ดุกระชากวิญญาณ ! Blair Witch ตำนานสยองของครอบครัวเบลล์

posted: 2 years ago
2,562 views
ดุกระชากวิญญาณ ! Blair Witch ตำนานสยองของครอบครัวเบลล์

comments

blair-1

Blair Witch Porject หรือในชื่อภาษาไทยว่า สอดรู้ สอดเห็น สอดเป็น สอดตาย (มันจะสอดอะไรนักหนา) ภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่หยิบเอาตำนานขนหัวลุกของแม่มดแบลร์มาเปิดเผยให้คนได้ติดตามกัน ซึ่งพูดได้เลยครับว่ากระแสของมันในช่วงนั้นเนี่ยแรงมากๆ จนเป็นที่โจษจันกันแบบสุดๆ ถึงความสยองของมันและด้วยความน่ากลัวแบบสุดๆ นี่แหละครับเลยตัวผมเองเลยอยากจะนำเอาตำนานที่แท้จริงของผีร้ายตนนี้มาเปิดเผยให้ผู้อ่านได้ติดตามกัน ว่าแล้วก็มาอ่านกันเลยดีกว่าว่าตำนานที่ว่ามันเป็นยังไงกันแน่

จุดเริ่มต้นของตำนาน

blair-2

จุดเริ่มต้นของตำนานดังกล่าวนั้นคงต้องขอย้อนความและเวลากลับไปถึงชายผู้มีนามว่า จอห์น เบลล์ (John Bell) ชาวไร่ที่ร่ำรวยในมลรัฐเทนเนสซี (Tennessee) สำหรับจอห์น นั้นถือได้ว่าเขาเป็นชาวไร่ที่ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องของชีวิตครอบครัวและสังคมในระดับนึง จนกระทั่งวันหนึ่งก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้เมื่อเขาได้แอบโกงเอาที่ดิน (บางตำนานก็ว่าเป็นเรื่องการซื้อขายทาส) มาจากหญิงชราคนหนึ่งที่มีนามว่า เคท แบตท์ (Kate Batts)

ด้วยความโกรธแค้นในตัวของ จอห์น และครอบครัวที่บังอาจมาทำกับหญิงชราตัวคนเดียวอย่างเธอได้ลง เธอจึงได้สาปแช่งครอบครัวนี้ให้พบเจอกับเรื่องร้ายๆ ต่างๆ นาๆ เท่าที่จะนึกได้และกล่าวว่าหากเธอตายเป็นผีเมื่อไหร่ ก็จะคอยตามมารังควานครอบครัวนี้ไปตลอดกาลจนกว่าครอบครัวนี้จะล่มจมแบบที่เธอได้รับ

ปรากฏการณ์แม่มดแบลร์

blair-3
สถานที่เกิดเหตุของครอบครัวเบลล์

ภายหลังจากที่ เคท ตายจากโลกไปแล้วดูเหมือนว่าคำสาปแช่งที่เธอได้มอบให้กับครอบครัวเบลล์ก็เริ่มจะกลายเป็นจริงขึ้นมาอย่างน่าขนหัวลุก สมาชิกครอบครัว เบลล์ ต่างก็ได้เจอกับเรื่องแปลกๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น เสียงประตูที่ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือ เสียงลากโซ่ที่ดังลั่นบ้านในช่วงค่ำคืน แถมบางทียังมีเสียงของคนที่กำลังถูกทรมาณคลอเป็นแบ็คกราวอยู่ด้วยอีกต่างหาก เหตุการณ์ดังกล่าวดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แถมยังมีทีท่าอีกด้วยว่าจะเลวร้ายลงไปอย่างต่อเนื่อง จอห์ฺนจึงได้ตัดสินใจนำเอาเรื่องนี้เข้าไปปรึกษากับคนในชุมชนเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน (ไม่อย่างนั้นคงได้หัวโกร๋นกันหมดบ้านแน่ๆ)

ชาวบ้านที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างก็ให้ความช่วยเหลือครอบครัวของจอห์นเป็นอย่างดี ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อจัดการสืบสวนเรื่องนี้โดยเฉพาะ จากการสืบสวนพวกเขาได้ลองตั้งคำถามกับวิญญาณที่มองไม่เห็น ว่าวิญญาณที่ว่านี้เป็นใครกันแน่ อย่างไรก็ตามในทุกๆ ครั้งที่ถาม คำตอบที่ได้รับมักจะไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แถมโดยส่วนมากแล้วยังตอบไม่ตรงกับคำถามอีกต่างหาก แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มันเผลอหลุดออกมาว่าตนเองนั้นคือวิญญาณของ เคท แบตท์ ที่ถูกครอบครัวเบลล์ฉ้อโกงไปเมื่อนานมาแล้วด้วยเรื่องของการขัดผลประโยชน์กันด้านธุรกิจและเธอต้องการจะล้างแค้นครอบครัวนี้ให้สำเร็จให้จงได้

blair 4
จอห์นถูกรบกวนโดยแม่มดอย่างหนัก

เวลาผ่านไป 3 ปี จอห์นและครอบครัวเบลล์ต้องทนทุกข์กับการตามรังควานของแม่มดอย่างไม่มีวันจบสิ้น (ซึ่งจากตำนานของเรื่องนี้แล้วผมเชื่อว่าคณะกรรมการไม่น่าจะสามารถทำอะไรกับเจ้าวิญญาณนี้ได้สำเร็จแน่ๆ) ร่างกายของจอห์นเริ่มอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ เพราะถูกวิญญาณตามรังควานทั้งกลางวันและกลางคืน จนกระทั่งในปี 1820 จอห์นได้จากโลกใบนี้ไปในที่สุด เจ้าหน้าที่ได้นำเอาศพของจอห์นไปตรวจสอบดูและได้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่าเขาน่าจะเสียชีวิตจากยาพิษ ซึ่งในสถานที่เกิดเหตุเจ้าหน้าพบขวดสีดำใบหนึ่งที่ยังคงมีน้ำยาเหลืออยู่ข้างในวางเอาไว้อยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทดลองเอาน้ำยาที่เหลืออยู่ก้นขวดนั้นหยดลงไปบนตัวแมวตัวหนึ่งปรากฏว่าเจ้าแมวตัวนั้นตายสนิทแบบไม่ฟื้นอีกเลย (แมวบอกเกี่ยวไรกะตรูฟระ !!!) จากการทดสอบเจ้าหน้าที่จึงได้ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเขาน่าจะตายเพราะยาพิษชัวร์ๆ

ในวันที่ฝังศพ จอห์น เบลล์ ว่ากันว่ามีคนได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญลอยมาตามสายลมอย่างน่าสยดสยอง แถมหลังจากที่ฝังศพ จอห์น เบลล์ไปแล้ว วิญญาณร้ายก็ยังไม่หายไปไหนแต่ยังคงวนเวียนอยู่กับครอบครัวเบลล์ ก่อนที่เธอจะปรากฏตัวเป็นครั้งสุดท้ายให้ครัวนี้ได้เห็นพร้อมกับบอกสมาชิกประจำครอบครัวว่าอีก 107 ปี หลังจากนี้เธอจะกลับมาอีกครั้ง

สู่ภาพยนตร์

 

จากคำพูดสุดท้ายก่อนที่สมาชิกของครอบครัวเบลล์จะไม่สามารถสัมผัสกับวิญญาณตนนี้ได้อีกนี่แหละครับ ที่มันได้กลายมาเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลย เพราะหากพูดตามทฤษฎีแล้วนั้นวิญญาณของแม่มดเบลล์ก็ยังคงสิงสถิตอยู่ที่นั่นแหละ (เพียงแต่ว่าจะโผล่มาให้เห็นหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

จากความน่าสนใจของตำนานดังกล่าวผนวกกับความเชื่อที่ว่าอีก 107 ปีต่อมาเธอจะกลับมาเยี่ยมครอบครัวเบลล์อีกครั้งมันเลยกลายมาเป็นพล็อตที่น่าสนใจมากๆ เลยล่ะครับที่จะเอามาทำเป็นภาพยนตร์ ดังเช่นที่หลายๆ คนได้ติดตามไปแล้วในภาคแรกของบภาพยนตร์เรื่อง Blair Witch Project ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน ซึ่งโดยส่วนตัวผมแล้วพูดได้เลยครับว่าหนังที่เป็นแนวสารคดีเรียลิตี้เนี่ย ค่อนข้างที่จะทำให้คนดูอินและมีอารมณ์ร่วมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็นอยู่แล้ว (ดังเช่น Rec  และ Clover Field) แถมภาพยนตร์เรื่อง Blair Witch Project ยังสามารถทำคลิป Viral โฆษณาออกมาชวนให้คนติดตามได้แบบดีสุดๆ จนสร้างกระแสได้ดีไม่ใช่น้อย งานนี้เราคงต้องมาดูกันแล้วล่ะครับว่า Blair Witch ที่เป็นภาคต่อของหนังเรื่องนี้จะสามารถดำเนินรอยตามในภาคที่แล้วได้หรือไม่ สุดสัปดาห์นี้รู้กันแน่นอนครับ


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon