โทษหนักแน่ กับคดีลักทรัพย์ยามเกิดอุทกภัย

posted: 1 year ago
โทษหนักแน่ กับคดีลักทรัพย์ยามเกิดอุทกภัย

comments

ในปัจจุบันไม่ว่าจะด้วยภัยธรรมชาติต่างๆที่เข้ามา ดูเหมือนว่าจะมีความรุนแรง มากขึ้นทุกที ซึ่งมนุษย์เราก็คงไม่สามารถที่จะทำอะไรมากได้มากไปกว่าการป้องกัน และแก้ไข ทรัพย์สิน บ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยของตัวเองให้ดีที่สุด หรือหากภัยนั้นรุนแรงมาก อาจจะต้องหลบหลีกจากถิ่นที่อยู่เดิมเพื่อรอวันให้สถานการณ์ภัยนั้นๆเบาบางลงจึงค่อยกลับมาใหม่

แต่!! จะทำอย่างไรหากการกลับมาหลังจากภัยธรรมชาติแล้วพบว่าทรัพย์สินที่มีอยู่หายไป วันนี้ rabbit finance มีคำตอบมาให้โทษหนักแน่ กับคดีลักทรัพย์ยามเกิดอุทกภัย



คดีลักทรัพย์
ขอบคุณภาพจาพ มติชน

บทลงโทษตามประมวลกฎหมาย

สำหรับการลักทรัพย์หรือคดีลักทรัพย์ แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ผิด แล้วยิ่งหากการลักทรัพย์นั้นดูเหมือนจะเป็นการตอกย้ำและทำร้ายกันเองของมนุษย์เราที่ถูกอุทกภัยทางธรรมชาติแล้วยังจะมาถูกลักทรัพย์อีกคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าทีเดียว ซึ่งหากกล่าวตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2) มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท

การลักทรัพย์

การลักทรัพย์โดยปกติทั่วไป มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 มีโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท แต่ผู้กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษหนักขึ้นไปอีก หากการลักทรัพย์นั้นเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) ถึง (12) วรรคสอง หรือ วรรคสาม ตามลำดับ

มาตรา 335 ผู้ใดลักทรัพย์ 

1. ในเวลากลางคืน

2. ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัยแก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกันหรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่นว่านั้น หรืออาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัวภยันอันตรายใดๆ

3. โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ

4. โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้

5. โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้

6. โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน

7. โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป

8. ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือซ่อนตัวอยู่ในสถานที่นั้นๆ

9. ในสถานที่บูชาสาธารณะ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ สาธารณสถานสำหรับขนถ่ายสินค้า หรือในยวดยานสาธารณะ

10. ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์

11. ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง

12. ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์หรือเครื่องมืออันมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากการกสิกรรมนั้น

ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท

วรรคสอง

ถ้าการลักทรัพย์เป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 335 ตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

วรรคสาม

ถ้าการลักทรัพย์เป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท



คดีลักทรัพย์
ขอบคุณภาพจาก eco-business.com

เก็บทรัพย์สินได้เมื่อเกิดอุทกภัย

หรือในอีกกรณีสำหรับผู้ที่บอกว่าเก็บทรัพย์สินของผู้อื่นได้ยามเกิดภัยพิบัติ หรืออุทกภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1323 บุคคลเก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหาย ต้องทำอย่างหนึ่งอย่างใดดั่งต่อไปนี้

1. ส่งมอบทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ของหายหรือเจ้าของ หรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้น หรือ

2.แจ้งแก่ผู้ของหายหรือเจ้าของ หรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้นโดยมิชักช้า หรือ

3.ส่งมอบทรัพย์สินนั้นแก่เจ้าพนักงานตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นภายในสามวันและแจ้งพฤติการณ์ตามที่ทราบอันอาจเป็นเครื่องช่วยในการสืบหาตัวบุคคลผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้น  แต่ถ้าไม่ทราบตัวผู้ของหาย เจ้าของ หรือบุคคลอื่นผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินก็ดีหรือบุคคลดั่งระบุนั้นไม่รับมอบทรัพย์สินก็ดี ท่านให้ดำเนินตามวิธีอันบัญญัติไว้ในอนุมาตรา (3)


เก็บทรัพย์สินผู้อื่นได้ยามเกิดอุทกภัย 

เพราะยามเมื่อเกิดภัยทางธรรมชาติ ก็ไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้เลยว่าจะถูกใครซ้ำเติม ลักทรัพย์สินอีกหรือเปล่า แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เพราะหากมีทรัพย์สินหาย แล้วมีใครเก็บได้

คดีลักทรัพย์
ขอบคุณภาพจาก 77jowo

ผู้ที่เก็บทรัพย์สินได้

ท่านว่าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายต้องรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ด้วยความระมัดระวังอันสมควรจนกว่าจะส่งมอบ

ผู้ที่เก็บทรัพย์สินได้สามารถเรียกร้องเงินรางวัลได้จากเจ้าของทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1324 ผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหาย อาจเรียกร้องเอารางวัลจากบุคคลผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้นเป็นจำนวนร้อยละสิบแห่งค่าทรัพย์สินภายในราคาสามหมื่นบาทและถ้าราคาสูงกว่านั้นขึ้นไปให้คิดให้อีกร้อยละห้าในจำนวนที่เพิ่มขึ้น

แต่ถ้าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายได้ส่งมอบทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานตำรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่น ให้เสียเงินอีกร้อยละสองครึ่งแห่งค่าทรัพย์สินเป็นค่าธรรมเนียมแก่ทบวงการนั้นๆ เพิ่มขึ้นเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากรางวัลซึ่งให้แก่ผู้เก็บได้แต่ค่าธรรมเนียมนี้ให้จำกัดไว้ไม่เกินหนึ่งพัน

ถ้าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในมาตราก่อนไซร้ท่านว่าผู้นั้นไม่มีสิทธิจะรับรางวัล นอกจากนี้ หากผู้ที่เก็บทรัพย์สินได้และได้ปฏิบัติตามมาตรา 1323 แล้ว และเจ้าของทรัพย์สินไม่มาเอาภายในหนึ่งปีกรรมสิทธิ์ย่อมตกแก่ผู้ที่เก็บทรัพย์สินได้ มาตรา 1325

ยามเมื่อเกิดวิกฤติไม่ว่าจะอุทกภัยหรือภัยทางธรรมชาติใดๆก็ตาม ย่อมมีความสูญเสียตามมาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเตรียมการรับมือหรือการป้องกันแค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะ ความเสียหายจากทรัพย์สิน สุขภาพ ชีวิต

ดังนั้น มนุษย์ด้วยกันก็ควรที่จะมีความเห็นใจกัน ไม่ซ้ำเติมกันด้วยการลักทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งการป้องกันอีกทางที่ดีที่สุดก็คือการทำประกันทรัพย์สิน ประกันบ้าน ซึ้งหากสนใจสามารถสอบถามได้กับเรา rabbit finance

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon