มาดูกัน! ต้นเหตุ ยางระเบิด รู้แล้วระวัง

posted: 7 months ago
มาดูกัน! ต้นเหตุ ยางระเบิด รู้แล้วระวัง

comments

ยางระเบิด เป็นอีกหนึ่งต้นเหตุของ อุบัติเหตุทางรถยนต์ เพราะยางระเบิดมักจะสร้างความตกใจให้กับผู้ขับรถยนต์และทำให้รถยนต์สูญเสียการควบคุมจนเกิดอุบัติเหตุและสร้างความเสียหายแก่รถยนต์รวมถึง ผู้ขับขี่ อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


ยางระเบิด
CC : allfordmustangs

ยางระเบิด เกิดจากอะไร ?

เชื่อว่าผู้อ่านหลายๆ ท่านคงเคยทราบข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีสาเหตุมาจากยางระเบิดกันบ้าง rabbit finance จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับ สาเหตุของยางระเบิด มาบอกต่อกัน รู้ไว้จะได้ป้องกันได้ทันท่วงทีนะคะ

  • อายุการใช้งาน

ยางรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานหลายปีจนเสื่อมสภาพ ที่แก้มยางมีรอยแตก บวม ดอกยางเรียบ แบน ลักษณะแบบนี้ ควรเปลี่ยนยาง ให้ไวเลยค่ะ

  • ใช้งานเกินความสามารถ

ยางรถยนต์แต่ละชนิดก็จะมีพิกัดการใช้งานที่กำหนดไว้ ผู้ขับขี่ควรตรวจเช็กว่ายางรถยนต์ที่เรามีนั้น สามารถรองรับการขับขี่ที่ความเร็วสูงสุดเท่าใด และไม่ควรขับรถเร็วเกินพิกัดของยางรถยนต์นั้นๆ

  • เติมลมยางไม่ถูกต้อง

การเติมลมยาง ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ อาจจะเติมลมยางอ่อนจนเกินไป หรือเติมลมยางจนแข็งเกินไป จะทำให้ประสิทธิภาพของยางรถยนต์ลดลง

  • แก้มยางเกิดการเสียดสีบ่อยครั้ง

แก้มยาง คือ ด้านข้างๆ ของยางรถยนต์ ที่ไม่ได้ติดกับพื้นถนน แต่แก้มยางอาจเกิดการเสียดสีได้ในกรณีที่ขับรถตกขอบทาง หากเกิดการเสียดสีบ่อยๆ ก็จะทำให้แก้มยางบางลง และเสี่ยงเกิดยางระเบิดได้เช่นกัน

  • เลือกยางรถยนต์ผิดขนาด

รถยนต์แต่ละคันก็จะมีการใช้ยางรถยนต์ที่มีขนาดแตกต่างกันออกไปตามคุณสมบัติการใช้งาน การเลือกยางรถยนต์ ที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับรถยนต์มาใส่ จะทำให้ยางรถยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และอาจเกิดความผิดพลาดได้

  • ยางรถยนต์ร้อนจัด

เมื่อยางรถยนต์เสียดสีกับพื้นถนนเป็นเวลานานก็จะเกิดความร้อนขึ้นมา โดยปกติยางรถยนต์จะถูกออกแบบมาให้ทนความร้อนได้ในระดับที่คอนข้างสูง แต่เมื่อใช้งานไปนานๆ และเจอความร้อนจากการเสียดสีบ่อยๆ จะทำให้ผิวยางบางลงและทนแรงเสียดทานได้น้อยลง


ยางระเบิด
CC : Charles G. Pitman

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดยางระเบิด

หากรถยนต์ของเราต้องเจอกับเหตุการณ์ยางระเบิด สิ่งที่คนขับต้องทำคือ

    • ตั้งสติ มือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยให้มั่นคง
    • ถอนเท้าออกจากการเหยียบคันเร่ง
    • แตะเบรกเบาๆ และถี่ๆ อยากเหยียบเบรกมิด เพราะจะทำให้รถหมุน
    • ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาด เพราะคลัตช์จะทำให้รถไม่เกาะถนนและบังคับได้ยากยิ่งขึ้น
    • ห้ามดึงเบรกมือ เพราะจะทำให้รถหมุน
    • เมื่อลดระดับความเร็วลงและควบคุมรถได้แล้ว ให้ปรับเป็นเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ

ข้อสังเกตเมื่อ รถยนต์เกิดยางระเบิด

ข้อสังเกตก็คือ เมื่อเกิดเหตุการยางระเบิด ไม่ว่ายางที่ระเบิดจะเป็นล้อหน้าหรือล้อหลัง เมื่อระเบิดในด้านซ้าย รถยนต์จะแฉลบไปทางซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ และแฉลบไปด้ายซ้ายอีกที สลับกันไปมาอยู่อย่างนั้น เช่นเดียวกันกับการระเบิดข้างขวา

อุบัติเหตุที่มักจะเกิดขึ้นนั้นเกิดจากการที่ยางระเบิดในขณะที่ขับรถมาด้วยความเร็วสูงมากๆ เมื่อยางระเบิด รถก็จะสูญเสียการควบคุมทันทีและเกิดความเสียหายขึ้น


ยางระเบิด
CC : cookie&clogs

ตรวจสภาพยางรถยนต์ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

ยางระเบิดเกิดจากการที่ยางเสื่อมสภาพ ดังนั้น ถ้าเราหมั่นตรวจสภาพยางรถยนต์ว่ามีข้อบกพร่องหรือไม่ จะได้แก้ไขได้ทัน ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงยางระเบิดลงได้ ด้วยการตรวจสภาพยางรถยนต์ ตามคำแนะนำนี้เลยค่ะ

  • สังเกตภายนอกของยางรถยนต์

เราสามารถสังเกตความสึกหรอของยางรถยนต์ได้จากจุดบอกค่าความสึกหรอของยางรถยนต์อยู่ระหว่างดอกยาง มีลักษณะเป็นสันยางเล็กนูน ขวางอยู่ตามร่องยาง ถ้าเห็นว่าดอกยางมีความสึกหรอจนอยู่ในระดับเดียวกับสันยางแล้ว แสดงว่า ถึงเวลาเปลี่ยนยางรถยนต์ เส้นใหม่แล้วล่ะค่ะ

อีกวิธีหนึ่งคือ การใช้มือลูบที่บริเวณแก้มยางดูว่ามีการบวมจนผิดปกติหรือไม่ หรือมีส่วนของยางที่นูนออกมามากเกินไป เป็นลักษณะที่เตือนว่าควรไปเปลี่ยนยางรถยนต์ได้แล้วค่ะ

  • สังเกตสภาพเนื้อยาง

ลองสังเกตสภาพของเนื้อยางรถยนต์ดูว่ายังมีความยืดหยุ่นดีอยู่หรือไม่ ถ้าใช้งานมากว่า 2 ปี และวิ่งด้วยระยะทางไม่ต่ำกว่า 40,000 กิโลเมตร ยิ่งควรเช็กให้ดี

คุณสามารถเช็กด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วยการใช้เหรียญหรือเล็บจิกบนเนื้อยางเพื่อทดสอบว่าเนื้อยางสามารถยุบตัวได้แค่ไหน ถ้ากดยากหรือพบรอยแตกตามเนื้อยางก็ควรเปลี่ยนยางเช่นกันค่ะ

เชื่อว่าไม่มีใครอยากเจอเหตุการณ์รถยนต์ยางระเบิดแน่นอน ตอนนี้เราก็รู้สาเหตุและวิธีรับมือแล้ว ขอเพียงมีสติและขับรถยนต์อย่างไม่ประมาท ก็จะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุลงได้แล้วค่ะ


avatar
by IN-Wsible
Tiny girl with Big heart.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon