Bitcoin คืออะไร และสถานการณ์ในตอนนี้

posted: 9 months ago
Bitcoin คืออะไร และสถานการณ์ในตอนนี้

comments

ช่วงนี้หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อของสกุลเงินใหม่อย่าง Bitcoin มา ไม่มากก็น้อย ว่าแต่เคยสงสัยกันไหม ว่าเจ้า Bitcoin นี้คืออะไรกันแน่ แล้วสถานการณ์ในตอนนี้ เป็นอย่างไรกันบ้าง จะฟองสบู่แตกอย่างที่นักวิชาการหลายๆ ท่านว่าไว้ไหม? เราลองไปดูกันดีกว่า


ทำความรู้จักกับ Bitcoin ค่าเงินสกุลใหม่ในโลกออนไลน์!

Bitcoin หรือ บิทคอยน์ คือ สกุลเงินสมมติที่ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยไม่ขึ้นกับสกุลเงินใดๆ มีหน่วยเงินตราเป็น BTC ซึ่งบิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2552 และเริ่มถูกนำไปใช้แลกเปลี่ยนซื้อ-ขายสินค้ากันจริงๆ ในโลกออนไลน์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เดิมที Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกลุ่มนักพัฒนาเล็กๆกลุ่มหนึ่งตลอดจนบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลก โดยระบบของ Bitcoin ถูกรันโดยคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่วโลก โดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ในการถอดสมการคณิตศาสตร์

ทั้งนี้ บิทคอยน์ถือว่าเป็นเงินตราอิเล็กทรอนิกส์ (Cryptocurrency) สกุลหนึ่งเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้ว ในโลกออนไลน์ยังมีสกลุเงินอื่นๆ อีกมากมายที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเหมือนกัน เช่น สกุลเงิน Ethereum ที่ใช้ตัวย่อว่า ETH, สกุลเงิน Ripple ที่ใช้ตัวย่อว่า XRP และสกุลเงิน Litecoin ที่ใช้ตัวย่อว่า LTC เป็นต้น

จะเห็นได้ว่ายังมีสกุลเงินในโลกออนไลน์อีกมากมาย เพียงแต่ Bitcoin ได้รับความนิยมมากที่สุดนั่นเอง



ใช้ทำอะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมกันนะ ?

หลายคนอาจจะคาใจอยู่ ทำไมมันถึงได้ฮิตกันนะ กับสกุลเงินที่ไม่สามารถจับต้องได้แบบนี้ ? ขอบอกเลยว่าความพิเศษของ Bitcoin ที่ทำให้ได้รับความนิยมนั้น มาจากความสามารถที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ถูกควบคุมแบบกระจาย (decentralize)

หากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ไม่มีสถาบันการเงินไหนที่สามารถควบคุมได้  Bitcoin มีจุดประสงค์หลักในการเป็นอิสระจากรัฐบาล และธนาคาร นอกจากนี้ยังสามารถส่งหากันผ่านระบบอินเตอร์เน็ต แล้วมีค่าธรรมเนียมที่ถูกมากๆ

เนื่องจาก Bitcoin ถอนออกจากระบบสมการ ระบบผันผวนเงินในโลกของความเป็นจริงจึงส่งผลกระทบน้อย ทำให้เมื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินจริงนั้น มีราคาที่สูงมาก และ ระบบถูกกำหนดให้มีบิทคอยน์ในระบบ 21 ล้าน BTC นั่นแปลว่าทรัพยากรอย่างบิทคอยน์นั้นมีจำกัด และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นิยมเป็นอย่างมาก

ยิ่งในปัจจุบันนี้ Bitcoin ได้รับการยอมรับในวงกว้าง องค์กรใหญ่ๆ บนโลกเริ่มขยับตัว และยอมรับค่าสินค้าและบริการเป็นหน่วยเงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เช่น DELL บริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อดัง, Steam ร้านขายเกมคอมพิวเตอร์, Rakutan อีคอมเมิร์ซสัญชาติญี่ปุ่น และ Microsoft ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ใครๆ ก็รู้จัก เป็นต้น



เห็นเขาพูดกันว่าผิดกฏหมายในไทย จริงแท้แค่ไหน ?

หลังจากเป็นกระแสอยู่สักพักใหญ่ๆ มีบางหน่วยงานได้ออกมาให้ความเห็นว่า Bitcoin นั่น นับว่าผิดกฏหมายในไทย

แต่จากคำกล่าวอ้างของ ธปท (ธนาคารแห่งประเทศไทย) ได้ตีความว่า ตัว Bitcoin ไม่ใช่เงินตรา จึงไม่ผิดกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายเงินตราเท่านั้น

ทว่า ตัว Bitcoin เอง แม้ว่าจะไม่ผิดกฏหมาย แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เพราะกฎหมายของบ้านเรายังไม่มี กฏหมายที่ครอบคลุมไปถึงเรื่องของ Crypto currency อย่างใน อเมริกา หรือ เยอรมัน ซึ่งมีการออกกฎหมายว่า Bitcoin เป็น ทรัพย์สิน ไม่ใช่เงินตรา การครอบครองหรือซื้อขายต้องเสียภาษี กลับกันจะเห็นได้ว่า ในไทยยังไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมในจุดนี้ หากเกิดความเสียหายอาจฟ้องร้องไม่ได้

สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การซื้อขาย Bitcoin ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย พรบ. เงินตรา  เพราะ ธปท ไม่ถือว่า Bitcoin เป็นเงิน จึงไม่มีความผิด แต่คนซื้อขายต้องรับความเสี่ยงเอง หากเกิดความเสียหาย การสูญหาย กฏหมายในไทยก็จะไม่รองรับการฟ้องร้องใดๆ นั่นเอง



แล้วฟองสบู่จะแตกไหม ?

เราจะเห็นได้ว่า นอกจากความนิยมที่เพิ่มขึ้น หลายๆ แห่งเริ่มมีการรองรับหน่วยค่าเงินอย่าง Bitcoin อย่างที่เราได้กล่าวถึงไป แต่ด้วยมูลค่าที่มีการแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นสูงมากๆ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่า Bitcoin จะกลายเป็นเหมือนฟองสบู่ที่กำลังจะแตก

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เกิดคอมเมนต์ทั้งสองฝั่งขึ้น โดยฝั่งที่มองว่า Bitcoin กำลังจะกลายป็นฟองสบู่แตก ส่วนมากจะให้เหตุผลถึงความผันผวนของค่าเงินขนาดนี้ยังไม่เหมาะนำมาเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน และน่าจะเป็นสิ่งที่ใช้ในการเก็งกำไรมากกว่า

ฝ่ายที่บอกว่าไม่ได้เป็นฟองสบู่ก็จะเน้นเรื่อง เทคโนโลยี blockchain ของ Bitcoin ว่าจะเป็นเทคโนโลยีของโลกยุคอนาคต และตัวเหรียญ Bitcoin ที่ผลิตออกมามีจำกัดจริงๆ ทำให้มันมีค่าได้



ยังไงก็ตาม Bitcoin ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลย โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบเรื่องการลงทุน แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่า ทุกการลงทุนล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงทั้งนั้น ขึ้นกับว่าจะมีความเสี่ยงต่ำหรือความเสีย่งสูง

ดังนั้น อย่าประมาทและไหลตามกระแส เพียงเพราะเป็นการลงทุนที่ให้ราคาดี โดยที่ไม่ได้ทำการศึกษาเสียก่อน ระวังจะติดดอย ขาดทุน กันได้

ส่วนเรื่องฟองสบู่จะแตกหรือไม่ ก็ต้องให้ผู้อ่านเป็นคนพิจารณาด้วยตัวเองก็แล้วกัน ว่าทุกอย่างนั้นคุ้มกับการลงทุน และคุ้มีท่จะเสี่ยงหรือเปล่า!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon