ผ่อนบ้านกับธนาคารไหนดี รีไฟแนนซ์ยังไงถึงคุ้ม?

posted: 1 year ago
1,962 views
ผ่อนบ้านกับธนาคารไหนดี รีไฟแนนซ์ยังไงถึงคุ้ม?

comments

ถึงจุดหนึ่งในชีวิตคนเรา การมีสินทรัพย์ของตัวเองย่อมเป็นเรื่องที่ใครๆก็ต้องการ แต่รายละเอียดขั้นตอนมันช่างมากมายเหลือเกิน และมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะยิ้มหวานแล้วให้คนอื่นมาดูแลตลอดไปได้

บ้าน เป็นทรัพย์สินก้อนใหญ่ที่อยู่ในปัจจัยสี่ของการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากท่านอยู่ในจุดที่พร้อมแล้วเมื่อไหร่ ขอให้ลองอ่านบทความนี้จนจบ ผมมั่นใจว่าจะช่วยในการผ่อนบ้านและการเลือกธนาคารได้แน่นอน


คุณพร้อมมากพอแค่ไหนสำหรับการผ่อนชำระบ้าน?

ก่อนจะเริ่มอ่านกันไปต่อ ขอให้ท่านหยุดตัดสินใจสักครู่ เพราะการผ่อนบ้านนั้นเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นภาระก้อนใหญ่ที่ใช้ระยะเวลานานร่วม 30 ปี ดังนั้น กำลังทรัพย์ของท่านเป็นสิ่งสำคัญ มีเงินเก็บที่เป็นเงินเย็นอยู่มากน้อยแค่ไหน รายรับที่มีอยู่มากพอไหมที่จะผ่อนชำระได้โดยไม่ลำบากชีวิตประจำวันหรือครอบครัวที่ต้องดูแล (รวมถึงแผนระยะยาวด้วย)

ขอบคุณภาพจาก http://yournashvillerealestate.com

ตีไปง่ายๆว่าเงินเก็บของท่านต้องอยู่ในระดับ 20% ของมูลค่ารวม (ไม่นับเงินดาวน์และค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม)และรายรับของท่านต้องมีความเสถียรโดยค่าผ่อนรวมดอกเบี้ยในระยะเวลาที่กำหนดจะไม่มากกว่า 50% ของเงินเดือนเป็นอย่างน้อย (เผื่อฉุกเฉิน) หากท่านคิดว่าพร้อมแล้วก็ขอให้ไปอ่านกันต่อเลย


หลักการเลือกสถาบันทางการเงิน

เมื่อต้องเลือกใช้สินค้าหรือบริการ ปัจจัยหลักมีเพียงสองอย่างคือ คุณภาพและราคา แน่นอนว่าใครๆก็อยากได้ของคุณภาพดีราคาถูก แต่ของแบบนั้นไม่ได้เลือกได้เสมอไป ดังนั้นประเด็นของเราจะมาอยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แล้วราคาของแต่ละธนาคารเขาคิดกันอย่างไร? เขาคิดกันที่ดอกเบี้ยครับ

ดอกเบี้ยในการผ่อนบ้านแบ่งออกได้เป็นสองแบบคือ ดอกเบี้ยคงที่ กับ ดอกเบี้ยลอยตัว แปลความหมายค่อนข้างตรงตัว คือไม่มีการเปลี่ยนแปลง กับ ผันผวนตามเศรษฐกิจ ซึ่งแต่ละธนาคารก็จะให้ข้อเสนอเรื่องดอกเบี้ยแตกต่างกันไป แต่ส่วนมากจะกลายเป็นดอกเบี้ยลอยตัวเมื่อพ้นช่วง ‘โปร’ เป็นต้นไป โดยใช้ตัวเลขที่ชื่อว่า ‘MRR’ เป็นตัวเลขกลาง

‘โปร’ ในที่นี้หมายถึงอะไร? โปรของผมคือ โปรโมชั่น ซึ่งส่วนมากจะมีระยะเวลา 3 ปี หรือ 3 ปีแรกของการผ่อนชำระบ้าน โดยช่วง โปร นี้ดอกเบี้ยจะถูกกว่าปรกติ และเมื่อพ้นช่วงโปรไปแล้วดอกเบี้ยก็จะสูงขึ้น (ซึ่งผ่อนจริง 30 ปี) ซึ่งขยายความต่อว่าเมื่อพ้นช่วงโปรไปแล้ว ก็มักจะใช้ค่า MRR ที่เป็นดอกเบี้ยลอยตัว ต่อเนื่องไปจนครบสัญญาผ่อน


MRR ย่อจากคำว่า Minimum Retail Rate เป็นอัตราดอกเบี้ยกลางของแต่ละธนาคารที่มักใช้ในการทำสัญญาผ่อนชำระบ้าน ซึ่งตัวเลขนี้จะผันแปรตามสภาพเศรษฐกิจส่วนใหญ่

ตัวอย่างง่ายๆว่าหลักการคิดดอกเบี้ยเป็นอย่างไร

 

  • ปีที่ 1 ดอกเบี้ย 3.5%
  • ปีที่ 2 ดอกเบี้ย 3.5%
  • ปีที่ 3 ดอกเบี้ย 3.5%
  • ปี่ที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย MRR-2.75%

ก่อนจะไปถึงเรื่องรีไฟแนนซ์ หลักการเลือกว่าจะผ่อนบ้านกับธนาคารไหนนั้น พึงต้องดูเรื่องค่าใช้จ่ายรวมด้วย ดอกเบี้ยเท่าไหร่ก็เป็นประเด็นสำคัญ แต่ที่ไม่แพ้กันก็มีเรื่องเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์ว่ามีค่าปรับไหม ต้องดาวน์เท่าไหร่ กู้ได้เท่าไหร่ (กระทบกับเงินเก็บที่วางไว้หรือเปล่า) ต้องดูความเหมาะสมกับตัวเองด้วย


ขอบคุณภาพจาก http://www.infokredit24.ru/

การ ‘รีไฟแนนซ์’ คืออะไร?

การรีไฟแนนซ์หมายถึง การเปลี่ยนธนาคารที่เราต้องผ่อน น่าจะเป็นคำอธิบายที่เข้าใจง่ายที่สุด โดยหวังผลประโยชน์จาก กำไรดอกเบี้ยช่วงโปร นั่นเอง การหนีดอกเบี้ยแพงๆเป็นเรื่องปรกติด้วยซ้ำไป บ้านหนึ่งหลังมักจะการรีไฟแนนซ์เกิดขึ้นหลายครั้ง แม้ฟังดูเข้าใจง่าย แต่การรีไฟแนนซ์ก็มีข้อควรระวังของมันเหมือนกัน

  • ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

การย้ายธนาคารมีค่าใช้จ่าย และเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างจะสูง หากเลือกจะรีไฟแนนซ์แล้วควรคำนวณดีแล้วจริงๆว่าจะได้รับผลประโยชน์จริง หากเสียเวลาทำเรื่องแล้วกำไรทั้งหมดแค่หลักพันบาทก็ไม่ควรเสียเวลา

ยิ่งบางครั้งเมื่อหักลบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว พอหมดช่วงโปรแล้วขาดทุนยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ตารางคำนวณดอกเบี้ยมีมากมายในโลกออนไลน์ ยกตัวอย่างเช่น http://athlons.blogspot.com/p/blog-page_50.html เป็นต้น


 

ขอบคุณภาพจาก http://aseanup.com

  • เงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

อย่างที่กล่าวถึงไปบ้างข้างต้น บางธนาคารมีเงื่อนไขในการรีไฟแนนซ์แตกต่างกันไป บางที่กำหนด 5 ปีไม่งั้นห้ามย้าย ย้ายก็โดนค่าปรับ บางที่ 3 ปี บางที่ถ้ารีก็โดนค่าปรับเลย ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละที่ก่อนตัดสินใจ แต่ไม่ใช่ประเด็นใหญ่สักเท่าไหร่ ปัจจุบันเงื่อนไขค่อนข้างคล้ายกันหมด

  • อย่ารีไฟแนนซ์บ่อยเกินไป

เรื่องค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญ การรีไฟแนนซ์ทำเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวม หากไม่ระวังจะเป็นการเพิ่มภาระและเอาตัวรอดไปเป็นครั้งๆ ซึ่งหากคุณมีความพร้อมด้านการเงินที่พูดถึงตอนแรกจริง ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

เพราะมีหลายคนที่เลือกรีไฟแนนซ์เพื่อหวังจะประหยัดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจริงๆแล้วเป็นทางเลือกที่ผิดมหันต์ เพราะจะทำจนเป็นนิสัยแล้วกลายเป็นเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยรวม

ข้อแนะนำสุดท้าย ที่อยากมอบให้คงเป็นเรื่องการทำประกันคุ้มครองการผ่อนชำระ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่คนรอบข้าง ปัจจุบันมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่นานเท่ากับระยะการผ่อนเลยด้วยซ้ำ ถ้าผ่อนเต็มก็คุ้มครองเต็ม ประมาณนั้น

อย่าเชื่อคำโฆษณามากจนเกินไป ดูรายละเอียดให้แน่นอน รวมถึงสอบถามเงื่อนไขอื่นๆด้วย เช่นบางที่ห้ามโปะเกินจำนวนหรือต่ำกว่าจำนวน ห้ามโปะภายในเวลาเท่านี้ๆ ค่าปรับยิบย่อยที่ซ่อนอยู่ในธุรกรรมนี่แหล่ะ ตัวอันตรายที่แท้จริง


avatar
by Smallville

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon