ภาษากาย ที่คุณเผลอทำ จนโดนมองว่าไม่โปร

posted: 2 months ago
ภาษากาย ที่คุณเผลอทำ จนโดนมองว่าไม่โปร

comments

“การสื่อสารเป็นเครื่องมือสำคัญของมนุษย์”

นอกจาก ภาษาพูด (วัจนภาษา) แล้ว คนเรายังมักสื่อสารกันโดยผ่าน ภาษากาย (อวัจนภาษา) อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด คนเราก็มักจะใช้การสื่อสารทั้ง 2 แบบนี้ไปควบคู่กัน เพื่อให้การสื่อสารสมบูรณ์และเข้าใจตรงกันที่สุด

แต่บางครั้งภาษากายที่คนเราแสดงออกมา อาจส่งผลต่อบุคลิกภาพของตัวบุคคล โดยเฉพาะคนในวัยทำงาน ที่ต้องสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานรวมถึงบุคคลภายนอกอยู่ตลอด จะมีวิธีจัดการกับตัวเองอย่างไร เพื่อให้ดูโปร ดูน่าเชื่อถือกันดีล่ะ?

ภาษากาย

ภาษากาย ที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ จนดูไม่โปร

การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้องประสานงานกับผู้อื่นหรือต้องพบปะกับเพื่อนร่วมงานหน้าใหม่อยู่เสมอ จึงจำเป็นต้องระมัดระวังภาษากายบางอย่างที่เราอาจจะเผลอแสดงออกไปโดยไม่รู้ตัว ประเดี๋ยวเพื่อนร่วมงานจะมองว่าไม่โปรเอาได้

ภาษากาย

  • นั่งห่อไหล่ / นั่งหลังค่อม

ท่าทางการนั่ง ส่งผลต่อบุคลิกภาพของเราและความน่าเชื่อถือ การนั่งทำงานด้วยท่าทางหลังค่อมหรือนั่งห่อไหล่ จะทำให้คนมองว่าเราดูไม่มีความมั่นใจ หรือกำลังกังวล หวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่ หากเป็นการคุยงานระหว่าง 2 ฝ่ายอยู่ ท่าทางแบบนี้อาจทำให้เรามีโอกาสเสียเปรียบได้ง่ายกว่า

นอกจากท่านั่งจะทำให้เสียบุคลิกแล้ว การนั่งห่อไหล่หรือนั่งหลังค่อมบ่อยๆ จะทำให้เราปวดเมื่อย เสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก รวมถึงโรคออฟฟิศซินโดรมอีกด้วย

  • อยู่ไม่สุข

เคยไหมเวลาที่เรากำลังตั้งใจทำอะไรอย่างมีสมาธิสุดๆ แล้วหางตาของเราก็เหลือบไปเห็นคนในออฟฟิศกำลังขยุกขยิก แถมมีเสียงรบกวนอีก แบบนี้ก็คงจะทำให้เสียสมาธิไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ เรากำลังพูดถึงท่าทางแบบนั้นอยู่ ซึ่งเป็นภาษากายที่เราอาจจะเคยแสดงออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน

ภาษากายที่ว่าก็คือ การเอานิ้วมือม้วนผม การนั่งขาสั่น เอามือควงปากกา กดปากกาเล่น และอีกหลายท่าทางอยู่ไม่สุข ซึ่งท่าทางเหล่านี้ทำให้ดูไม่มีความมั่นใจ ดูไม่มีสมาธิหรือไม่จดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่ ที่สำคัญ สร้างความรำคาญแก่คนรอบข้าง จนทำให้ดูเป็นคนไม่มีมารยาท

ภาษากาย
CR : ThoughtCo
  • มองอะไร?

ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เช่นเดียวกันกับการ Eye-contact ที่เป็นส่วนสำคัญของการสื่อสารระหว่างบุคคล เพื่อให้การสื่อสารสัมฤทธิ์ผลสูงสุดได้ ทั้งผู้สื่อสารและผู้รับสารควรมีการ Eye-contact หรือใช้ภาษากายในการสื่อสารผ่านสายตาระหว่างกันด้วย

ขณะที่คุยงานกับผู้อื่น หากเราเอาแต่ก้มมองพื้น หรือไม่สบตากับผู้ที่เราคุยด้วย ท่าทางแบบนั้นจะทำให้เราดูเป็นคนไม่มีความมั่นใจ ไม่มืออาชีพ บางที อีกฝ่ายเขาอาจจะคิดว่าเราไม่ใส่ใจ ไม่ค่อยอยากคุยด้วย อย่างนี้ก็จะทำให้คนอื่นสูญเสียความมั่นใจไปด้วยนะ

  • ไม่เว้นระยะห่าง

โดยปกติ คนเราจะมีการเว้นระยะห่างระหว่างตนเองกับผู้อื่นอยู่ที่ประมาณ 100 ซม. เพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัดใจและง่ายต่อการวางตัวระหว่างกัน ต่อให้สนิทกันแค่ไหนก็ควรจะเว้นระยะห่างต่อกัน

ในระหว่างคุยงานหรือประชุมงานกับอีกฝ่าย หากเราไม่รู้จักเว้นระยะห่างให้พอเหมาะ แล้วเข้าไปใกล้ชิดกับอีกฝ่ายมากเกินไป จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกดดัน เหมือนกำลังถูกคุกคาม และทำให้อึดอัด ไม่สบายใจ



ภาษากาย

ใช้ ภาษากาย แบบไหนถึงจะดี?

หากเรารู้จักวิธีใช้ภาษากายอย่างเหมาะสม การใช้ภาษากายควบคู่ไปกับการสนทนาก็จะช่วยให้ทั้ง 2 ฝ่าย สื่อสาร ประสานงานกันได้ง่ายและเข้าใจตรงกันได้เร็วขึ้น

  • ท่าทางประกอบ ควรใช้แต่พอดี

เวลาที่เรากำลังอธิบายอะไรบางอย่าง การใช้ภาษากายช่วยโดยการใช้มือประกอบการพูดเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ซึ่งการขยับมือประกอบจะช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจง่าย เห็นภาพชัดเจนขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง หากใช้มือมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดความรำคาญได้

  • พยักหน้าตอบรับเสมอ

เมื่อมีผู้พูด ก็ต้องมีผู้ฟัง และเมื่อเราอยู่ในสถานะของผู้ฟัง ก็ควรจะให้เกียรติผู้ที่กำลังพูดอยู่ ด้วยการไม่เพิกเฉยต่อผู้พูด มีการ Eye-contact และที่สำคัญ การพยักหน้าเป็นการตอบรับอยู่เสมอ เพื่อแสดงให้ผู้พูดเห็นว่าเรากำลังฟังอยู่ การทำแบบนี้ยังช่วยให้ผู้พูดมีความมั่นใจมากขึ้นอีกด้วย

  • รอยยิ้มพิมพ์ใจ

รอยยิ้ม เป็นภาษากายที่แสดงถึงความเป็นมิตร การมอบรอยยิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งที่ดี เพราะรอยยิ้มอาจหมายถึงการให้กำลังใจ และความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมีส่วนช่วยให้การประสานงานและการทำงานเป็นกลุ่มมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

เพราะ “การสื่อสาร” เป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน และบุคลิกภาพของผู้สื่อสารเอง ก็มีส่วนช่วยให้การสื่อสารและการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะฉะนั้น อย่ามองข้ามวิธีการใช้ภาษากายในการสื่อสารนะทุกคน


ขอบคุณที่มา


avatar
by IN-Wsible
Tiny girl with Big heart.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon