สมัครบัตรเครดิต ยากง่ายขนาดไหน?

posted: 2 years ago
สมัครบัตรเครดิต ยากง่ายขนาดไหน?

comments

การซื้อสินค้าแบบผ่อนจ่ายเป็นทางเลือกที่มีมานานมากแล้ว แม้ปัจจุบันเราหันมานิยมการใช้บัตรเดบิตกันมากขึ้น เพราะไม่อยากติดนิสัยสร้างหนี้ให้ตนเอง (บวกด้วยดอกเบี้ยเครดิตสูงลิ่ว) แต่สินค้าหลายๆชนิด หรือการซื้อขายออนไลน์บางครั้ง ยังต้องใช้บัตรเครดิตแทนบัตรเดบิตอยู่

การทำงานของบัตรเครดิตก็คือธนาคารจ่ายให้ก่อน แล้วคุณก็จ่ายธนาคารคืนอีกที โดยเงื่อนไขการชำระขึ้นอยู่กับสินค้าที่คุณต้องการ เช่น ผ่อน 3 เดือนดอกเบี้ย 0% เป็นต้น ต่างจากบัตรเดบิตที่จะเลือกตัดเงินในบัญชีของเราออกมาจ่าย

แม้ว่าจะไม่เป็นการสร้างหนี้ แต่สินค้าบางชนิดที่ราคาสูงแต่มีความจำเป็นที่ให้เราต้องใช้ อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินของเราได้ บัตรเครดิตจึงเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว


เลือกสมัครกับที่ไหนดีที่สุด?

ศึกษาโปรโมชั่นและเงื่อนไขต่างๆของบัตรที่จะอยากทำทุกครั้ง เครดิตการ์ด ของแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขและผลตอบแทนแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการคืนเงิน หรือโปรโมชั่นที่สนับสนุนการใช้สินค้าโดยเฉพาะ อย่างโรงหนัง หรือ ร้านอาหาร เป็นต้นว่าเราชอบทานร้านอาหารฟูจิมาก ทานสัปดาห์ละสองครั้ง เราอาจจะอยากเลือกทำบัตรที่ให้ผลประโยชน์หรือส่วนลดกับร้านอาหารฟูจิ และยังมีบัตรบางธนาคารที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นบัตร VIP ใช้รับสิทธิพิเศษต่างๆได้อีกด้วย

นอกจากเงื่อนไขต่างๆที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเรา การเลือกบัตรเงินสดยังต้องดูเงื่อนไขด้วยว่ารับได้หรือไม่ ค่าธรรมเนียมรายปี อัตราดอกเบี้ย วงเงินที่จำกัดให้กับเรา รวมถึงเงื่อนไขการสมัครด้วย


ปัจจุบันมีบริการสมัครเครดิตผ่านทางออนไลน์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้บริโภคด้วย เช่นบัตรซิตี้แบงค์ของ Rabbit Finance > https://finance.rabbit.co.th/credit-card/citibank


ความยากง่ายขึ้นกับเงื่อนไขของบัตร

การสมัครบัตรเครดิตจะซับซ้อนและยากกว่าการทำบัตรเดบิตอยู่มาก การหาข้อมูล ตรวจสอบเงื่อนไข ข้อดีข้อเสียของบัตรของแต่ละผู้ให้บริการ ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะปัจจุบันทั้งผู้ให้บริการและธนาคารก็สนับสนุนและทำการตลาด โฆษณาบัตรเครดิตของตัวเองอย่างกว้างขวาง

  • เตรียมเอกสาร

เอกสารในการทำบัตรเครดิตเป็นพื้นฐานสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะตัวบัตรเองเป็นสินเชื่อรูปแบบหนึ่งที่ใช้คำว่า สินเชื่อส่วนบุคคล ดังนั้นการขอสินเชื่ออื่นๆก็ต้องใช้เอกสารรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน ประกอบไปด้วย

  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. หลักฐานงานเดือนหรือรายรับรายจ่ายย้อนหลังสามถึงหกเดือน (ขึ้นกับเงื่อนไข)
  • ตรวจเครดิตตัวเอง

ขั้นตอนที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของธนาคาร แต่จะช่วยในการอนุมติได้ดีขึ้น ตีไปว่ารายรับเรามีเดือนละ 15,000 บาท วงเงินที่เราจะได้รับก็คงไม่สูงนัก หากยื่นเอกสารสมัครบัตรที่มีวงเงินสูงเกินกำลัง ก็อาจจะเสียเวลาฟรีๆได้

และสำหรับคนที่มีบัญชีฝากหมุนเวียนตลอด หรือเครดิตจากบัตรอื่น ก็สามารถรวบรวมข้อมูล (ที่ดี) มาใช้เป็นตัวช่วยในการยื่นสมัครบัตรใหม่ก็ได้ เป็นการเสริมเครดิตให้ตัวเอง

 

 

ขอบคุณภาพจาก http://bank-credits.biz
  • ยื่นและรออนุมัติ

เมื่อยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็ทำได้เพียงรอผลตอบรับว่าอนุมัติผ่านหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้ระยะเวลาสักพัก อาจยาวถึง 19 วัน หรือรู้ผลภายในหนึ่งสัปดาห์ โดยมากแล้วทางผู้อนุมัติจะส่งข้อความมาก่อน แล้วส่งบัตรเครดิตตามมาให้ที่อยู่ของเรา ทำให้การเตรียมตัวของเราค่อนข้างจำเป็น เพราะไม่งั้นก็จะเสียเวลารออนุมัติไปฟรีๆ

 


บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสดไม่เหมือนกัน

บัตรเครดิตสมัยก่อนมักถูกเรียกว่า ‘บัตรเงินสด’ ซึ่งเป็นการแปลคำว่า Credits แบบตรงตัว ซึ่งหลายๆครั้ง จะเกิดความสับสนกับรูปแบบของ บัตรกดเงินสด ในปัจจุบันที่มีหลักการทำงานคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกันเลย

  • บัตรกดเงินสด

ใช้ในการเบิกเงินจากตู้เงินโดยไม่ต้องสำรองเงินไว้ก่อน (บัตรเดบิตกดเงินจากตู้ ATM ได้ต่อเมื่อมีเงินสำรองในบัญชี) ซึ่งจะได้ออกมาเป็นเงินสดที่แม้จะดูดีและสะดวก แต่อัตราดอกเบี้ยจะสูงมาก บางบัตรคิดดอกเบี้ยตั้งแต่กดเลยด้วย

 

  • บัตรเครดิต

ไม่สามารถกดเงินสดจากตู้ได้ ใช้จ่ายโดยไม่ต้องสำรองเงินได้ และมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยในการชำระหนี้ระยะหนึ่ง ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะโหดร้ายเท่าๆกับบัตรกดเงินสด แต่ก็ไม่ได้คิดดอกเบี้ยทันที


ขอบคุณภาพจาก https://www.debtcutter.com.au

บัตรเครดิตหลายเจ้าสามารถทำหน้าที่เป็นบัตรกดเงินสดได้ด้วย อย่างไรก็ตามผู้เขียนไม่แนะนำให้ใช้การกดเงินสด เพราะดอกเบี้ยจะเยอะมากจนทำให้เป็นหนี้พอกพูนได้ง่าย

เมื่อสมัครบัตรเครดิตผ่านแล้ว เรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องระวังก็คือการบริหารค่าใช้จ่าย วินัยในตนเองเป็นหัวใจสำคัญ อย่าประมาทว่าสามารถผ่อนจ่ายได้โดยจะไม่เกิดปัญหาอะไร อุบัติเหตุและเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นเสมอ สำรองกำลังทรัพย์ให้ดีเสียก่อน เพราะถ้าเป็นหนี้บัตรเครดิตที่เลยช่วงปลอดดอกเมื่อไหร่ อาจจะทำให้คุณติดเครดิตบูโรได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำธุรกรรมทางการเงินในระยะยาวแน่นอน


avatar
by Smallville
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon