รู้ไหม? โบท็อกซ์ ช่วยให้หน้าใสแล้ว ยังรักษาไมเกรนได้ด้วย

posted: 5 months ago
รู้ไหม? โบท็อกซ์ ช่วยให้หน้าใสแล้ว ยังรักษาไมเกรนได้ด้วย

comments

ถ้าพูดถึงการทำ โบท็อกซ์ (Botox) หลายคนอาจจะนึกถึงเรื่องของความสวยงามที่ฉีดแล้ว ทำให้หน้าเต่งตึงดูอ่อนกว่าวัย แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การฉีดโบท็อกซ์นั้น ยังช่วยรักษาอาการแก้ปวดหัวไมเกรนได้อีกด้วย แล้วการรักษานั้นเป็นอย่างไร มีการใช้ในวงกว้างมากน้อยแค่ไหน วันนี้ rabbit finance หาคำตอบมาให้แล้วค่ะ

อาการปวดหัวจากไมเกรนเกิดขึ้นได้อย่างไร

โบท็อกซ์

อาการปวดศีรษะไมเกรน พบในเพศหญิงมากกว่าชาย โดยเฉพาะช่วงอายุ 25-55 ปี

สาเหตุเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ทำให้สมองไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ หรือเกิดการอักเสบ ของเส้นเลือด สมองและเส้นประสาท

มักมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว แต่อาการอาจย้ายข้างหรือปวดทั่วๆ ทั้ง 2 ข้างได้ ส่งผลให้เกิดความรุนแรงจนทำให้เสียการเรียนหรือการทำงานได้ เพราะในขณะที่มีอาการ การเคลื่อนไหวหรือกิจวัตรประจำวันต่างๆ มักจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือไม่อยากเห็นแสงจ้า และไม่อยากได้ยินเสียงดัง

อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง เช่น ปวดศีรษะอย่างน้อย 14 วันต่อเดือนขึ้นไป การฉีดโบท็อกซ์ ชนิด A เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แพทย์นำมาใช้รักษา ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เชื่อว่าสามารถยับยั้งปลายประสาท ที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองด้วย จึงลดความรุนแรงของอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี และอาจไม่จำเป็นต้องรับประทานยาแก้ปวดศีรษะเป็นประจำ

วิธีการตรวจหาว่าเป็นโรคปวดหัวจากไมเกรน

โบท็อกซ์

เมื่อมีอาการปวดหัวไมเกรนเริ่มแรกอาการมักไม่รุนแรงนัก แต่ถ้าปล่อยไว้เนิ่นนานอาจสร้างความรำคาญได้ รวมถึงถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีก็จะยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อาจถึงขั้นรับประทานยาทั่วไปแล้วยังไม่สามารถหยุดอาการได้ ความถี่ในการเป็นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นเมื่อเริ่มปวดหัวก็ไม่ควรที่จะปล่อยไว้นาน แต่ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะด้าน โดยเริ่มแรกแพทย์จะซักประวัติคนไข้ก่อนว่ามีอาการปวดหัวอย่างไร ต่อด้วยตรวจร่างกายว่ามีข้อบ่งชี้ที่เข้าข่ายเป็นไมเกรนหรือไม่

และต้องแยกให้ได้ว่าไม่ใช่ความผิดปกติที่เกิดจากสมอง เพราะถ้าเรามีความผิดปกติภายในสมอง มีเส้นเลือดในสมองตีบ หรือสมองแตก มีเนื้องอกในสมอง ก็จะมีลักษณะอาการคล้ายๆ กับไมเกรนได้ ซึ่งเมื่อมีข้อสงสัยว่ามีข้อผิดปกติภายในสมอง การตรวจเพิ่มเติมก็มีความจำเป็น เช่น อาจจะต้องไปเอกซเรย์สมอง CT – Scan หรือ MRI เพื่อแยกโรค

โบท็อกซ์ ช่วยลดไมเกรนได้อย่างไร

โบท็อกซ์

ผู้ที่เป็นไมเกรนส่วนหนึ่งจะมีการหดเกร็ง หรือมีการหดตัวของกล้ามเนื้อมากเกินไป เนื่องจากมีความวิตกกังวล และความเครียดร่วมด้วย ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ามีการหดเกร็งเยอะ ซึ่งโบท็อกซ์นั้นสามารถช่วยยับยั้งการหดตัวได้ดี ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา และได้รับการจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างถูกต้อง

โดยแพทย์จะฉีดโบท็อกซ์ที่ใบหน้าระหว่างคิ้ว หน้าผาก ท้ายทอย ต้นคอ และบ่า 31 จุด จากการวิจัยพบว่าสามารถลดอาการปวดลงได้ 60-70 เปอร์เซ็นต์ มีผลอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน และมีผลข้างเคียงน้อย

นอกจากโรคไมเกรนแล้ว โบท็อกซ์ยังใช้รักษา โรคเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ อาทิ โรคหน้ากระตุกครึ่งซีก โรคคอบิด เป็นต้น ซึ่งสารนี้จะช่วยบรรเทาอาการเกร็ง หรือกระตุกของกล้ามเนื้อใบหน้าหรือหนังตา แก้ไขคอที่เอียงผิดปกติได้


อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะปวดหัวด้วยสาเหตุอะไร ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่เกิดลุกลามจนกลายเป็นโรคร้ายในอนาคต ที่อาจจะสายเกินแก้ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลเวชธานี , โรงพยาบาลกรุงเทพ


avatar
by ANCHALEE SABUYSUK
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon