“Blockchain” นวัตกรรมใหม่รุกโลกการเงิน เปลี่ยนธุรกิจธนาคารในอนาคต

posted: 2 years ago
“Blockchain” นวัตกรรมใหม่รุกโลกการเงิน เปลี่ยนธุรกิจธนาคารในอนาคต

comments

ในแวดวงการเงินทุกวันนี้ ดูเหมือนเราจะได้ยินชื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ส่งผลให้หลายธนาคารต้องรีบศึกษาและพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันยุคทันสมัย เพราะนอกจากคำว่า Fintech หรือ Financial Technology เทคโนโลยีทางการเงิน ที่กำลังเขย่าวงการการเงินโลกในปัจจุบันอย่างรวดเร็วแล้ว ล่าสุด “Blockchain” (บล็อกเชน) หนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งหลายคนเชื่อมั่นว่า เป็นระบบการจัดฐานข้อมูล ที่ไม่มีใครสามารถแก้ไขข้อมูลได้ ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีหลังบ้านนั่นเอง



ทำความรู้จัก “Blockchain” (บล็อกเชน)

Laptop computer terminal in industrial server room

Blockchain (บล็อคเชน) เปรียบเสมือนระบบโครงข่ายใยแมงมุมที่เก็บฐานข้อมูล หรือ สมุดบัญชี ซึ่งจะคอยควบคุมดูแลการจัดเก็บทุกๆ ข้อมูลหรือทุกๆ กิจกรรมของการติดต่อสื่อสาร (Transaction) ที่เติบโตขึ้นตลอดเวลา ซึ่งเป็นระบบการทำงานบนฐานข้อมูลออนไลน์ประเภทหนึ่งที่ช่วยให้การทำธุรกรรมได้รวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะสามารถระบุตัวตน และติดตามข้อมูลได้ โดยสามารถปรับใช้ได้หลายธุรกิจ เช่น การโอนเงินข้ามแดน ธุรกิจโลจิสติกส์ใช้ส่งเอกสารภายใน ธุรกิจที่เกี่ยวกับทรัพย์สินอันมีค่าว่าเป็นของแท้หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดย Blockchain (บล็อคเชน) ใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบที่อนุญาตให้สมาชิกในระบบทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้


Blockchain มี 3 จุดเด่น คือ

Programmer coding on his laptop dissolved with binary code background

1. เป็นแหล่งเก็บบันทึกข้อมูล ที่เรียกว่า Block และทุก ๆ Node จะมีความสามารถที่ดูได้ว่า ข้อมูล Transaction นั้นๆ ถูกจัดเก็บใน Block ใด ด้วยการเข้าถึงรหัส
2. ข้อมูลที่จัดเก็บใน Block มีความปลอดภัย จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง, เอาค่าคืนกลับมาได้ หรือแม้กระทั่งทำลายข้อมูลนั้นก็ตาม
3. Software ทำงานอัตโนมัติ จะถูกเขียนขึ้นให้ป้องกันการเขียนข้อมูลซ้ำซ้อน และการจัดเก็บข้อมูล Transaction ก็ดำเนินการแบบอัตโนมัติเช่นกัน


กสิกรไทยนำร่องใช้ “บล็อกเชน” พัฒนาเทคโนโลยี ต้นปี 60

111KBTG-IBM_Blockchain
นายสมคิด จิรานันตรัตน์ รองประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป และ นางพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด แถลงความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)

นายสมคิด จิรานันตรัตน์ รองประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ได้บอกว่า ในฐานะกลุ่มบริษัทของธนาคารกสิกรไทยที่เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ได้จัดทำต้นแบบในการให้บริการรับรองเอกสารต้นฉบับ ซึ่งจะเหมาะกับทั้งลูกค้าองค์กรและลูกค้ารายย่อย โดยพิจารณาถึงความปลอดภัยของการเก็บข้อมูล การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องรูปแบบการให้บริการนี้สามารถลดขั้นตอนการทำงานของหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เทคโนโลยีบล็อกเชน สามารถยืนยันความถูกต้องน่าเชื่อถือของข้อมูล มีความโปร่งใส ปลอดภัย และตรวจสอบได้



สำหรับเทคโนโลยีบล็อกเชนนี้ธนาคารจะเริ่มใช้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนวิธีคิดและรูปแบบการดำเนินธุรกิจในอนาคต ซึ่งธนาคารได้นำมาทดลองใช้กับการรับรองเอกสารต้นฉบับ โดยโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่นำมาใช้ในครั้งนี้มีชื่อว่าไฮเปอร์เลจเจอร์ (Hyperledger) ของ บริษัท ไอบีเอ็ม ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อการประยุกต์ใช้สำหรับองค์กรต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทำงานในมาตรฐานเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว มีลักษณะพิเศษที่สามารถกำหนดสิทธิ์ให้ใช้ได้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น (Private Blockchain)

เบื้องต้นธนาคารมีการสร้างระบบการให้บริการที่เรียกว่า OriginCert API และนำมาใช้กับการรับรองเอกสารหนังสือค้ำประกัน (Letter of Guarantee : LG) ซึ่งจะช่วยลดกระบวนการที่ใช้ในการออกหนังสือเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้เร็วขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงและใช้งานเอกสารหนังสือค้ำประกันในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย โดยบริการ OriginCert API นี้สามารถให้ธนาคารอื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมและใช้กับองค์กรที่ต้องการเอกสารหนังสือค้ำประกัน ที่รวดเร็วถูกต้อง และปลอดภัยได้


 Blockchain ไม่ได้ใช้กับอุตสาหกรรมธนาคารเท่านั้น แต่ใช้ได้ในวงกว้างหลากหลายธุรกิจ ซึ่งในส่วนของต่างประเทศนั้น มีลูกค้าที่นำ Blockchainไปใช้แล้วกว่า 300 ราย แต่ในประเทศไทย ธนาคารกสิกรไทยถือว่าเป็นเจ้าแรกที่นำ Blockchain มาใช้


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon