10 อันดับ มหาเศรษฐีเอเชีย ประจำปี 2017

posted: 1 year ago
2,174 views
10 อันดับ มหาเศรษฐีเอเชีย ประจำปี 2017

comments

ใกล้จะหมดปี 2017 เต็มทีแล้ว ซึ่งในทุกๆปี นิตยสาร ฟอบส์ forbes ก็จะทำการจัดอันดับ Asia’s Richest Families หรือ ครอบครัวมหาเศรษฐีของเอเชีย ซึ่งในปีนี้จะมีครอบครัวไหนที่ติดอันดับบ้างและจะเปลี่ยนจากปีที่แล้วไปมากแค่ไหน ไปดูกันเลย

 


10 ครอบครัวมหาเศรษฐีของเอเชีย ประจำปี 2017

ตระกูล-จิราธิวัฒน์-(ประเทศไทย)

10. ตระกูล จิราธิวัฒน์ (ประเทศไทย)

เริ่มอันดับ 10 กันที่ ครอบครัวจิราธิวัฒน์ ตระกูลที่เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าในเครือ Central group ในประเทศไทย ซึ่งครอบครัวนี้ก็เป็นที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่รุ่นคุณเตียง จิริวัฒน์ ที่เป็นผู้ก่อตั้งห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490

จนในปัจจุบันตระกูลมหาเศรษฐีนี้มีทายาทรวมเกือบ 200 ชีวิตและกำลังจะก้าวเข้าสู่ จเนเรชั่นที่ 4 ในการบริหารบริษัทในเครือแล้วโดย Central Group นั้นธุรกิจในเครือหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น

  • ห้างเซ็นทรัล
  • โรบินสัน
  • โรงแรมเซ็นทารา
  • ท็อปส์มาร์เก็ต
  • แฟมมิลี่มาร์ท
  • ออฟฟิตเมท
  • อาคารสำนักงานต่างๆ
  • คอนโด
  • ธุรกิจอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่งทำให้ครอบครัวนี้มีทรัพย์สินในครอบครองกว่า 19.3 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาหกแสนสามหมื่นบาท


ตระกูล-Sy-(ประเทศฟิลิปปินส์)
(cc) http://primer.com.ph

9. ตระกูล Sy (ประเทศฟิลิปปินส์)

อันดับที่ 9 ตกเป็นของครอบครัว Sy ที่เป็นครอบครัวมหาเศรษฐีจากประเทศฟิลลิปปินส์ โดย Henry Sy นักธุรกิจเชื้อสายจีน ผู้ที่มีฉายาว่า  “บิดาแห่งการค้าปลีกฟิลิปปินส์” เป็นผู้ที่รับผิดชอบความสำเร็จของตระกูลนี้

บริษัท SM Investments Corp. เป็นบริษัทธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของฟิลิปปินส์ ทำเงินได้จากการลงทุนในธุรกิจค้าปลีก ไม่ว่าจะเป็น

  • อสังหาริมทรัพย์
  • อุตสาหกรรมการบริการ
  • ธนาคาร
  • เหมืองแร่
  • การศึกษา
  • การบริการด้านสุขภาพ

รวมถึงธนาคาร Banco de Oro Unibank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ด้วยทรัพย์สินโดยรวมของตระกูลนี้ไม่มากไม่น้อย แค่ประมาณ 20.1 พันล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณหกแสนห้าหมื่นล้านบาทเท่านั้นเอง


ตระกูล-Cheng--(ฮ่องกง)
(cc) http://www.thanhniennews.com

8. ตระกูล Cheng  (ฮ่องกง)

Cheng Yu-tung และตระกูล Cheng เป็นเจ้าของ Chow Tai Fook Enterprises ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม คาสิโน การคมนาคม อัญมณี ท่าเรือ และการโทรคมนาคมด้วย

ซึ่งธุรกิจทำเงินของตระกูลนี้คงหนี้ไม่พ้น บริษัทอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอย่าง Chow Tai Fook นอกจากนั้นก็ยังมี New World Development Company Limited ที่ทำธุรกิจห้างสรรพสินค้าและโรงแรมนั่นเอง

ถึงแม้ Cheng Yu-tung  จะเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาแต่ความสำเร็จของเขาก็ทำให้ครอบครัวนี้มีทรัพย์สิน มูลค่ารวมถึง 22.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราวๆ เจ็ดแสนสามหมื่นล้านบาท


ตระกูล-KwekQuek--(ประเทศมาเลเซีย)
(cc) https://www.forbes.com

7.ตระกูล Kwek/Quek  (ประเทศมาเลเซีย)

Hong Leong Group เป็นบริษัทการค้าและการเงินในประเทศมาเลเซีย ก่อตั้งโดย Quek Leng Chan เมื่อปี ค.ศ. 1963 มีบริษัทภายในเครือ 14 บริษัทด้วยกัน

โดยเป็นบริษัททางด้านการเงิน การผลิตและจัดจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ และนอกจากนั้นบริษัทนี้ยังมีหุ้นธุรกิจในสิงค์โปร ฮ่องกง มะนิลา และ ยุโรป ด้วย

โดยในปี 2017 ครอบครัวเศรษฐีนี้มีทรัพย์สินรวมทั้งหมด 23.3 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ เจ็ดแสนหกหมื่นล้านบาท


ตระกูล-Lee-(Shau-Kee)--(ฮ่องกง)
(cc) http://www.asiaone.com

6. ตระกูล Lee (Shau Kee)  (ฮ่องกง)

Lee Shau Kee อพยพจากมณฑลกวางตุ้งมาที่ฮ่องกงในปี ค.ศ. 1948 และได้ก่อตั้งบริษัท Henderson Land development ขึ้นมาในปี ค.ศ. 1976 ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของฮ่องกงและจีน

Henderson Land Development ทำธุรกิจทุกด้านเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น โครงการพัฒนาที่ดิน การลงทุน ดูแลโครงการก่อสร้าง บริหารโรงแรมและห้างสรรพสินค้า การเงิน และอื่นๆ จึงทำให้บรัทนี้เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของฮ่องกงเลยทีเดียว

ซึ่งความสำเร็จของ Lee Shau Kee ทำให้เขาและครอบครัวมีทรัพย์สินรวมเป็นมูลค่าถึง 29 พันล้านดอลลาร์ หรือ เก้าแสนห้าหมื่นล้านบาท เลยทีเดียว


ตระกูล-Hartono-(ประเทศอินโดนีเซีย)
(cc) https://www.merdeka.com

5. ตระกูล Hartono (ประเทศอินโดนีเซีย)

ตระกูลเศรษฐีจากอินโดนีเซียนี้ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจาธุรกิจยาสูบ Djarum ที่เป็นธุรกิจที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นพ่อ และปัจจุบันก็ประสบความสำเร็จได้จากธุรกิจ ธนาคาร Bank Central Asia ที่เป็นธนาคารเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย

2 พี่น้อง R.Budi และ Michael Hartono เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความร่ำรวยของครอบครัวนี้ โดยทั้งสองดูแลทรัพสย์สินทั้งหมดของครอบครัว ซึ่งรวมถึงธุรกิจแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Polytron และ ที่ดินในเมืองจากาต้าด้วย

ซึ่งปัจจุบันตระกูลนี้มีทรัพย์สินในครอบครองเป็นมูลค่า 32 พันล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1 ล้านล้านบาท เท่านั้นเอง


ตระกูล-เจียรวนนท์-(ประเทศไทย)
(cc) https://www.khaosod.co.th

4. ตระกูล เจียรวนนท์ (ประเทศไทย)

อยู่เมืองไทยคงไม่มีใครไม่รู้จัก กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP แน่นอน ซึ่งตระกูล เจียรวนนท์นี้แหละที่เป็นเจ้าของ CP บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์และปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก

ครอบครัวเจียรวนนท์ เริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นร้านขายเมล็ดพันธุ์พืชนำเข้าจากประเทศจีนให้กับเกษตรกร ก่อนจะเติบโตมาเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากอาหารแล้ว เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังมีบริษัทลูกที่สร้างรายได้ในกับครอบครัวนี้อย่างมหาศาลเช่นกัน อย่าง True Cooperation, บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) และห้างแมคโคร เป็นต้น

ซึ่งทรัพย์สินของครอบครัวเศรษฐีนี้ก็ไม่มากไม่น้อย แค่ประมาณ 36.6 พันล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 1.2 ล้านล้านบาท


ตระกูล-Kwok-(ฮ่องกง)
(cc) https://www.wsj.com

3. ตระกูล Kwok (ฮ่องกง)

ตระกูล Kwok เป็นเจ้าของ Sun Hung Kai Propertie บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่รำรวยที่สุดในเอเชีย โดยประธานบริหารของบริษัทในปัจจุบัน คือ Raymond Kwok ซึ่งในอดีตพี่ชายของเขา Thomas ก็นั่งแท่นผู้บริหารของบริษัทเช่นกัน ก่อนจะถูกตัดสินจำคุกเป็นรอบที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่หลังจากยื่นอุทรณ์ไม่สำเร็จ

ซึ่งนอกจากงานอสังหาริมทรัพย์ บริษัทนี้ยังมีธุรกิจในด้านอื่นๆอีก เช่น โรงแรม บริหารทรัพย์สิน การโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสรเทศ และอื่นๆ

ปัจจุบันครอบครัว Kwok มีทรัพย์สินโดยรวมทั้งหมด 40.4 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.32 ล้านล้านบาท


ตระกูล-Lee-(Byung-Chull)-(ประเทศเกาหลีใต้)
(cc) http://www.koreaittimes.com

2. ตระกูล Lee (Byung-Chull) (ประเทศเกาหลีใต้)

Lee Byung Chull นักธุรกิจชาวเกาหลีใต้คนนี้ สร้างรายได้มหาศาลให้กับครอบครัว โดยการทำบริษัทที่มีชื่อว่า Samsung Electronics 

ซัมซุง เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ มีบริษัทในเครือ 4 บริษัท คือ  Samsung Group, Shinsegae Group, CJ Group และ Hansol Group

โดยรายได้หลักในปัจจุบันของบริษัทมาจากการผลิตและจำหน่าย โทรศัพท์มือถือ Samsung นอกจากนั้นก็ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น แท็บเล็ต กล้องถ่ายรูป เครื่องเสียง ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เตาอบไม่โครเวฟ และของใช้ในบ้านอื่นๆ

ซึ่งด้วยความสำเร็จนี้เองทำให้ตระกูล Lee ได้ขึ้นมาเป็นอานดับที่ 2 ของครอบครัวเศรษฐีที่รวยที่สุดในเอเชียปีนี้ และครอบครัวนี้ก็มีทรัพย์สินรวมเป็นมูลค่าถึง 40.8 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.33 ล้านล้านบาท


ตระกูล-Ambani-(ประเทศอินเดีย)
(cc) https://thepeninsulaqatar.com

1. ตระกูล Ambani (ประเทศอินเดีย)

มาถึงอันดับ 1 ของครอบครัวมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดของเอเชีย ประจำปี 2017 ซึ่งในปีนี้ก็ตกเป็นของ ตระกูล Ambani เศรษฐีจากประเทศอินเดีย ซึ่งความสำเร็จของครอบครัวนี้ต้องยกความดีความชอบ Mukesh และ Ani ซึ่งถึงแม้จะตกลงใจแยกกับทำธุรกิจของตัวเอง แต่ก็ยังส่งผลให้ครอบครัวของพวกเขามีทรัพย์สินมากเป้นอันดับ 1 ของเอเชียในปีนี้

ครอบครัว Ambani เริ่มต้นธุรกิจจาก Reliance Industries ซึ่งก่อตั้งโดย Dhirubhai Ambani พี่ของสองพี่น้อง ซึ่งต่อมา Musesh เจ้าพ่อวงการน้ำมันและก๊าซ ก็ได้เปิดตลาดโทรศัพท์มือถือด้วย Reliance Jio บริการโทรศัพท์ 4G ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก และ Ani เองก็นั่งแท่นบริหาร Reliance Communications ซึ่งเป็นอีกบริษัทที่ให้บริการเครืองข่ายโทรศัพท์เช่นกัน

โดยจากความสำเร็จของ 2 พี่น้องคู่นี้ ทำให้ตระกูล Ambani มีทรัพย์สินรวมทั้งหมด 44.8 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.47 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ครอสบครัวนี้ได้รับตำแหน่ง ครอบครัวมหาเศรษฐีของเอเชีย ประจำปี 2017 นั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก Forbes


avatar
by V.yada
หมูน้อย ผู้อยากเข้าใจโลกกว้างให้มากขึ้น
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon