“ผ่าคลอด” ใครว่าเป็นเรื่องชิวชิว

posted: 2 ปีที่แล้ว
“ผ่าคลอด” ใครว่าเป็นเรื่องชิวชิว

comments

สำหรับคุณแม่แล้ว การให้กำเนิดลูก ถือว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก ซึ่งหากร่างกายคุณแม่ท่านใดที่แข็งแรงพอที่จะคลอดเองตามธรรมชาติได้ ก็คงจะเป็นเรื่องดีทีเดียวเพราะร่างกายจะสามารถกลับมาแข็งแรงได้เร็วไว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสกันเลยทีเดียว

ในทางตรงกันข้ามกับการ ผ่าคลอด อาจเนื่องด้วย ปัญหาสุขภาพร่างกาย หรือปัญหาจากลูกในครรภ์ที่ทำให้คุณแม่ ไม่สามารถคลอดตามธรรมชาติได้  การผ่าคลอด ก็ถือเป็นอีกหนทางที่คุณแม่จะไม่ต้องเจ็บมาก แต่อาการหลังจากที่ผ่าแล้วนั่นแหละคือปัญหาใหญ่ จึงบอกได้เลยว่า คุณแม่ผ่าคลอด ไม่ได้ชิวอย่างที่คิด


ผ่าคลอด
ขอบคุณรูปภาพจาก magazine.orami

การคลอด มีวิธีไหนบ้าง??

  • คลอดตามธรรมชาติ

การคลอดโดยวิธีทางธรรมชาติ หรือการคลอดเองของคุณแม่ แน่นอนว่าคุณแม่หลายคนคงอยากที่จะคลอดเองเพราะการคลอดเองส่วนใหญ่แล้วทั้งแม่และลูกน้อยจะมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน

นอกเหนือจากนั้นก็ยังมี การคลอดเองแต่ก็ต้องใช้เครื่องมือเข้ามาช่วย เช่น คีมช่วยคลอด เครื่องดูดศูนย์ยากาศช่วยคลอดซึ่งกรณีที่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือเพราะคุณไม่มีแรงเบ่ง หรือหัวลูกหมุนไปผิดตำแหน่ง

ต้องบอกว่าการผ่าคลอดในสมัยก่อน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องร้ายแรงเพราะ การผ่าคลอดนั้นหมายถึง การเกิดปัญหาไม่สามารถคลอดเองได้ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ลูกตัวใหญ่มากคุณแม่ไม่สามารถคลอดเองได้ เชิงกรานของคุณแม่เล็กไป ปากมดลูกไม่ขยาย รกเกาะต่ำขวางทางปากมดลูก โรคประจำตัวของคุณแม่ หรืออีกหลายเหตุผลที่เป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์

ซึ่งในทางกลับกันของสมัยนี้ การผ่าคลอดดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาปกติทั่วไป อาจด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น และเพราะเหตุผลของการผ่าคลอดในปัจจุบัน 

เช่น กลัวเจ็บเพราะการคลอดเองต้องทนเจ็บป็นเวลานาน ผ่าคลอดเพราะกลัวช่องคลอดฉีกขาดมากเกินไปส่งผลต่อการมีเพสสัมพันธ์ในอนาคต หรือรวมไปถึงผ่าคลอดพราะฤกษ์ยามหรือเวลาสะดวกของคุณพ่อคุณแม่

 


อันตรายจากการผ่าคลอด

อะไรที่ไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ ก็คงต้องมีผลเสียตามมา การผ่าคลอดก็เช่นกัน แม้ว่าจะเป็นการตั้งใจ หรือเพราะจำเป็นที่จะผ่าคลอด เรามาดูกันว่าอันตรายที่สามารถเกิดได้กับคุณแม่ผ่าคลอดมีอะไรบ้าง

  • ยาสลบ

แน่นอนว่าการผ่าคลอดแต่ละครั้งยาสลบคือสิ่งที่คุณแม่จะต้องได้รับ ซึ่งในบางครั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นต่อชีวิตของคุณแม่และคุณลูกได้

  • ค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอดในปัจจุบันมีด้วยกันหลายเรท อยู่ที่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเลือกแบบไหน แต่แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายนั้นย่อมสูงกว่าการคลอดเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว

  • เสียเลือด

ในการผ่าคลอดแต่ละครั้ง ทุกครั้งที่ลงมีดย่อมมีการเสียเลือดอยู่แล้ว และยิ่งหากคุณแม่เป็นโรคเลือดจาง ในการผ่าคลอดก็อาจจะส่งผลเสียกับคุณแม่มากกว่า

สำหรับการคลอดเองทางช่องคลอดสิ่งหนึ่งที่ลูกน้อยจะได้รับคือ จุลินทรย์โปรไบโอติกส์ ที่เป็นตัวทำหน้าที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่หากผ่าคลอดลูกน้อยจึงจะไม่ได้รับจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ตัวนี้

  • การติดเชื้อหรือความผิดพลาด

การผ่าคลอดหากเกิดการติดเชื้อจะสามารถเกิดได้ง่ายและรุนแรงมากบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต อีกทั้งการผ่าคลอดหากเป็นท้องหลังและเกิดผังผืดมากก็อาจจะทำให้เกความผิดพลาดไปโดนอวัยวะอื่นได้ง่ายเช่นกัน

  • แผลหลังคลอด  

อาการหลังคลอด หรือ แผลหลังคลอด คุณแม่ส่วนใหญ่มักเจ็บแผลเป็นเวลานาน และกว่าจะหายเจ็บก็ใช้ระยะเวลานาน ไม่สามารถที่จะยกของหนักได้ ซึ่งในบางรายแม้ผ่านการคลอดมาเป็นเวลานานแล้วเมื่อยกของก็อาจจะมีอาการเจ็บแผลได้


 

คลอดเอง กับ ผ่าคลอด แบบไหนดีกว่ากัน??

อย่างที่ได้บอกมาเสมอว่า อะไรที่เป็นธรรมชาติย่อมดีกว่า การคลอดก็เช่นกัน เพราะ ถ้าคุณแม่ดูแลร่างกายตัวเองตลอดการตั้งท้อง ออกกำลังกายทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ หมั่นตรวจเช็คร่างกายกับคุณหมอเสมอๆ และไม่มีปัญหาอื่นๆที่แพทย์มีความเห็นว่าควรผ่าคลอด

คุณแม่ก็ไม่ควรที่จะผ่าคลอด เพราะนอกจากจะส่งผลเสียต่อร่างกายตัวเองหลังจากคลอดแล้ว ลูกน้อยของคุณแม่ก็จะไม่ได้รับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อีกด้วย

 


ผ่าคลอด
ขอบคุณรูปภาพจาก newsupdate.thaiautocars.com

รู้ไว้ ไม่ผิด

 

  • ท้องแรกผ่าคลอด ท้องต่อไปต้องผ่าด้วยไหม

หลังจาก ผ่าคลอดท้องแรก มาแล้ว มดลูกของคุณแม่ก็จะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม เมื่อมีการท้องครั้งต่อไปในบางรายอาจเกิดปัญหาจากมดลูก เช่น มดลูกแตกเมื่อใกล้คลอด ซึ่งก็ต้องเป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์ เพราะในบางรายก็อาจที่จะคลอดทางช่องคลอดได้ตามปกติ หรือ ผ่าคลอดอีกครั้งหนึ่ง

  • ผ่าคลอดแล้วจะมีลูกได้กี่คน

ทั้งนี้ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการผ่าคลอดในครั้งแรก เพราะถ้าการผ่าคลอดในครั้งแรกผ่านไปได้ด้วยดี แผลเป็นที่มดลูกไม่บางมาก ไม่มีผังผืดติดกันในช่องท้อง ที่อาจส่งผลต่อการผ่าคลอดในครั้งต่อๆไป ก็อาจจะสามารถมีลูกได้หลายคน

ซึ่งทั้งนี้การเกิดผังผืดก็ขึ้นอยู่กับการอักเสบและแผลเป็นที่เกิดขึ้น เพราะหากยิ่งแผลอักเสบและหายช้าก็จะส่งผลให้เกิดเป็นผังผืดยากต่อการผ่าคลอดในครั้งต่อๆไป

ผ่าท้องคลอดแนวไหนดี

การผ่าคลอดโดยปกติทั่วไปจะมีด้วยกัน 2 แบบ

  • แผลผ่าตัดตามแนวดิ่งหรือแนวยาว  

มีข้อดีตรงที่สามารถตัดได้ง่าย รวดเร็ว คุณแม่จะเสียเลือดน้อยกว่า การผ่าแนวนี้จึงเป็นที่นิยม โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดช่วยชีวิตลูกน้อย

  • การผ่าตัดแบบแนวขวาง

การผ่าแนวขวางเป็นไปได้ยากกว่า ใช้ระยะเวลานานกว่า และเสียเลือดมากกว่า ซึ่งเหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการความสวยงามของบาดแผล

อย่างไรก็ดีจากที่กล่าวมา ทำให้เห็นได้ว่า คุณแม่ที่ผ่าคลอดก็มีความเสี่ยงมากกว่าการคลอดตามธรรมชาติ ใช่ว่าการคลอดแบบผ่าคลอดจะเป็นเรื่องง่ายๆเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลตัวเองหลังคลอด ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง

ซึ่งการดูแล และความคุ้มครองที่ดีอีกวิธีหนึ่ง ที่หลายๆคนควรมี ก็คือ การทำประกัน ไม่ว่าจะประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ก็ตาม เพราะความเสี่ยงในชีวิตเรามีทุกวันหากสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ rabbit finance หรือโทร 02-022-1222  ทุกวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 8.00 น. – 19.00 น.

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
Related stories
loading icon