9 เรื่องจริงเกี่ยวกับ ‘พ่อ’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

posted: 2 years ago
6,303 views
9 เรื่องจริงเกี่ยวกับ ‘พ่อ’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

comments

ถ้าหากจะถามว่าในโลกใบนี้มีกษัตริย์ผู้ใดบ้างที่สามารถทำทุกสิ่งเพื่อให้ประชาชนของพระองค์ได้อยู่ดีกินดีมีความสุข คำตอบแรกๆ ที่เข้ามาอยู่ในหัวของคนไทยทุกคนนั้นแน่นอนที่สุดว่าต้องเป็น ‘ในหลวง’ อย่างแน่นอน เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต Rabbit Daily ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย โดยพาผู้อ่านทุกๆ ท่านไปติดตามเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระผู้เป็นดังดวงใจของคนไทยทั้งชาติ และสถิตอยู่ในดวงใจของเราไปตลอดกาล

1.เพื่อนคนแรกของพระองค์

ในเช้าตรู่ของวันที่ 5 ธันวาคม ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนีได้ทรงมีพระประสูติการพระราชโอรสของพระองค์ โดยมีในหลวงแพทย์ ดับบลิว สจ๊วต วิตมอร์ (Dr. W. Stewart Whittemore) เป็นผู้ถวายการประสูติ ที่โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น (Mount Auburn Hospital) ในเมือง เคมบริดจ์ มลรัฐ แมซซาชูเซต ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 6 ปอน หรือเท่ากับ 2 กิโลกรัม

ในภายหลังเมื่อพระองค์ทรงเจริญวัยมากขึ้นได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังโรงพยาบาลที่เป็นสถานที่พระราชสมภพของพระองค์ ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คุณหมอผู้นี้ เข้าเฝ้า พร้อมพระราชทานหีบบุหรี่ถมทอง มีตัวหนังสือสลักข้างในว่า “ให้เพื่อนคนแรกของฉันดอกเตอร์ ดับบลิว.สจ๊วต วิตต์มอร์ เพื่อเป็น Token of affectionate sentiment” พร้อมกันนี้พระองค์ยังทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นางพยาบาลที่เป็นผู้ช่วยในการถวายพระประสูติ เฝ้าทูลละอองธุรีพระบาทเพื่อรับพระราชทานตลับแป้งถมทอง มีพระปรมาภิไทยที่ฝาตลับอีกด้วย

2.สถานที่ประสูติกาล

สำหรับโรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์นนั้นในปัจจุบันนี้ ตึกฟิสค์ ที่เป็นดั่งที่ประสูติกาลของพระเจ้าอยู่หัวจะถูกทุบเพื่อปรับปรุงใหม่แล้ว แต่ทางโรงพยาบาลยังไม่ลืมประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ดังกล่าว จึงได้ทำการสร้างและเก็บห้องที่พระเจ้าอยู่หัวทรงพระประสูติกาลเอาไว้เป็นพิเศษที่บริเวณชั้น 5 ของโรงพยาบาลโดยมีพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถประดิษฐานอยู่ด้วย

3.กระปุกของในหลวง

สมเด็จย่าได้ทรงอบรมสั่งสอนในหลวงของเราให้รู้จักการให้ โดยพระองค์ท่านจะทรงตั้ง ‘กระป๋องคนจน’ เอาไว้เมื่อใดก็ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำกำไรได้จากกิจกรรมที่พระองค์ทำก็จะต้องถูกหักภาษีเป็นจำนวน 10% นำมาใส่กระปุกนี้ไว้ และเมื่อถึงเวลาทุกๆ สิ้นเดือนสมเด็จย่าก็จะทรงเรียกประชุมเพื่อปรึกษาหารือกันว่าจะนำเงินดังกล่าวไปทำประโยชน์อะไรให้สังคมได้บ้าง เช่น มอบให้โรงเรียนเด็กพิการ หรือ ทำกิจกรรมเพื่อคนยากจนเป็นต้น

4.ทรงเก็บเงินซื้อสิ่งของต่างๆ ด้วยพระองค์เอง

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พระองค์เคยทรงกราบบังคมทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน เพราะเหล่าพระสหายของพระองค์ต่างก็มีจักรยานกันทั้งนั้น โดยสมเด็จย่าได้มีพระราชดำรัสกับพระเจ้าอยู่หัวว่า “หากลูกอยากได้จักรยานก็ต้องเก็บเงินยอดกระปุกเอา เมื่อได้มากแล้วจึงค่อยไปซื้อ” สำหรับจักรยานคันนี้เมื่อพระองค์ทรงเก็บพระราชทรัพย์ได้มากพอแล้ว จึงได้ทรงตัดสินพระทัยที่จะซื้อเอามาไว้ใช้ โดยท่านทรงปั่นจักรยานไปเรียนแทนการนั่งรถพระที่นั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

5.อัจฉริยภาพทางด้านดนตรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ดนตรีเป็นครั้งแรกเมื่อพระชนมายุได้ 18 พรรษา โดย ‘เพลงแสงเทียน’ เป็นบทเพลงแรกที่พระองค์ทรงประพันธ์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2489 พระองค์ทรงสามารถพระราชนิพนธ์เพลงได้เกือบทุกแนวโดยไม่ต้องมีเครื่องดนตรีช่วย ดังเช่นครั้งหนึ่งที่ทรงหยิบซองจดหมายขึ้นมาขีดเส้น 5 แถว และประพันธ์เพลงขึ้นมาเดี๋ยวนั้นจนกลายเป็นเพลง ‘เราสู้’ ในปัจจุบัน ปัจจุบันเพลงของพระเจ้าอยู่หัวก็ยังคงเป็นบทเพลงที่ได้รับความนิยมโดยยังมีการนำเอากลับมาเล่นกันใหม่ทั้งเวทีภายในประเทศและนอกประเทศอยู่เสมอ

6.ในหลวงและราชินี

รักแรกพบของสมเด็จพระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเกิดขึ้นที่ประเทศ สวิสเซอรแลนด์ (Switzerland) โดยในเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อเอาไว้ว่า “น่าจะเป็นเกลียดแรกพบเสียมากกว่า” เพราะในเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงนัดสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอาไว้ตอน 4 โมงเย็น แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ กลับกลายเป็นว่าพระองค์ท่านทรงเสด็จมาถึงตอน 1 ทุ่มแทน เรียกได้ว่าสายไปถึง 3 ชั่วโมง ในขณะที่พระราชินีต้องทรงฝึกซ้อมถอนสายบัวอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นเอง

7.พระเกศาของในหลวง

พระเกศาที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตัดเอาไว้แล้วนั้น พระองค์ท่านจะทรงแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งจะทรงส่งพระเกศาดังกล่าวไปบรรจุเอาไว้ในธงชัยเฉลิมพลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับเหล่าทหารหาญ ในขณะที่อีกส่วนพระองค์จะทรงส่งไปบรรจุเอาไว้ในวัตถุมงคลเพื่อมอบให้กับประชาชนที่ทำความดีให้กับประเทศชาติต่อไป

8.เดิมพันของในหลวง

97611 (1)

จากการที่พระองค์ทรงเสด็จไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในประเทศทั่วทุกถิ่นแดนไทย จึงทำให้มีผู้ที่สงสัยอยู่ไม่น้อยว่าพระองค์ท่านจะทรงเหนื่อยหรือไม่ซึ่งคำถามในข้อนี้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ทรงกราบบังคมทูลถามพระองค์ถึงข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้น โดยพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตรัสตอบข้อสงสัยดังกล่าวเอาไว้ว่า “ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเราคือประเทศชาติ และความสุขของคนไทยทั้งประเทศ

9.ห้องทรงงานของในหลวง

kingroom

ห้องทรงงานของในหลวงนั้นตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 8 ของตำหนักจิตรลดาฯ โดยภายในห้องเล็กๆ ของพระองค์จะมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพพ์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ โดยพระองค์จะทรงรับฟังปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่โดยตลอด ในบางครั้งเมื่อท่านได้ข่าวรถติดก็จะทรงปลอมพระองค์และโทรเข้าไปในรายการวิทยุ จ.ศ.100 เพื่อรายงานสภาพการจราจรด้วยพระองค์เอง

ธ สถิตย์อยู่ในดวงใจไทยนิรันดร์ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

 


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon