กองทุนแบบ Active Fund หรือ Passive Fund แบบไหนน่าสนใจกว่ากัน?

posted: 2 years ago
1,276 views
กองทุนแบบ Active Fund หรือ Passive Fund แบบไหนน่าสนใจกว่ากัน?

comments

ตอนนี้หลายๆ คนน่าจะสนใจเรื่องลงทุนในกองทุนรวมกันขึ้นมาบ้างแล้ว สำหรับใครที่เริ่มศึกษาต่อไปคำถามที่ต้องเจอแน่ๆ ก็คือ จะลงทุนใน Active Fund หรือว่า Passive Fund ดีกว่ากัน ก่อนอื่นเลยเรามารู้จักกันก่อนดีกว่าว่า Active และ Passive คืออะไร



เรามาดูที่ Active Fund ก่อน กองทุนลักษณะแบบนี้ ผู้บริหารกองทุนต้องพยายามเอาชนะมาตรฐาน (Benchmark) ที่ตั้งไว้ให้ได้ ถ้าเป็นการลงทุนตลาดหุ้นของไทย มาตรฐานก็คือ SET 100, SET 50 เป็นต้น หรือถ้าเป็นตราสารหนี้ก็อาจจะเอาผลตอบดัชนี ผลตอบแทนของตราสารหนี้แต่ละช่วงอายุมาเป็นมาตรฐานก็ได้เช่นกัน ผู้บริหารกองทุนทำอย่างไรก็ได้ จะเทรดเยอะๆ หรือว่าจะถือยาวก็ได้ ขอให้ “ชนะ” ดัชนีพวกนี้แหละ จุดสำคัญก็คือทำยังไงก็ได้ให้ “ชนะตลาด”

กองทุน
Credit : http://www.bigdecisions.com/article/mutual-fund-investing-active-versus-passive-fund

ส่วนกองทุนที่มีลักษณะ Passive Fund ถ้ากองเป็นประเภทนี้ ผู้บริหารกองทุนไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ลงทุนตามมาตราฐานชี้วัดเท่านั้นเอง เรียกง่ายๆ ว่า “ลอกเลียน” ยังไงก็ได้เอาให้เหมือนเป๊ะก็ถือว่ากอง Passive ที่ดีแล้ว โดยส่วนใหญ่ บลจ. จะใช้แค่โปรแกรมหรือ Robot คอยปรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนมากกว่า ถ้ากองทุน Passive Fund ไหนที่ผลตอบแทนสูงหรือต่ำกว่าตลาดมากจนเกินไป

แล้วถ้าถามต่อว่า…แล้วเรากองทุนแบบไหนดีกว่าล่ะ ? ปัจจุบันก็มีนักลงทุนที่ลงทุนอยู่ทั้ง 2 ประเภทซึ่งก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่เหมือนกันว่าแบบไหนดีกว่ากัน สำหรับกลุ่มนักลงทุนที่ชื่นชอบลงทุนให้ Active Fund ก็จะบอกว่าตลาดลงทุนในเมืองไทย ยังสามารถหากำไรจาก “ข้อมูล” ได้อยู่หรือทางเศรษฐศาสตร์จะเรียกว่าตลาดในเมืองไทยยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ และอีกประการนึงก็มองตลาดหุ้นไทยมีจำนวนที่ยังไม่มากแค่หุ้นหลักร้อยตัว ยังพอสามารถวิเคราะห์หาหุ้นที่ผลตอบแทนชนะตลาดได้ไม่ยาก



แต่ถ้าไปถามนักลงทุนที่มองใน Passive Fund แล้วก็จะบอกว่าไม่เชื่อมือผู้บริหารกองทุนเท่าไหร่ เพราะถ้าเป็น Active Fund มีโอกาสที่จะกำไรสูงกว่าตลาดอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าบริหารพลาดก็จะขาดทุนอย่างมากได้เลย แต่ลงทุนใน Passive Fund จะมีความเชื่อว่าในะระยะยาวแล้วไม่มีใครสามารถเอาชนะตลาดได้และเชื่อว่าตลาดยังไงก็ยังน่าจะไปต่อเรื่อยๆตามขนาดเศรษฐกิจที่เติบโต แล้วอีกประเด็นนึงที่สำคัญก็คือ “ค่าธรรมเนียม” Active จะแพงกว่า Passive Fund มาก เพราะดูเป็นผลตอบแทนสุทธิแล้วเลยมองว่าผลตอบแทนสุทธิอาจจะไม่ต่างกันเท่าไหร่

ทีนี้พอลองไปดูผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนรวมแล้ว พอไล่ลำดับผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนดู Active Fund ที่ผลตอบแทบชนะ Passive Fund (ชนะตลาดได้) ก็ยังมีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่การคัดเลือกกองทุนที่ดีต้องใช้ความรู้ความเข้าอยู่เหมือนกันในระดับนึง

ซึ่งถ้าให้ตอบตอนนี้คงตอบว่า Active Fund ในเมืองไทยยังคงดีกว่า Passive Fund แต่ว่าต้องมีความรู้ในการเลือกกองทุนด้วยอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าเราปิดตาแล้วจิ้มเลือกกองทุนแบบมั่วๆเลย โอกาสที่จะได้ Active Fund ผลตอบแทนแพ้ Passive Fund จะเยอะกว่า

ส่วนตัวเชื่อว่าในระยะยาวแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังไปอีกไกล ถึงแม้ในระยะสั้นๆอาจจะมีปรับฐานหรือเจอวิกฤตบ้าง แต่การเก็บสะสมไว้ในระยะยาวเชื่อว่ายังพอมีกำไรให้เห็นได้ แต่กองทุนแบบ Active ต้องอาศัยผู้จัดการกองทุน ซึ่งในระยะยาวไม่มีใครบอกได้ว่าจะทำได้ดีตลอดหรือเปล่า กรณีตัวอย่างที่มีการเปลี่ยนผู้จัดการกองทุนแล้วผลตอบแทนแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดก็มีให้เห็นไม่น้อยเหมือนกัน

กองทุน
Credit : http://bottomlineinc.com/asset-allocation-mutual-funds/

ดังนั้นการเข้าลงทุนกองทุนทั้ง 2 รูปแบบเลย ก็มองว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เสียหายเช่นกันเพราะการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนหรือ Asset Allocation ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการลงทุนอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเราต้องการลงทุนในหุ้นก็ไม่ใช่ว่าเลือกกองทุนหุ้นกองเดียวแล้วจบ แต่ทางที่ดีควรเลือกประมาณ 2-3 กองทุนนั้นแหละ ถ้าใครเชื่อ Active มากกว่าก็อาจจะเลือก Active Fund สัก 2 กองแล้ว Passive 1 กองก็ได้เช่นกัน

แต่ถ้ามองข้ามไปถึงการลงทุนในต่างประเทศ(กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ) ถ้าเป็นตลาดในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา แนะนำว่าในลงทุนใน Passive Fund จะดีกว่าเพราะตลาดหุ้นในอเมริกามีหลายตลาดมากและหุ้นหลายพันตัว จึงทำให้ตลาดดูเหมือนมีประสิทธิภาพมากกว่าตลาดหุ้นที่เล็กๆ แล้วพอไปดูผลตอบแทนย้อนหลังก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ว่าผลตอบแทนของ Passive Fund ส่วนมากจะชนะ Active Fund

ที่มาภาพปก : http://money.cnn.com


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon