Bigorexia โรคเสพติดหุ่นฟิตเฟิร์ม อันตรายของหนุ่มๆ ชอบเล่นกล้าม

posted: 2 years ago
1,994 views
Bigorexia โรคเสพติดหุ่นฟิตเฟิร์ม อันตรายของหนุ่มๆ ชอบเล่นกล้าม

comments

Bigorexia_FeatureImage

หลายคนคงอาจรู้จักโรค Anorexia หรือโรคกลัวอ้วนที่มักเกิดกับผู้หญิงกันมาบ้าง แต่ไม่นานมานี้มีอีกโรคหนึ่งได้เกิดขึ้นมา นั่นก็คือโรคที่ชื่อว่า Bigorexia ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดกับผู้ชาย วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้ก่อนดีกว่าว่าการของมันนั้นเป็นอย่างไร และถ้าเกิดเป็นแล้วจะต้องรักษาอย่างไรบ้าง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: 10 วิธีเลี่ยงหัวล้านสำหรับคุณผู้ชายอยากหล่อ! ต้องหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ประโยชน์ของเซ็กส์ ไม่เล็กนะครัชคบสาวรุ่นพี่ มีดีกว่าที่คิดชีวิตผู้ชาย กับความลำบากที่สาวๆ ไม่เข้าใจ

Viriyah Insurance

โรค Bigorexia หรือไบกอร์เร็กเซีย นั้นเป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มของ โรคคิดว่าตัวเองมีรูปร่างผิดปกติ (Body Dysmorphic Disorder) ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในผู้ชาย คนที่เป็นโรคนี้จะมีความคิดว่าตนเองร่างกายไม่แข็งแรง รูปร่างไม่ดี และมีกล้ามเนื้อน้อยไป ถึงแม้ความจริงตนเองจะมีหุ่นที่ล่ำบึ้กอยู้แล้วก็ตาม ส่งผลให้รู้สึกอยากจะสร้างกล้ามเนื้อของตัวเองให้มีมากๆ เข้าไว้ โดยการฝืนออกกำลังกายอย่างหักโหม

 

Bigorexia_01
ผู้ชายที่เป็นโรคไบกอร์เร็กเซียจะเสพติดการออกกำลังกายอย่างหนักโดยไม่รู้ตัว

ผู้ชายที่เป็นโรคไบกอร์เร็กเซีย จะแสดงอาการออกมาอย่างเห็นได้ชัด โดยการเสพติดการออกกำลังกายอย่างหนักโดยไม่รู้ตัวเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้ตัวเอง ถ้าวันไหน ไม่ได้เข้าฟิตเนส จะทำให้่อยู่ในภาวะเครียด และเศร้าซึม รวมถึงยังชอบส่องกระจกบ่อยๆ เพื่อเช็คกล้ามเนื้อของตัวเอง กินอาจการเสริมที่มีโปรตีนสูง และอาจถึงขั้นกระตุ้นการเติบโตของกล้ามเนื้อตัวเองโดยการใช้สารสเตียรอยด์ อีกทั้งยังไม่สนใจสิ่งอื่นๆ รอบตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน การเรียน หรือทำงาน ถ้าเป็นโรคนี้แบบขั้นรุนแรง มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้

Bangkok Insurance

นอกจากนี้ ยังมีรายจากมูลนิธิ Body Dysmorphic Disorder Foundation จากประเทศอังกฤษ บอกว่า ผู้ชายชาวอังกฤษทุกๆ 10 คน ที่ออกกำลังกายในฟิตเนส จะมี 1 คน จากในนั้น ที่เป็นโรคไบกอร์เร็กเซียแบบไม่รู้ตัว เช่น โอลิ ลอยน์ ซึ่งเสียชีวิตจากโรคหัวใจ ด้วยวัยเพียง 20 ปี เท่านั้น โดยแม่ของเขาเผยว่า เขาเริ่มฟิตรูปร่างของตัวเองอย่างหนัก และยังใช้สารสเตียรอยด์ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อตั้งแต่เขาอายุ 18 ปี ทำให้เขามีอาการซึมเศร้า และเคยโรคหัวใจกำเริบมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน

Bigorexia_02
การรักษาโรคนี้ ต้องรักษาด้วยการบำบัดพฤติกรรมและความคิด

สำหรับการรักษาโรคนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาด้วยการบำบัดพฤติกรรม และความคิด (Conitive Behavioral Therapy) ซึ่งจะเน้นเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และความคิดต่างๆ ของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยนั้นเข้าใจเกี่ยวกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และรักษาจนสามารถกลับมาหายเป็นปกติในที่สุด

ทางที่ดีในการป้องกันโรคไบกอร์เร็กเซียแบบเบื้องต้นนั้น หนุ่มๆ สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการออกกำลังกายด้วยการสนุกไปกับมัน ออกกำลังแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปเครียด หรือกังวลมากเกินไปว่าเมื่อไรกล้ามจะขึ้นสักที และควรคิดว่าอย่างน้อยตัวเราได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจากการออกกำลังกายก็พอแล้ว ส่วนเรื่องกล้ามนั้นถือว่าเป็นผลกำไรที่ได้ตามมาด้วย

แหล่งข้อมูล: http://www.bbc.co.uk/newsbeat/article/34307044/muscle-dysmorphia-one-in-10-men-in-gyms-believed-to-have-bigorexia | http://www.telegraph.co.uk/men/active/mens-health/11881644/Bigorexia-are-gym-obsessed-men-suffering-from-a-disorder.html | http://www.independent.co.uk/life-style/health-and-families/health-news/bigorexia-what-is-muscle-dysmorphia-and-how-many-people-does-it-affect-10511964.html

avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon