นักรีวิว อินฟลูเอนเซอร์ ถึงเวลา “ขาลง” จริงดิ?

posted: 2 months ago
นักรีวิว อินฟลูเอนเซอร์ ถึงเวลา “ขาลง” จริงดิ?

comments

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคนี้ เหล่านักรีวิว บล็อกเกอร์ หรือ Influencer เป็นงานยอดฮิตและสร้างรายได้อันงดงามได้ไม่แพ้งานของเหล่าคนดังหรือเซเลบทั้งหลาย ช่วง 4 – 5 ปี ที่ผ่านมา งาน Influencer เรียกได้ว่ามาแรงสุดๆ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แต่น่าเสียดายที่ต้องบอกว่าช่วงขาลงของเหล่า Inflencer กำลังจะมาถึงแล้ว อ้าว! จะมาไวไปไวขนาดนี้เลยหรือ เพราะอะไรกันนะ?


อินฟลูเอนเซอร์

Influencer คืองานอะไร?

Influencer (อินฟลูเอนเซอร์) หมายถึง ผู้มีอิทธิพล ในทางการตลาดคือ ผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดของผู้บริโภค เรียกอีกอย่างว่า Opinion Leader หรือผู้นำทางความคิดที่สามารถชักจูง โน้มน้าวจิตใจด้วยข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อสร้างทัศนคติเดียวกันให้แก่ผู้บริโภค

อินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่อาชีพโดยตรง แต่เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่สร้างคอนเทนต์ออนไลน์แล้วได้รับความนิยม หรือมีผู้ติดตามเยอะๆ เมื่อพูดถึงสินค้าหรือบริการต่างๆ ก็สามารถชักจูงคนจำนวนมากได้ด้วยความรู้สึกที่เป็นผู้บริโภคเช่นเดียวกัน แถมยังมีความใกล้ชิดมากกว่า

ผู้ประกอบการหลายเจ้าก็หันมาเลือกทำการตลาดแบบ Influencer marketing เพราะคอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคมากกว่า และสร้างความสนใจต่อตัวสินค้าได้ดีและเร็วกว่า


อินฟลูเอนเซอร์
CR : 29Secrets

Influencer กับ นักรีวิว ต่างกันไหม?

บางคนยังสับสนว่าอินฟลูเอนเซอร์ จะใช่นักรีวิวหรือเหล่าบล็อกเกอร์ที่สร้างคอนเทนต์มากมายบนโลกออนไลน์อย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้หรือเปล่า บอกเลยว่า เราสามารถเรียกคนเหล่านี้ว่าอินฟลูเอนเซอร์ได้เช่นเดียวกัน

แต่ผู้สร้างคอนเทนต์ในโลกออนไลน์ก็มีหลายแบบ ทั้งแบบที่เป็นผู้บริโภคทั่วไปที่ใช้สินค้าแล้วดีจึงอยากบอกต่อ หรืออีกแบบคือคนที่มีผู้ติดตามเยอะ เมื่อรีวิวสินค้าอะไรก็จะมีคนสนใจและไปซื้อมาใช้ตาม เมื่อพูดถึงอะไรสิ่งนั้นก็จะเป็นกระแส ซึ่งอย่างหลังจะเหมาะสมกับคำว่าอินฟลูเอนเซอร์มากกว่า

โดยอินฟลูเอนเซอร์ในช่วงเริ่มแรกนั้นมาจากการเขียนรีวิวสินค้าของลูกค้า หรือการเอ่ยชื่อสินค้าลงในโซเชียลมีเดียส่วนตัว เช่น Facebook, Twitter หรือ Blog รวมทั้งชุมชนออนไลน์เช่น pantip, SocialCam และอีกมากมาย

ส่วนใหญ่ที่เห็นทุกวันนี้คือเริ่มต้นมาจากการเขียนบล็อกได้รับความนิยมและมีผู้ชื่นชอบจำนวนมาก จนผู้เขียนบล็อกเริ่มขยับขยายช่องทางในการสร้างคอนเทนต์ โดยการสร้างแฟนเพจ รวมถึงทำคลิปวีดิโอลงใน Youtube จนเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น แม้จะมีคอนเทนต์ให้ติดตามหลากหลายช่องทาง แต่คนก็มักจะเรียกกันจนติดปากว่า “บล็อกเกอร์” หรือ “ยูทูบเบอร์”


อินฟลูเอนเซอร์

อินฟลูเอนเซอร์ สำคัญด้วยหรือ?

รายงาน 2017 Global Comms report : Challenges and trends ได้กล่าวถึงอินฟลูเอนเซอร์ว่า

สิ่งที่จะมีอิทธิพลกับผู้บริโภคมากที่สุดก็คือผู้บริโภคด้วยกันเองนี่แหละ นักการตลาด  59% จากทั่วโลกระบุว่า ผู้บริโภคคืออินฟลูเอนเซอร์ที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คอนเทนต์ที่สร้างโดยอินฟลูเอนเซอร์จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

ด้วยแนวคิดที่ว่า เมื่อลูกค้าเห็นอินฟลูเอนเซอร์ที่พวกเขาติดตามอยู่ กินหรือใช้ผลิตภัณฑ์อะไร พวกเขาก็จะเกิดความสนใจและอยากลองซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะความเชื่อใจในคำเคลมของอินฟลูเอนเซอร์เหล่านั้น


อินฟลูเอนเซอร์
CR : Trunk.ly

รายได้ของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ มาจากไหน?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า เมื่ออินฟลูเอนเซอร์รับงานแต่ละที ก็ได้รับเงินไปไม่น้อยเลยทีเดียว แต่นั่นก็จะต้องขึ้นอยู่กับชื่อเสียง ความนิยม และจำนวนผู้ติดตาม ยิ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่คนติดตามเยอะ ทำคอนเทนต์ได้น่าสนใจ โอกาสที่ค่าตัวจะสูงก็มีมากกว่า ซึ่งช่องทางการสร้างรายได้ของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ก็คือ

  • รับค่าสปอนเซอร์

อินฟลูเอนเซอร์โดยส่วนมากจะมีรายได้จากตรงนี้ มาก-น้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยที่บอกไป โดยจะรับเงินค่าสปอนเซอร์จากทางแบรนด์หรือเอเจนซี่โฆษณา ให้รีวิวผลิตภัณฑ์หรือบริการของแบรนด์นั้นๆ

  • รับค่าคอมมิชชั่น

อินฟลูเอนเซอร์อาจไม่ได้รับเงินโดยตรง แต่จะได้รับส่วนแบ่งจากการที่ผู้ติดตามได้ไปใช้สินค้าหรือบริการตามที่อินฟลูเอนเซอร์ได้บอกต่อ เช่น การจองที่พัก หรือซื้อสินค้าโดยใช้รหัสเฉพาะของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น

  • การ Live ในโซเชียลมีเดีย

อินฟลูเอนเซอร์จะเผยแพร่ Live ในโซเชียลมีเดียในขณะที่เข้าไปซื้อสินค้าที่ร้านค้าหรือการไปใช้บริการต่างๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ชมอยากมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ร้านนั้นๆ

  • ออกงาน Event

เมื่อมีงานเปิดตัวสินค้าใหม่ อินฟลูเอนเซอร์ก็จะได้รับคำเชิญจากทางแบรนด์ให้ไปร่วมงาน เพื่อช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้ติดตาม รวมทั้งช่วยกระจายการโปรโมทสินค้าผ่านทางอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้อีกด้วย

  • รับรีวิว

ข้อนี้จะคล้ายๆ กับการรับค่าสปอนเซอร์ แต่จะต่างกันตรงที่ข้อนี้ ทางอินฟลูเอนเซอร์จะได้รับสินค้าหรือบริการนั้นแบบฟรีๆ แต่จะต้องแลกกับการรีวิวในช่องทางโซเชียลมีเดียของตนให้ ซึ่งข้อนี้ก็จะขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างทางแบรนด์กับตัวอินฟลูเอนเซอร์เอง

  • สร้างผลิตภัณฑ์ของตนเอง

เมื่ออินฟลูเอนเซอร์มีฐานผู้ติดตามอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ ประกอบกับการสั่งสมประสบการณ์จากการรีวิวสินค้ามาในระดับหนึ่ง อาจเริ่มต้นทำธุรกิจหรือสร้างผลิตภัณฑ์ในนามของตนเองขึ้นมา โดยมีลูกค้ากลุ่มแรกคือผู้ที่ติดตามอยู่นั่นเอง ซึ่งเราเห็นเครื่องสำอางและอาหารเสริมหลายแบรนด์ผุดขึ้นในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา

อินฟลูเอนเซอร์

ขาลง ของ อินฟลูเอนเซอร์ จริงดิ?

ดูเหมือนว่าใกล้จะถึงช่วงขาลงของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ซะแล้วล่ะ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่างานที่บูมสุดๆ ในช่วงที่ผ่านมา กำลังจะเดินทางมาสู่ขาลงแล้ว อะไรที่ทำให้เราคิดอย่างนั้น ไปดูกันเลย

  • คนจับไต๋ได้แล้ว

อินฟลูเอนเซอร์ เป็นงานที่อาศัยความ Loyalty ของผู้ติดตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ที่ติดตามก็เริ่มจับได้ และไม่เชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ก็ไม่ได้แนะนำด้วยความจริงใจ แต่มีเรื่องของเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง บอกว่ารับของจากสปอนเซอร์มายังพอเข้าใจได้ แต่บอกว่าซื้อเองแล้วมาจับได้ว่าไม่ได้ซื้อนี่มันก็น่าผิดหวังอยู่เหมือนกัน

  • คุณภาพสินค้าไม่สมราคาคุย

มีผู้บริโภคหลายรายที่ออกมาร้องเรียนในโซเชียลมีเดียว่า ซื้อสินค้าตามคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ท่านหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วกลับไม่น่าพึงพอใจอย่างที่อินฟลูเอนเซอร์พูดไว้

ถึงแม้จะบอกว่าน่าจะเป็นเพราะความแตกต่างทางรสนิยมหรือความแตกต่างทางร่างกาย หรืออะไรก็ตามที่อาจทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่เหมือนกัน แต่ก็ทำลายความน่าเชื่อถือในตัวแบรนด์เองรวมทั้งอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นไปไม่น้อยเลย

  • คอนเทนต์ซ้ำซาก

เมื่องานรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์เดินทางมาถึงจุดอิ่มตัว ไอเดียในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ก็เริ่มถึงทางตัน คนดูจึงเริ่มมองหาคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากกว่า

อินฟลูเอนเซอร์
CR : discoverytaiwan
  • ใครๆ ก็อยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์

งานอินฟลูเอนเซอร์ เป็นงานยอดนิยมในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะดูเหมือนว่าจะเป็นงานง่ายๆ แค่รีวิวสินค้า แถมยังได้ของมาใช้ฟรีๆ และยังได้เงินจากการสร้างคอนเทนต์ จึงมีหลายๆ คนที่เริ่มสนใจงานอินฟลูเอนเซอร์ และเริ่มสร้างคอนเทนต์รีวิวสินค้า

จะเห็นได้ว่ามีคนจำนวนมากที่พยายามตั้งตนเป็นอินฟลูเอนเซอร์และสร้างคอนเทนต์รีวิวเช่นเดียวกัน จึงทำให้ผู้บริโภคเริ่มจะเอียนกับการรีวิวซะแล้วสิ ไม่รู้ใครรีวิวจริง ใครถูกจ้างมาเลยทีนี้

  • การเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย

ช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมต่างๆ เช่น Facebook และ Instagram ได้ทำการเปลี่ยนแปลงระบบอัลกอริทึม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ สร้างผลกระทบแก่เหล่าผู้ประกอบการที่ทำการตลาดแบบ Influencer Marketing ไม่น้อยเลย และแน่นอนว่าเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ก็ได้รับผลกระทบนี้ด้วยเช่นกัน

การปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย ส่งผลต่อการเข้าถึงของผู้ติดตาม ทำให้ผู้ติดตามบางส่วนไม่เห็นการอัปเดตข้อมูลต่างๆ ที่อินฟลูเอนเซอร์นำเสนอ

จึงต้องมีการประกาศให้ผู้ติดตามกดตั้งค่า See first เอาไว้ เพื่อจะได้ไม่พลาดข้อมูลข่าวสาร ทางอินฟลูเอนเซอร์จะได้รักษายอดผู้ติดตามเอาไว้ได้


การแก้ปัญหาของอินฟลูเอนเซอร์

อินฟลูเอนเซอร์
CR : gettyimage
  • สร้าง Loyalty ของผู้ติดตาม

Loyalty หมายถึงความจงรักภักดี ในที่นี้ก็คือ ความมั่นคงของผู้ติดตามนั่นเอง หากผู้ติดตามยังคงเหนียวแน่นอยู่กับอินฟลูเอนเซอร์ท่านนั้น ก็มีโอกาสต่อยอดในการทำการตลาดหรือสร้างคอนเทนต์ได้ในเวลาต่อไป

อินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนก็จะมีวิธีการสร้าง Loyalty ที่แตกต่างกันออกไป

บางคนอาจจะชอบแจกของให้กับผู้ติดตาม บางคนอาจจัดกิจกรรมร่วมกับผู้ติดตาม บางคนอาจจะชอบพูดคุย ตอบคอมเม้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะสร้างความประทับใจและส่งผลให้เกิดการติดตามอย่างสม่ำเสมอ

อินฟลูเอนเซอร์
CR : techz.vn
  • สร้างความท้าทาย

เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ต้องสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถของตนเอง อาจเป็นคอนเทนต์ในรูปแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน หรือ แบบที่คนอื่นๆ ไม่กล้าทำ

เช่น อินฟลูเอนเซอร์สาย Gadget ท่านหนึ่งต้องการทดสอบความแข็งแรงทนทานของหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่ง ด้วยการโยนลงพื้น เอาลงไปจุ่มน้ำ และนำเอาของมีคมมากรีดหน้าจอ

ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้สร้างความฮือฮาให้กลุ่มผู้ติดตามไม่น้อย และเกิดการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก อินฟลูเอนเซอร์ท่านนั้นจึงกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น

  • ปรับกลยุทธ์

อินฟลูเอนเซอร์หลายคน เริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์ให้แตกต่างมากขึ้น เพื่อสร้างความตื่นเต้นและน่าสนใจให้กับผู้ติดตาม รวมทั้งขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มคนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ติดตามด้วย

เช่น บิวตี้บล็อกเกอร์ที่เริ่มหันมาทำคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์ พาไปลองร้านอาหารใหม่ๆ คาเฟ่ถ่ายรูปชิคๆ พาไปท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมแปลกๆ ก็ดึงดูดกลุ่มคนดูใหม่ๆ ได้เพิ่มขึ้นอีกเยอะ

เบื้องหลังของงานอินฟลูเอนเซอร์นั้นก็เป็นงานที่เหน็ดเหนื่อยไม่แพ้งานอื่นๆ เลย และแน่นอนว่าทุกงานก็ต้องมีการปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอด

หากคิดว่าการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ไม่เวิร์กเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ลองมองหาช่องทางใหม่ๆ โดยอาศัย Contact ที่ได้จากการทำงานและประสบการณ์มาต่อยอด เชื่อว่ายังมีงานอีกหลายรูปแบบที่ให้คุณได้ลองทำ


ขอบคุณข้อมูลจาก : Cision, amadeus, infoquest, Startyourway


avatar
by IN-Wsible
Tiny girl with Big heart.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon