

ข้อนี้เป็นอีกวิธีเก๋ๆ ที่น่าสนใจ แบงค์ 50 นั้นเป็นแบงค์ที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นหน้าเห็นตาเท่าไร จึงมีคนใช้วิธีนี้กันอยู่พอสมควร และได้ผลเป็นอย่างดีเสียด้วย โดยเมื่อเราได้เงินทอนจากการซื้อข้าวซื้อของต่างๆ มาเป็นแบงค์ 50 เราก็เลือกเก็บเฉพาะแบงค์ 50 เอา ไม่เอามันไปใช้ ถือเป็นการวัดดวงไปด้วยว่า วันนี้เราจะได้แบงค์ 50 บ้างมั้ย เป็นการเพิ่มความสนุก และน่าตื่นเต้นในการเก็บเงินของตัวเองด้วย ลองคิดดูสิว่า ถ้าเราเก็บแบงค์ 50 ได้วันละ 1 ใบ 20 วันในแต่ละเดือน ใน 1 ปีเราจะมีเงินเก็บถึง 12,000 บาท อาจดูไม่มากเท่าไร แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเราสามารถเก็บเงินได้ถึงหลักหมื่นนะ

4. ใช้วิธีการฝากประจำ

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับเราว่า ทุกๆ เดือนเราจะมีเงินเก็บอย่างแน่นอน เป็นวิธีที่น่าจะใช้ได้ดีกับคนที่ไม่ค่อยมี วินัย ในเรื่องการเก็บเงินเท่าไร โดยเปิดบัญชีเพิ่มไว้อีกบัญชีหนึ่งนอกเหนือจากบัญชีที่ใช้อยู่ให้เป็นแบบฝากประจำ เมื่อเราได้รับเงินเดือนเรียบร้อยปุ๊บ เราก็กดเงินออกมาสัก 1,000 บาท อาจจะมากหรือน้อยกว่านั้นแล้วแต่ศักยภาพและเป้าหมายส่วนบุคคล จากนั้นก็นำไปฝากในบัญชีฝากประจำทันที ซึ่งเราไม่สามารถกดหรือถอนเงินออกมาใช้ได้จนกว่าจะครบกำหนด ถือว่าเป็นการเก็บเงินแบบระยะยาว ซึ่งทำให้เรามีเงินเก็บแบบชัวร์ๆ แน่นอน

ทำอาหาร

5. ทำอาหารกินเอง

การทำอาหารกินเองนั้น สำหรับคนที่อาศัยอยู่คนเดียวจะสามารถช่วยลดการใช้จ่ายเรื่องค่าอาหารในแต่ละมื้อได้มากทีเดียว เพราะการซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารในแต่ละครั้ง เราสามารถใช้วัตถุดิบเหล่านั้นมาทำกับข้าวกินได้หลายมื้อ และถ้ามื้อหนึ่งกินไม่หมด เราก็สามารถนำมาอุ่นและกินได้อีกในมื้อต่อไป ส่วนคนที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ญาติพี่น้องหรือแม้แต่เพื่อน ก็จะยิ่งช่วยลดการใช้จ่ายเรื่องค่าอาหารมากขึ้นไปอีก เพราะมื้อเช้ากับมื้อเย็นเราก็กินอาหารกับที่บ้านอยู่แล้ว ถ้าเรานำอาหารมาทานเองที่ทำงานในตอนมื้อกลางวันอีกมื้อ ก็เท่ากับว่าเราไม่ต้องเสียเงินค่าอาหารเลยสักมื้อ อาจจะมีแค่ค่าเครื่องดื่มหรือขนมขบเคี้ยวนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น ถือว่าช่วย ประหยัดเงิน ในกระเป๋าเราไปได้มากพอตัว

 

MuangThai Insurance

 

6. เดินทางแบบประหยัด

ปัจจุบันทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกสบายนั้นมีมากขึ้น เราสามารถเลือกวิธีการเดินทางได้อย่างหลากหลาย  ไม่ว่าจะด้วยรถเมล์ รถไฟฟ้าใต้ดินบนดินต่างๆ รวมถึงรถตู้ที่เรียกได้ว่ามีบริการเข้าถึงเกือบทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯเลย เพราะฉะนั้น การเลือกวิธีที่ประหยัดที่สุดในการเดินทางไปกลับที่ทำงานในแต่ละวัน เพื่อให้เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางน้อยที่สุด โดยการใช้บริการขนส่งสาธารณะเหล่านี้ และลด ละ เลิกความสบายจากการนั่งแท็กซี่ หรือซื้อรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์เพื่อขับมาทำงาน ซึ่งก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าในวันทำงานนั้นที่กรุงเทพนั้นรถติดมากแค่ไหน ยิ่งถ้าเรายังไม่พร้อมที่จะรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในการผ่อนรถในแต่ละเดือน ค่าน้ำมัน รวมถึงค่าบำรุงรักษารถจิปาถะต่างๆ ด้วยแล้ว นอกจากจะทำให้เราไม่มีเงินเก็บแล้ว ยังเป็นการเพิ่มหนี้สินให้ตัวเราเสียด้วยซ้ำไป

เซล

7. อย่าติดหรูเกิน

ในที่นี้หมายถึงเราควรใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง อย่าใช้ชีวิตหรูหรา ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยจนเกินเหตุ ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ของเรา เช่น เรื่องการกิน เราไม่จำเป็นต้องกินร้านอาหารราคาแพงทุกมื้อ หรือกินบ่อยๆ อาจจะนานๆ ครั้งเพื่อเป็นการให้รางวัลกับตัวเองในการทำงานหาเงินและเก็บออมเงินมา

การซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็ซื้อในสิ่งที่จำเป็น ไม่จำเป็นต้องใช้ของแบรนด์เนมมียี่ห้อเสมอไป ถ้าอยากได้อะไรสักอย่างที่ราคาสูงหน่อย ซึ่งบางครั้งคุ้มค่ากว่าในเรื่องของคุณภาพ ก็ควรเก็บเงินให้พอก่อนแล้วค่อยซื้อ ไม่ใช่เอาแต่รูดปรื้ดๆ ซึ่งอาจจะทำให้เป็นหนี้บัตรเครดิตเอาได้ง่ายๆ แถมทั้งเดือนที่เหลืออาจจะมีเงินไม่พอใช้เลยก็ได้นะ

เรื่องที่อยู่อาศัย สำหรับคนที่อยู่หอ คอนโด หรืออพาร์ทเมนต์ต่างๆ ก็เลือกที่ราคาพอเหมาะกำลังดี ไม่เป็นภาระของเงินในกระเป๋า ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องดูปัจจัยอื่นๆ เช่น เรื่องความปลอดภัย ประกอบกันไปด้วย เพราะถ้าได้ที่พักราคาถูกแต่เสี่ยงชีวิตก็ไม่คุ้มกันนะเออ

สังสรรค์

8. ลดการสังสรรค์ลงบ้าง

กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งแสงสี มีสถานที่เที่ยวกลางคืนมากมาย และหลายคนก็ตั้งหน้าตั้งตารอเวลาเลิกงาน โดยเฉพาะคืนวันศุกร์และวันเสาร์ เพื่อจะได้ไปเที่ยวดื่มกินกับเหล่าเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน ถ้าเราลองมาคิดดูให้ดีแล้ว การไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ บ่อยๆ นี่แหละ ที่ทำให้เปลืองเงินสุดๆ แต่ไม่ใช่ว่าเราควรงดการไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ไปเลย แค่ลดความถี่ลงกว่าเดิมสักหน่อย เพราะบางคนอาจจะไปสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหรือมากกว่านั้น ถี่ขนาดนี้ก็ควรลองเพลาๆ ลงดูบ้าง เหลือสัปดาห์ละครั้งก็พอ น่าจะช่วยให้เราเก็บเงินได้มากขึ้นในแต่ละเดือน ส่วนคนที่ไม่ค่อยชอบไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนเท่าไร หรือแค่นานๆ ไปที ก็ถือว่าโชคดีไปในเรื่องการเก็บเงิน

 

Dhiphaya Insurance

 

9. กระป๋องเบียร์มีประโยชน์

วิธีนี้น่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเห็นผลเลยทีเดียวสำหรับคนที่ชื่นชอบการดื่มเบียร์เป็นชีวิตจิตใจ เพราะบางคนทำงานเหนื่อยๆ มาทั้งวัน ก่อนเข้าบ้านก็ชอบแวะซื้อเบียร์เย็นๆ สัก 1-2 กระป๋องติดไม้ติดมือกลับไปจิบก่อนนอนเพื่อช่วยให้หลับสบาย เราสามารถหยอดเหรียญ หรือแบงค์ก็ได้ ลงไปในกระป๋องเบียร์ที่เราดื่มหมดแล้วให้เต็ม หยอดทุกวัน หยอดไปเรื่อยๆ จนเต็มทุกกระป๋องที่เราซื้อไปดื่ม นอกจากจะเป็นการเก็บเงินมาทดแทนค่าเบียร์ที่เราเสียไปแล้ว ยังทำให้เรารู้ด้วยว่า เราดื่มมากขนาดไหน จะได้รู้จักลิมิตตัวเองก่อนโรคตับจะถามหาเสียก่อน

วิธีต่างๆ ที่เราได้แนะนำไปนั้น เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้อย่างแน่นอนถ้าตั้งใจจะทำ ลองนำไปปรับใช้กันดู  จะได้มีเงินเก็บ และมีเงินเหลือใช้กันทุกคนเลยนะครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก http://goo.gl/2SNIMa ; http://www.yokekungworld.com/2014/06/how-to-survivor-with-cash-100-baht/

avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon