คฺวามพิการไม่ใช่อุปสรรค ‘Brad Snyder’ ยอดนักกีฬาผู้ไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา

posted: 2 years ago
คฺวามพิการไม่ใช่อุปสรรค ‘Brad Snyder’ ยอดนักกีฬาผู้ไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา

comments

หลายๆ คนที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Don’t Breathe กันไปแล้วมาถึงตอนนี้ น่าจะอดระแวงกันไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับว่าผู้พิการทางสายตาที่เราเห็นๆ กันอยู่ในทุกวันนี้จริงๆ แล้วเขาสามารถทำอะไรได้หลายอย่างมากกว่าที่เราคิดหรือเปล่า (เพราะลุงบอดในหนังเรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วว่าถึงแม้แกจะตาบอดก็จริงแต่ความเก่งนี่ระดับน้องๆ Daredevil เลย) อย่างไรก็ตามเรื่องที่ผมกำลังจะนำมาเขียนเล่าให้ผู้อ่านได้ติดตามกันนั้นเป็นเรื่องของชายตาบอดคนหนึ่งที่ได้พิสูจน์ให้โลกใบนี้ได้เห็นว่าความพิการของเขาไม่ใช่อุปสรรคเลยแม้แต่น้อย ชื่อของเขาคือ แบรด ซไนเดอร์  (Brad Snyder) และนี่คือเรื่องเล่าของเขา

Brad Snyder

อัตชีวประวัติของชายผู้นี้นั้นเรียกได้ว่าค่อนข้างจะน่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ โดย แบรด ซไนเดอร์ เกิดที่เมือง เรโน่ (Reno) มลรัฐ เนวาด้า (Nevada) ในประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะเข้าเรียนที่ Northeast High School และไปศึกษาต่อที่สถาบันนาวิกโยธินทางด้านการออกแบบเรือ พูดได้ว่าสำหรับแบรดแล้วนั้นชีวิตของเขาค่อนข้างที่จะผูกพันธ์กับกีฬาว่ายน้ำมากๆ เลยล่ะครับโดยเริ่มจากช่วงที่เขาเริ่มเข้าเรียนในระดับ High School เขาก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำมาโดยตลอด (จนได้เลื่อนขั้นให้เป็นกัปตันทีมในช่วงที่เข้าเรียนในสถาบันนาวิกโยธิน)

จากทหารสู่นักกีฬาพาราลิมปิก

หลังจากที่แบรดเรียนจบจากสถาบันนาวิกโยธินแล้ว เขาได้เข้าไปประจำการที่ประเทศอัฟกานิสสถานในฐานะของผู้เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ประจำหน่วย Seal Team (ช่วงสงครามปราบปรามผู้ก่อการร้าย) กันยายนปี 2011 แบรดประสบอุบัติเหตุร้ายแรงที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ในขณะที่เขาพยายามจะเก็บกู้วัตถุระเบิดเพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์อยู่นั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ดีๆ ระเบิดลูกที่เขาเก็บกู้อยู่นั้นเกิดการปะทุขึ้นมา แบรดได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจากการระเบิดในครั้งนั้น เพื่อนๆ ของเขาตกใจเป็นอย่างมากและพาเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อที่จะได้พาเขาไปส่งที่โรงพยาบาลในอัฟกานิสถานก่อนที่เขาจะสลบไป

เขาสลบไปนานถึง 3 สัปดาห์และฟื้นขึ้นมาอีกทีที่โรงพยาบาลในมลรัฐฟลอริด้า โชคร้ายที่แบรดต้องสูญเสียดวงตาทั้ง 2 ข้างของเขาไปจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น แบรดออกมาเปิดเผยให้กับสื่อฟังว่าทุกๆ สิ่งนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับเขาไม่ว่าจะเป็น การเดิน การกิน การใส่เสื้อผ้า หรือแม้แต่ในขณะที่กำลังจะแปรงฟัน ซึ่งล้วนเป็นเรื่องยากสำหรับเขาทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามด้วยสายเลือดในการเป็นทหารของเขาทำให้แบรดไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่หลายๆ คนเชื่อว่ามันไม่สามารถเป็นไปได้นั่นก็คือการลงแข่งว่ายน้ำในมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างพาราลิมปิกเกมที่กรุงลอนดอน แบรด สามารถคว้าเหรียญทองมาได้ถึง 2 เหรียญทองในการแข่งขันฟรีสไตล์ 100 เมตร และ 400 เมตร แถมเขายังคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันว่ายน้ำ 50 เมตรที่การแข่งขันในรายการเดียวกันด้วย นอกจากนี้ในการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกที่ผ่านมา (ที่เมืองริโอ เดอจาเนโร) แบรดก็ได้พิสูจน์ให้โลกใบนี้ได้เห็นอีกครั้งว่าผู้พิการทางสายตาสามารถทำอะไรได้หลายอย่างมากกว่าที่คนทั่วไปคิด ด้วยการคว้าเหรียญทองไปครองอีก 2 เหรียญจากการแข่งขันว่ายน้ำฟรีสไตล์ 100 เมตร และ 400 เมตร

พิธีเฉลิมฉลองนักกีฬาพาราลิมปิก

ในช่วงปี 2012 ภายหลังจากที่เขาสามารถคว้าชัยชนะจากการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกที่ลอนดอนมาได้ แบรดมีโอกาสได้เข้าพบกับท่านประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอย่างนาย บารัค โอบาม่า และสุภาพสตรีหมายเลข 1 มิเชลล์ โอบาม่า เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของเขาจากการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ นอกจากนี้เข้ายังมีโอกาสได้เข้าพบกับ มิเชลล์ อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ชีวิตของแบรดถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่กล้าจะเผชิญหน้ากับชีวิตของตนเองแม้จะต้องเจอกับอุปสรรคที่ไม่ได้คาดคิดและอาจทำให้คนๆ หนึ่งถึงขั้นถอดใจไปได้เลย แต่แบรดกลับไม่คิดอย่างนั้นและลุกขึ้นมาเพื่อที่จะพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่าเขาสามารถทำอะไรได้ราวกับว่าเขาเป็นคนปกติคนหนึ่ง นอกจากนี้ในช่วงงานการกุศลของนาวิกโยธินเขายังมีโอกาสได้ขึ้นเวทีไปถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนได้ฟัง

จากเรื่องจริงสู่จอภาพยนตร์

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงร่วมฉายพระฉายาลักษณ์กับแบรด

เรื่องราวชีวิตของแบรดถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแรงบรรดาลใจที่น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใครหลายๆ คนที่กำลังสิ้นหวังจากการใช้ชีวิต (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจนต้องพิการ) จนมีการหยิบเอาเรื่องราวของเขามาเล่าในหนังสือที่มีชื่อว่า Fire in My Eyes ที่บอกเล่าเรื่องราวของเขาตั้งแต่ต้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง ซึ่งจากผลตอบรับภายหลังจากที่หนังสือเล่มนี้ได้วางขายนั้นปรากฏว่ามีผลตอบรับที่ค่อนข้างจะดีเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เองจึงมีผู้ที่นำเอาเรื่องราวของเขาไปเตรียมการสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยมีการวางตัว Robert Knott ให้มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวดังกล่าวผ่านแผ่นฟิล์ม (ในขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการตั้งชื่อแต่อย่างใด)

สำหรับตัวของแบรดเองนั้นได้ออกมาเปิดเผยว่า เขาอยากจะให้ Joseph Gordon-Levitt มารับบทเป็นตัวเขา เพราะแบรดคิดว่า Joseph น่าจะถ่ายทอดเรื่องราวของเขาออกมาได้เป็นอย่างดีแน่ๆ สำหรับใครที่เคยอ่านหนังสือเรื่องนี้มาแล้วหรือยังไม่ได้อ่านแล้วอยากรู้เรื่องราวของเขาก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในช่วง ฤดูร้อนปีหน้า (เป็นช่วงที่หนังวางกำหนดฉายเอาไว้) ท่านสามารถหาซื้อหนังสือได้ที่ร้านหนังสือที่จำหน่ายหนังสือต่างประเทศทั่วไปเลยครับ ส่วนคลิปด้านล่างนี้เป็นหนึ่งในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ แบรด ได้ไปกล่าวเอาไว้ในปี 2014 ที่มหาวิทยาลัย Stevenson

สำหรับเรื่องราวของแบรดนั้นถือเป็นตัวอย่างที่ดีเลยครับสำหรับคนที่สู้ชีวิตอย่างไม่มีวันยอมแพ้ทั้งในฐานะของทหารและนักกีฬาที่ทำทุกๆ วิธีเพื่อที่จะสามารถพิสูจน์ตัวเขาได้ ไม่ต่างอะไรจากนักกีฬาพาราลิมปิกเกมชาวไทยที่เดินทางไปแข่งขันที่เมือง ริโอ เดอจาเนโร และสามารถคว้าชัยชนะมาฝากคนไทยได้อย่างสวยงามจากความทุ่มเทและความพยายามของพวกเขา จนสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังไปทั่วโลกว่าคนไทยนั้นเก่งไม่แพ้กับชาติใดจริงๆ


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon