ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ฮีโร่ผู้ช่วยเจ้าของธุรกิจให้หลีกพ้นการล้มละลาย

posted: 2 weeks ago
ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ฮีโร่ผู้ช่วยเจ้าของธุรกิจให้หลีกพ้นการล้มละลาย

comments

การลงทุนทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ก็ตาม ย่อมมีความเสี่ยงเสมอ นอกจากเจ้าของธุรกิจเองจะต้องมีการวางแผนและการบริหารด้านการเงินให้ดี เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดหรือประสบความสำเร็จแล้ว ควรจะมีการทำประกันภัยสำหรับธุรกิจของตัวเองไว้ด้วย เผื่อเกิดเหตุแบบไม่คาดฝันขึ้นมา

โดยปกติแล้วในการทำธุรกิจ อาจจำเป็นต้องทำประกันหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจ และขนาดของกิจการ แต่ในวันนี้ rabbit finance จะมาพูดถึงหนึ่งในประกันที่ผู้ทำธุรกิจควรมีไว้ นั่นก็คือ ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ประกันที่ว่านี้คืออะไร? เรามาทำความรู้จักไปพร้อมกันเลย

รู้จักประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักที่เจ้าของธุรกิจควรทำ

1. ประกันธุรภัยธุรกิจหยุดชะงัก คือ

ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption Insurance) เป็นประกันภัยที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพื่อชดเชยรายได้ให้ผู้เอาประกัน เมื่อทรัพย์สินที่เอาประกันเกิดความสูญเสียหรือเสียหายจากเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า แรงระเบิดของแก๊ส เป็นต้น ซึ่งผู้เอาประกันจะได้ค่าสินไหมทดแทน เท่ากับมูลค่าของทรัพย์สินที่เอาประกันภัย

โดยจะคุ้มครองผู้เอาประกันที่ต้องสูญเสียรายได้ เนื่องจากทรัพย์สินที่ใช้สำหรับทำธุรกิจของผู้เอาประกันนั้นเกิดความเสียหาย และเป็นสาเหตุให้ธุรกิจ (โรงงานหรือกิจการ) ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว เพื่อทำการซ่อมแซมทรัพย์สินต่างๆ หรือสร้างขึ้นใหม่

เจ้าของธุรกิจที่ทำประกันนี้ไว้ จะได้ค่าสินไหมทดแทนเท่ากับมูลค่าความเสียหายตามที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หรืออาจได้รับการชดใช้เป็นเงินสด เป็นการซ่อมแซมให้กลับมาสู่สภาพเดิม หรือการสร้างให้ใหม่ ภายใต้ข้อตกลงของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถกลับสู่สถานะทางการเงินได้ดังเดิม เสมือนไม่ได้มีอัคคีภัยหรือภัยอื่นๆ เกิดขึ้นกับธุรกิจ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงเรื่องธุรกิจล้มละลายจากการขาดเงินทุนหมุนเวียนสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ระหว่างที่ธุรกิจต้องหยุดชะงักชั่วคราวอีกด้วย

2. ประเภทของประกันธุรภัยธุรกิจหยุดชะงัก

มีอยู่แค่ประเภทเดียว โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ได้แก่ การประกันภัยกำไร (Profit Insurance) การประกันภัยรายได้ธุรกิจ (Business Income Coverage) หรือ การประกันภัยรายได้ (Income Insurance) แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมี 3 ชื่อ คือ

  • การประกันภัยความเสียหายสืบเนื่อง (Conscquentoal Loss Insurance) หมายถึง การประกันภัยความเสียหายทางการเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากความเสียหายทางวัตถุอันเกิดจากภัยที่เอาประกันภัยได้
  • การประกันภัยการสูญเสียกำไร (Loss of Profit Insurance) เป็นชื่อที่ใช้เรียกในประเทศอังกฤษ 
  • การประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption Insurance) เป็นชื่อที่ใช้เรียกในประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อนี้กับชื่อที่เรียกในอังกฤษนั้นเป็นการประกันภัยความเสียหายอันเนื่องมาจากการหยุดชะงักของธุรกิจจากเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เช่น เพลิงไหม้โรงงานและเครื่องจักร หรือเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรแล้วทำให้เกิดเพลิงไหม้ เป็นต้น

3. การพิจารณาอัตราค่าเบี้ยประกันและการกำหนดวงเงิน

การกำหนดวงเงินเอาประกันภัยสำหรับการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก มีอยู่  2 วิธี ได้แก่ วิธีผลรวม เป็นแบบดั้งเดิม และวิธีผลต่าง เป็นแบบที่นิยมใช้ในปัจจุบัน โดยวิธีคิดอัตราค่าเบี้ยประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักจะมีความซับซ้อนเล็กน้อย ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ในการคำนวณอัตราค่าเบี้ยประกันและการกำหนดวงเงิน > ที่นี่ < ได้เลย


4. ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก คุ้มครอง และ ไม่คุ้มครอง อะไรบ้าง

4.1 ภัยที่คุ้มครอง ได้แก่

    • ไฟไหม้ แต่ไม่รวมถึงความเสียหายจากแรงระเบิดเนื่องมาจากไฟไหม้
    • ฟ้าผ่า
    • แรงระเบิดของแก๊ส ซึ่งใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ไม่รวมถึงความเสียหายจากการระเบิดของแก๊สจากแผ่นดินไหว
    • ความเสียหายเนื่องจากภัยเพิ่มพิเศษที่ได้ระบุไว้ชัดเจนในกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ในระหว่างระยะเวลาที่ได้เอาประกันภัยตามที่ระบุในตารางกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งรวมถึงช่วงเวลาที่ผู้รับประกันภัยได้ตกลงต่ออายุสัญญาประกันภัยด้วย (ถ้าหากมี) โดยบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามจำนวนความสูญเสียหรือเสียหายที่แท้จริงจากการที่ธุรกิจต้องหยุดชะงัก หรือได้รับผลกระทบตามแต่ละรายการที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย หรือตามข้อกำหนดในการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ทั้งนี้ในขณะที่เกิดความสูญเสียหรือเสียหายจะต้องมีการประกันอัคคีภัยที่มีผลบังคับอยู่ และคุ้มครองส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายของผู้เอาประกันภัย ณ สถานที่เอาประกันภัย ซึ่งเป็นความเสียหายจากภัยที่ได้รับความคุ้มครองเท่านั้น

4.2 ภัยที่ไม่คุ้มครอง

4.2.1 การสูญเสียที่เกิดจาก หรือเป็นผลต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์ต่างๆ ได้แก่

  • การเผาทรัพย์สิน โดยคำสั่งของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
  • เพลิงใต้ดิน
  • การระเบิด เว้นแต่ที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • การไหม้ ไม่ว่าโดยอุบัติเหตุหรือโดยการอื่นที่เกิดขึ้นกับป่า พุ่มไม้ ทุ่งหญ้าและการเผาเพื่อปราบพื้นที่ รวมถึงความเสียหายของทรัพย์สินที่เกิดจากการบูดเน่า ความร้อนตามธรรมชาติ การระอุหรือกรรมวิธีใดๆ ที่ใช้ความร้อนหรือการทำให้แห้ง
  • การสูญเสียหรือเสียหายโดยตรงหรือโดยอ้อม ที่มีสาเหตุจาก/เกิดขึ้นจาก/เป็นผลเนื่องจาก หรือมีส่วนทำให้เกิดขึ้น โดยวัตถุอาวุธนิวเคลีย์
  • การสูญเสียหรือเสียหายโดยตรงหรือโดยอ้อม ที่มีสาเหตุจาก/เกิดขึ้นจาก/เป็นผลเนื่องจาก หรือมีส่วนทำให้เกิดขึ้น โดยการแผ่รังสีของละอองกัมมันตรังสี หรือเปรอะเปื้อนกัมมันตรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ หรือจกากนิวเคลียร์จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ รวมถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองจากการแตกตัวของนิวเคลียร์ด้วย

4.2.2 การสูญเสียที่เกิดขึ้นจากหรือมีผลต่อเนื่องทั้งทางตรงและทางออมจากปรากฏการณ์ต่างๆ อาทิ

  • แผ่นดินไหว การประทุของภูเขาไฟหรือการสั่นสะเทือนของธรรมชาติ
  • พายุต่างๆ เช่น ไต้ฝุ่น เฮอริเคน ทอร์นาโด ไซโคลน หรือการรบกวนอื่นๆ ทางบรรยากาศ
  • เกิดสงคราม การรุกราน การกระทำที่มุ่งร้ายของศัตรูต่างประเทศ ความเป็นปรปักษ์หรือการกระทำที่มุ่งร้ายคล้ายสงคราม(ไม่ว่าจะมีการประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม) และสงครามกลางเมือง
  • เหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกบฏ การต่อต้านของทหารหรือประชาชน การจราจล การปฏิวัติ การใช้กำลังทางทหาร หรือการแย่งชิงอำนาจ และภาวะประกาศกฎอัยการศึก

5. ทำไมต้องทำประกันธุรกิจหยุดชะงัก

ประกันภัยกรณีธุรกิจหยุดชะงักสามารถทำได้กับธุรกิจทุกประเภท และเนื่องจากเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาต่างๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับธุรกิจของคุณอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการทำประกันธุรกิจหยุดชะงักไว้ก็จะทำให้เจ้าของธุรกิจรู้สึกอุ่นใจกว่า

เพราะทรัพย์สินทั้งหลายที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งตัวเจ้าของธุรกิจเองจะได้รับค่าสินไหมทดแทน ขณะธุรกิจอยู่ระหว่างรอการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจนั้นมีรายได้เพียงพอที่จะประคับประคองธุรกิจของตัวเองรอดต่อไปได้

แถมยังมีเงินจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่างๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ เงินเดือนพนักงาน และค่าสาธารณูปโภคต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นประกันภัยชนิดนี้นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เจ้าของธุรกิจแล้ว ยังช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อไปโดยที่เสี่ยงต่อการล้มละลายน้อยลงได้อีกต่างหาก ฉะนั้นจึงถือว่ามันเป็นตัวช่วยชั้นยอดสำหรับเจ้าของธุรกิจทุกคนก็ว่าได้


ทีนี้ทุกคนคงรู้กันแล้วนะว่าการทำประกันธุรกิจหยุดชะงักนั้นเป็นเรื่องสำคัญขนาดไหน ซึ่งถ้าหากใครที่มีธุรกิจของตัวเองอยู่ หรือกำลังจะเริ่มลงทุนทำธุรกิจล่ะก็ ลองศึกษาหาข้อมูลหรือสอบถามรายละเอียดของประกันชนิดนี้จากบริษัทประกันให้ดีก่อนจะตัดสินใจทำ เพราะเงื่อนไขต่างๆ ในกรมธรรม์อาจมีความแตกต่างกันไปตามรูปแบบหรือประเภทของธุรกิจที่คุณทำอยู่นั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : คปภ.


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon