5 พฤติกรรม เสี่ยงรถพังที่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัว !

posted: 1 year ago
2,393 views
5 พฤติกรรม เสี่ยงรถพังที่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัว !

comments

ใครที่มีรถขับเป็นของตัวเองแล้ว ก็คงรู้กันดีว่าเรารักรถของเรามากแค่ไหน อยากดูแลมันอย่างดี บางคนตั้งชื่อรถของตัวเอง บางคนก็สถาปนาให้เป็นคนในครอบครัว เรียก พี่สาว น้องสาว พี่ชาย น้องชาย ประคบประหงมกันอย่างเต็มที่ ไม่ให้ฝุ่นเกาะไรจับ ยิ่งรถที่เราซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรายิ่งต้องดูแลคูณสอง

การดูแลทำความสะอาดรถก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าคุณมีพฤติกรรมที่แย่ๆ ส่งผลต่อสุขภาพรถ อะไหล่รถของคุณละก็ รถที่คุณดูแลมาอย่างดีก็เปล่าประโยชน์นะคะ

rabbit finance จึงคัดพฤติกรรมทั้ง 5 ที่เราคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อรถของคุณกันค่ะ


5 พฤติกรรม แย่ๆที่ส่งผลเสียต่อรถคุณ

1. ไม่ชะลอความเร็วขณะข้ามเนิน ลูกระนาด หรือหลุม

หากคุณขับๆรถอยู่แล้วคุณเจอเนิน ลูกระนาด หรือ หลุม แล้วคุณไม่ได้แตะเบรก หรือลดความเร็ว บอกลาช่วงล่างรถคุณได้เลย ยิ่งถ้าเป็นรถเก๋ง หรือรถที่โหลดต่ำ ช่วงล่างคุณพวกโช้คอัพ ปีกนก บูชยาง ไหนจะเพลาขับอีก มันต้องมีหลวมมีสึกกันบ้าง หรือหนักๆเลยก็หลุดออกมา

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ช่วงล่างรถเราหลวม เราสึก เรามี วิธีตรวจเช็่คช่วงล่างได้ด้วยตัวเองไม่ต้องห่วงนะคะ

  • ขั้นแรกเราต้องสังเกตด้วยตาของเราเสียก่อน ว่ามีส่วนไหนสึก ส่วนไหนหลวม
  • ขั้นที่สองเวลาเราขับรถยิ่งถ้าเป็นทางขุรขระ เราลองฟังเสียงรถ ถ้าได้ยินเสียง กุกกักๆ แสดงว่าช่วงล่างเราอาจมีปัญหา
  • ขั้นที่สามเช็คช่วงล่างรถเอง ด้วย วิธีการโยกล้อ ซึ่งคุณต้องมีอุปกรณ์อย่างแม่แรงเสียก่อน เพื่อเช็คลูกหมากปีกนกบนและล่าง เช็คลูกหมากปลายแร็ค เป็นต้น

 


รถพัง

2.  ออกตัวแรงขณะเครื่องเย็น

การดับรถจะทำให้เครื่องยนต์เริ่มปรับอุณภูมิจากร้อนเป็นเย็น แต่ถ้าหากคุณสตาร์ทรถขณะเครื่องยนต์ของคุณยังเย็น แล้วคุณออกตัวด้วยความเร็ว เป็นพฤติกรรมที่ผิด เพราะมันส่งผลเสียให้กับรถของคุณ โดยเฉพาะระบบหล่อลื่น จะไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนอื่นๆภายในเครื่องยนต์ได้ทัน

ดังนั้น คุณควรสตาร์ทเครื่อง แล้วปล่อยทิ้งไว้เพื่อเป็นการวอร์มเครื่องยนต์เล็กน้อย หรือค่อยๆออกตัวไปแบบช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน จนระบบเริ่มเข้าที่เข้าทาง หรือประมาณ 5-10 นาที จึงค่อยเพิ่มความเร็วขึ้นจะดีกว่า

หน้าที่ของ ระบบหล่อลื่น

ระบบหล่อลื่นเปรียบเสมือนน้ำมันภายในเครื่อง ดังนั้น ระบบหล่อลื่นจำเป็นจะต้องมีน้ำมันเครื่องเป็นตัวช่วย เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุที่ใช้งานที่ยาวนาน

เนื่องจากรถของคุณประกอบด้วยเครื่องยนต์บางชนิดที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวตลอดเวลา ถ้าหากไม่มีการหล่อลื่น ชิ้นส่วนเหล่านี้จะชำรุด เพราะการเสียดสี จากความร้อน การกัดกร่อน ดังนั้นระบบหล่อลื่นจึงสำคัญต่อเครื่องยนต์อย่างมาก


รถพัง

3. น้ำท่วมแค่ไหนเราก็ลุยแหลก

สภาพอากาศเมืองไทยเอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ ยิ่งช่วงนี้มีข่าวน้ำท่วมในกรุงเทพฯหรือตามต่างจังหวัด แล้วถ้าคุณขับรถแต่ทางข้างหน้าของคุณมีน้ำท่วมสูงถึง 30 เซนติเมตร หรือมากกว่านั้น คุณไม่ควรเสี่ยงลุยน้ำ หยุดทดสอบรถของคุณเดี๋ยวนี้ เพราะมันเสี่ยงต่อรถคุณมากๆ

หากคุณ ขับรถลุยน้ำท่วม ในระดับน้ำที่ไม่สูงมากก็ยังพอไหว แต่ถ้ามันสูงมากก็ไม่ควร เพราะเครื่องยนต์ของคุณจะดูดเอาน้ำที่ท่วมไปยังห้องเครื่อง น้ำเหล่านั้นจะสร้างความเสียหายให้กับคุณได้

แต่ถ้าคุณมีความจำเป็นและดูระดับน้ำแล้วน่าจะไหว คุณควรปิดแอร์ เพราะระบบแอร์จะเป็นตัวดูดน้ำเหล่านั้นเข้าเครื่องของคุณ และทำให้ระบบไฟฟ้าลัดวงจร และ คุณควรรักษาความเร็ว ไม่ควรเร่งความเร็วเพราะน้ำจะทะลักเข้าเครื่องยนต์คุณได้ ถึงแม้คุณจะขับผ่านพื้นที่น้ำท่วมไปแต่คุณอย่าเพิ่งชะล่าใจ คุณควรเช็คสภาพรถของคุณเสียด้วย


 

รถพัง
ที่มา : carvariety.com

4. ไฟสัญญาณขึ้นเตือนที่หน้าปัด แต่คุณไม่สนใจ

ขับรถอยู่ๆ ไฟที่หน้าปัดขึ้นแจ้งเตือน หากคุณไม่สนใจยังขับไปเรื่อยๆ ไม่ดีแน่นอน เพราะสัญญาณหน้าปัดเป็นเหมือนด่านแรกที่รถของคุณเริ่มแจ้งเตือนความผิดปกติของรถคุณ ทั้งระบบเครื่องยนต์ ระบบความปลอดภัย

คุณควรชะลอรถ และจอดรถเพื่อเช็คระบบรถยนต์เสียก่อน มีส่วนไหนชำรุดแล้วคุณสามารถซ่อมขั้นพื้นฐานได้ เราก็แนะนำให้คุณทำเช่นนั้น กลับกันถ้าคุณยังดันทุลังขับต่อไปเรื่อยๆ ระบบที่มีปัญหาอาจส่งผลต่อชีวิตของคุณ จนเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

แต่ถ้าไฟสัญญาณหน้ารถคุณแจ้งเตือนสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์ คุณก็ควรนำรถคุณเข้าอู่เพื่อเช็คสภาพรถ อะไหล่รถ จะดีกว่า


5. เหยียบคันเร่งจนมิด

วัยรุ่นหลายคนพอได้รถมาก็อยากเร่งเครื่อง เหยียบจนมิด ประหนึ่งว่าตัวเองกำลังแข่งรถ F1 แต่พฤติกรรมเช่นนี้ไม่น่ารักกับสภาพรถยนต์ อะไหล่รถคุณเท่าไหร่ เพราะการเร่งเครื่องมากๆเวลาคุณขับอาจได้กลิ่นไหม้ๆ ใช่แล้วค่ะผ้าคลัตช์ของคุณกำลังไหม้

ผ้าคลัตช์จะทำหน้าที่ ตัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์สู่ชุดเกียร์ เมื่อคุณเหยียบคลัตช์ เพื่อให้ผู้ขับรถยนต์ทำการเปลี่ยนเกียร์ และจะเชื่อมต่อการส่งกำลังจากเครื่องยนต์สู่เกียร์นั่นเอง

ถ้ามีกลิ่นไหม้แสดงว่าเริ่มมีความร้อนสูง ถึงแม้ผ้าคลัตช์จะสามารถรับความร้อนได้สูง แต่ถ้าถึงจุดที่ร้อนจัดๆ คุณคงต้องเตรียมเงินซื้อคลัตช์ใหม่เลย

นอกเหนือจากผ้าคลัตช์แล้ว ยังทำให้อะไหล่ส่วนอื่นของรถเกิดการสึกหรอ อาจต้องเสียเงินเข้าอู่ ไปตรวจสภาพรถอีกด้วย

ทั้ง 5 พฤติกรรมดังกล่าว เป็นจุดเสี่ยงทำให้รถของคุณอาจพังได้ ดังนั้นคุณรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก่อนที่รถของคุณจะเสื่อมจะพังก่อนเวลาอันควรนะคะ

แต่ถ้าคุณมีพฤติกรรมแบบดังกล่าว ห่วงว่าลูกชายลูกสาวของคุณอาจมีปัญหา หรือไม่มั่นใจ คุณสามารถ ทำประกันรถยนต์ ทั้ง ประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2 กับทาง rabbit finance ได้เลยค่ะ


avatar
by Echo Wave
วันไหนที่แรงบันดาลใจหมด หรือตัวตนตกหล่นไป เราจะไปริมน้ำและนั่งมอง ปล่อยให้ทุกสิ่งเคลื่อนไป แล้วทุกอย่างที่หายไปจะกลับมา...
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon