เก่งมาจากไหน ก็ต้อง แพ้ยา เข้าสักครั้ง!

posted: 1 year ago
เก่งมาจากไหน ก็ต้อง แพ้ยา เข้าสักครั้ง!

comments

ยาเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ขาดไม่ได้ เพราะสรรพคุณและความสำคัญของยา คือการรักษาอาการเจ็บปวดให้หาย หรือทำให้อาการทุเลาลง ความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ บางทีก็ไม่ต้องถึงมือหมอ เพราะเรามี “ยาสามัญประจำบ้าน”

แต่บางคนก็โชคร้ายอยู่สักหน่อย เพราะบางทีกินยาเข้าไป แทนที่จะหาย ดันมาอาการแพ้ยาตามติดมาด้วย แต่ถ้าใครโชคดีก็ไม่พบอาการแพ้ยาเลย ไม่ว่าจะซื้อยากินเอง หรือหมอจ่ายยาให้ก็เถอะ

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะแพ้ยา มีวิธีสังเกตไหม แล้วแพ้ยาอันตรายต่อร่างกายมากหรือเปล่า  ไม่เป็นไร ทำใจเย็นๆ สักแปปหนึ่ง แล้วลองอ่านบทความนี้ว่า แพ้ยาน่ะ ถึงตายหรือเปล่า


 

แพ้ยา บัตรแพ้ยา

แพ้ยา คืออะไร?

เมื่อยาที่กินเข้าไป ร่างกายคิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม การตอบสนองของร่างกายที่เกิดจากภูมิคุ้มกันจึงพยายามขจัดยาออกมา หรือไม่ยาก็เป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย การแพ้ยาเลยเป็นการตอบสนองของร่างกายนั่นเอง

อาการ แพ้ยา

เมื่อร่างกายตอบสนองออกมาว่ายาคือสิ่งแปลกปลอม ผื่นที่ขึ้นตามตัวที่เป็นสีแดงๆ หรืออาการคัน คือผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย แต่จะเป็นตุ่มแดง หรือคันอยู่ที่ภูมิคุ้มกันของใครของมัน อีกอย่าง การแพ้ยามีการไล่ระดับอีกด้วย เริ่มจากคันๆ ไปจนถึงเสียชีวิต ยกตัวอย่างเช่น แพ้ยาแก้ปวดหัว ผื่นก็จะขึ้นตามตัว

ซึ่งการแพ้ยาแบบไล่ระดับที่ว่า มีดังนี้

 

  • แพ้ยาระดับ 1

แพ้ยาระดับอ่อนๆ จะแสดงออกมาผ่านทางร่างกาย อย่างลมพิษ ผื่นคัน ผื่นแดง หรือ มีจุดแดงๆ หรือใสๆ ขึ้นตามเนื้อตามตัว รวมไปถึงอาการบวมของร่างกายด้วย อย่างตาบวม ปากบวม มือบวม และเท้าบวม มักจะเกิดขึ้นกับยาเม็ดหรือยาที่ใช้รับประทาน

  • แพ้ยาระดับ 2

แพ้ยาระดับกลางๆ ร่างกายจะแสดงออกมา เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วย  หากใจติดขัด มักจะเกิดจากการใช้ยาฉีด

  • แพ้ยาระดับ 3

แพ้ยาระดับอันตราย อาจจะเป็นลม ตัวเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ และหยุดหายใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอาการช็อกนั่นแหละ อาการเหล่านี้จะพบในการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีด

อีกหนึ่งสิ่งที่แพ้ยาได้เหมือนกัน คือเลือดและน้ำเกลือ จะแสดงอาการออกมา โดยร่างกายอาจจะเป็นไข้ ตัวร้อน หนาวสั่น ลมพิษ ถ้าจัดอยู่ในความอันตรายจะอยู่ในระดับที่หนึ่งเหมือนแพ้ยาประเภทเม็ด

 


สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการ แพ้ยา คือชื่อสามัญของยา

 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ยาสามัญประจำบ้าน สามารถหยิบกินได้เลย ไม่ต้องให้หมอสั่ง หรือเภสัชกรจ่ายยาให้ พราะมีขายในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ปวดหัวเมื่อไหร่ก็หยิบกินได้ทันที สิ่งที่ควรรู้คือ ชื่อยาสามัญจริงๆ ของยาชนิดนั้น ยกตัวอย่างเช่น พาราเซตามอล

ยาแก้ปวดหัว หรือที่มีชื่อคุ้นหูว่า ยาพาราเซตามอล เป็นชื่อยาสามัญที่เป็นชื่อจริงๆ แต่ในทางการค้า ยาชนิดนั้นจะมีกี่ชื่อก็ได้ แล้วแต่ยี่ห้อที่นำไปผลิต เช่น ดีคอลเจน ซาร่า ไทลินอล เวลาไปหาหมอ จงจำเอาไว้ว่า ยาทุกชนิดจะมีชื่อสามัญได้แค่ชื่อเดียว

เทคโนโลยีช่วยป้องกันการ แพ้ยา 

เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองแพ้ยาอะไร ก็ควรหาวิธีป้องกันไม่ให้ได้เจอกับยาชนิดนั้นซ้ำอีกรอบ เพราะอาจเกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ บัตรแพ้ยาที่โรงพยาบาลเคยให้มาก็ควรพกติดตัวเอาไว้เป็นดีที่สุด ถ้าเราเป็นวัยรุ่นก็คงไม่หลงๆ ลืมๆ หรือทำบัตรแพ้ยาหาย

ตัดภาพไปที่ ผู้สูงอายุที่เข้าสู่วัยเกษียณ หรือใช้ชีวิตวัยเกษียณเต็มแก่ อาจจะมีโรคอัลไซเมอร์เป็น โรคประจำตัวไปซะแล้ว บางครั้งก็น่าจะหลงลืมอะไรง่ายๆ หรือไม่ก็เกิดวิกฤตภัย เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ทำให้บัตรแพ้ยาที่ระบุข้อมูลหายไปได้

 

บัตรแพ้ยา อาการ แพ้ยา
(cc) : Facebook Fanpage ร้านยาก้านณรงค์ Kannarong Pharmacy

 

ดังนั้น แอปพลิเคชั่นบัตรแพ้ยา ก็เลยเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่จะเป็นตัวช่วยในการบันทึกประวัติการแพ้ยาของตัวเอง และเภสัชกรผู้ประเมินอาการก็สามารถบันทึกข้อมูลให้ผู้ป่วยได้ด้วย หมดปัญหาบัตรแพ้ยาหายไปได้เลย ซึ่งในแอปพลิเคชั่นบัตรแพ้ยาประกอบไปด้วย

  • ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการแพ้ยา ในรูปแบบบทความและวิดีโอ
  • บันทึกข้อมูลแพ้ยา โดยผู้ใช้ และเภสัชกรได้
  • แสดงคำถามแพ้ยาที่พบบ่อย

แอปพลิเคชั่นบัตรแพ้ยา สามารถโหลดใช้ได้ฟรีๆ ทั้งระบบ iOS และ Android เลย

 

ฉะนั้น การจะใช้ยาทุกครั้ง ควรระมัดระวังให้ดี หากการพบหมอในครั้งถัดๆ ไปไม่ใช่หมอคนเดิม อย่าลืมแจ้งชื่อยาสามัญที่เราแพ้ให้หมอทราบ และแจ้งชื่อยาที่ใช้อยู่ด้วย เพราะอาจมีส่วนผสมของยาที่เราแพ้ปนกัน เมื่อหมอ หรือเภสัชกรรู้ว่าเราแพ้ยาอะไร ก็จะได้เป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตของเราได้นั่นเอง


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon