โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง…รู้ไว้อย่ามองข้าม

posted: 2 years ago
11,949 views
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง…รู้ไว้อย่ามองข้าม

comments

ยุคสมัยนี้คือยุคทองของการดูแลสุขภาพอย่างแท้จริงเมื่อหลายคนเลือกหันมาเอาใจใส่ต่อ สุขภาพของตนเองกันมากขึ้นเพื่อให้ได้สุขภาพที่ดีกับร่างกายที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม แต่ถึงแม้เราจะดูแลสุขภาพดีแค่ไหนอาการเจ็บป่วยหรือโรคต่างๆก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับตัวเราเอง

อย่างเช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง(ALS) เป็นอีกโรคหนึ่งที่ต่อให้สุขภาพเราแข็งแรงแค่ไหนก็ยังสามารถที่จะเกิดโรคนี้ขึ้นกับตัวเราเองได้ ซึ่งสาเหตุของโรคนี้เกิดจากอะไร วิธีรักษาและการบำบัดทำอย่างไร สุดท้ายแล้วโรคนี้จะมีโอกาสรักษาหายหรือไม่ มาศึกษาและหาคำตอบที่อยู่ในบทความนี้ไปพร้อมๆกัน…

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงคืออะไร

 

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือ ALS ย่มาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อหรือความผิดปกติของเซลล์ประสาทนำคำสั่งจึงทำให้กล้ามเนื้อตามแขนและขาอ่อนแรงลง กลืนลำบาก พูดไม่ชัด โดยเซลล์เหล่านี้มีอยู่ในไขสันหลังและสมอง เมื่อเซลล์เสื่อม มันจะค่อยๆ ตายไปในที่สุด

 

ในสหรัฐอเมริกาจะรู้จักกันดีในชื่อว่า  Lou Gehrig’s Disease ซึ่งตั้งชื่อโรคตามชื่อนักเบสบอลที่มีชื่อเสียงที่เป็นโรคนี้ในปี ค.ศ. 1930

 

Lou Gehrig’s Disease นักเบสบอสที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง                                                                 ภาพโดย : www.pinoytransplant.com

ใครที่มีโอกาสเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

 

ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยที่จะเป็นโรคนี้ไม่มากนักโดยในประชากร 100,000 คนจะพบผู้เป็นโรคนี้ประมาณ 4-6 คนเท่านั้นและจะมีโอกาสพบผู้ป่วยใหม่ได้ประมาณ 1-3 คนต่อปีเท่านั้น โดยโรคนี้มักจะเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 40 – 60 ปีและจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

 


 

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงแสดงอาการอย่างไร 

 

  • ระยะเริ่มต้น

อาการเริ่มต้นเมื่อเป็นโรคนี้คือจะเริ่มรู้สึก มือ เท้า แขนขาอ่อนหรือไม่มีแรง เช่น เดินแล้วล้มบ่อย ยกแขนข้างใดข้างหนึ่งไม่ขึ้น หนังตาตกข้างใดข้างหนึ่ง จากนั้นอาการจะเริ่มรุนแรงขึ้นโดยอาจพบผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้อแขนและขาลีบ กินอาหารลำบาก พูดไม่ชัดแต่ยังคงสามารถกั้นระบบขับถ่ายได้ตามปกติและยังคงมีสติสัมปชัญญะดี

 

  • ระยะที่สอง

หากผู้ป่วยไม่สังเกตุถึงความผิดปกติของร่างกายโดยคิดไปเองว่าไม่เป็นไรจะทำให้อาการหนักขึ้นจนลามไปถึงระบบหายใจซึ่งจะทำให้ทำกิจวัตรประจำวันได้ลำบากมากยิ่งขึ้นเนื่องจากมีอาการเหนื่อยง่ายและหัวใจเต้นผิดปกติ

 

  • ระยะสุดท้าย

สุดท้ายผู้ป่วยจะไม่สามาถช่วยเหลือตัวเองได้และต้องเริ่มให้อาหารและน้ำทางสายน้ำเกลือสุดท้ายแล้วผู้ป่วยก็จะเสียชีวิตลงในที่สุดเนื่องจากมีอาการระบบหายใจล้มเหลว เฉลี่ยเวลาในการเป็นโรคนี้ของผู้ป่วยเริ่มมีอาการไปจนถึงเสียชีวิตใช้เวลาสั้นและยาวต่างกันแต่เฉลี่ยโดยประมาณที่ 2-5 ปี

 


วิธีรักษาโรค

 

เป็นเรื่องน่าเสียใจว่าในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมา ผู้ที่เป็นโรคนี้ 50% จะเสียชีวิตหลังเป็นโรคภายใน 2 ปีและอีก 50% จะเสียชีวิตในอีก 5-6 ปีให้หลัง ทั้งนี้ในปัจจุบันจะมียาอยู่อีก 1 ตัวซึ่งเป็นที่ยอมรับในองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ ไรลูโซล (Riluzole)

 

ซึ่งยาตัวนี้จะไปช่วยทำลายเซลส์ประสาทในไขสันหลังและสมองได้แต่ก็ทำได้เพียงแค่การยืดอายุของการมีชีวิตอยู่ออกไปได้อีกแค่ 5-6 เดือน โดยระหว่างนั้นแพทย์ก็จะทำการรักษาไปตามอาการเพื่อทำให้ผู้ป่วยอยู่ได้นานที่สุด

 

 

การดูแลผู้ป่วย

 

ผู้ป่วยโรคนี้จะสามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้แต่ต้องกินยาตามแพทย์สั่งตลอดเวลา นอกจากนี้ผู้ดูแลต้องพยายามให้ผู้ป่วยออกกำลังกาย ทำกิจกรรมอยู่สม่ำเสมอเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อลีบแบน แผลกดทับและการติดของข้อได้

 

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของคนในครอบครัวที่มีผู้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงคือ การให้กำลังใจ เพราะผู้ป่วยโรคนี้จะรับรู้ได้ว่าเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ทำได้เพียงแค่การประคับประคองโรคนี้ไม่ให้อาการหนักไปกว่าเดิม ทางครอบครัวจึงต้องให้กำลังใจและคอยอยู่เคียงข้างผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขที่สุด

 

การป้องกัน

 

เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริงทำให้ทางแพทย์ไม่สามารถบอกวิธีการป้องกันได้ แต่ก็มีคำแนะนำในการให้หลีกเลี่ยงการรับหรือสัมผัสกับยาฆ่าแมลงหรือพวกโลหะหนักและรังสีรุนแรง ซึ่งเชื่อกันว่าจะไปกระตุ้นให้เซลส์เสื่อมสภาพและตายลงในที่สุด

 

นอกจากนี้ยังแนะนำให้ ออกกำลังกายอยู่เสมอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งนี้หากมีอาการที่คล้ายจะเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้โรคลุกลามไปโดยไว

 


 

Ice Bucket Challenge เกี่ยวอะไร?

 

Ice Bucket Challenge หรือการเอาน้ำเย็นราดตัวที่เคยเป็นกระแสฮิตทำตามกันทั้งบ้านทั้งเมืองนั้นมีที่มาจาก พีท ฟราเทส นักกีฬาเบสบอลวัย 29 ของทีมบอสตัน คอลเลจ ที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่ปี 2011 เป็นผู้ริเริ่มขึ้นเพื่อให้คนทั้งโลกได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของของโรค ALS

 

แล้วช่วยกันบริจาคเพื่อระดมทุนในการทำวิจัยช่วยเหลือผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ต่อไปในอนาคต ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับจากเหล่าเซเลบคนดังทั่วโลกตบเท้าเข้าร่วมทำกิจกรรมกันอย่างคับคั่งไม่ว่าจะเป็น โดนัลล์ ทรัมป์,อดัม ลาวีน,มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก,บิล เกจ เป็นต้น

 

 

การเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอ่านดูแล้วก็ทำให้รู้สึกเฟลขึ้นมาทันทีเพราะเป็นโรคที่ยังไม่มีทางรักษาให้หายได้และยังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนถึงแม้จะมีโอกาสน้อยก็ตามที แต่สุขภาพและชีวิตในวันข้างหน้าใครจะรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นแล้วจึงควรที่จะหมั่นดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแร็งอยู่สม่ำเสมอ

 

นอกจากนี้ยังอาจต้องศึกษากรมธรรมม์เกี่ยวกับการระกันสุขภาพเผื่อไว้แก่ตนเองและคนในครอบครัวในกรณีที่เจ็บป่วยและต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคต่างๆซึ่งประกันสุขภาพจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระและคลายความกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายและสถานพยาบาลเพื่อให้เราสามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดได้ง่ายที่สุดนั่นเอง

 

 


avatar
by Suma9mek

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon