รอบรู้เรื่องแอร์รถยนต์ คูลๆกับซัมเมอร์ 

posted: 2 years ago
รอบรู้เรื่องแอร์รถยนต์ คูลๆกับซัมเมอร์ 

comments

ตอนนี้ประเทศไทยเราก็ได้เข้าสู่หน้าร้อนแบบเต็มตัวแล้วนะคะ ถึงแม้เราจะร้อนกันทั้งปี แต่ต้องยอมรับว่าหน้าร้อนนี่สุดๆแล้วค่ะ  เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าการที่ได้อยู่ในแอร์เย็นๆนี่ฟินที่สุดแล้วค่ะ นึกถึงเวลาเดินท่ามกลางแสงแดดมายาวนาน เหงื่อเต็มตัว การที่ได้สัมผัสกับแอร์เย็นๆ เป็นอะไรที่สดชื่นมากๆ ใช่เลยค่ะ และนี่คือเหตุผลที่เราจะต้องเตรียมพร้อมในช่วงซัมเมอร์ที่อากาศสูงปรี๊ดกัน!

 

แอร์ในรถสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ ถ้ารถใครมีปัญหาเรื่องแอร์กันตอนนี้ล่ะก็ โอ้โห ต้องมีไหม้ มีเกรียมกันบ้างล่ะค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะวันนี้เราไม่ได้มาตัวเปล่า แต่เรามาพร้อมกับทริคที่จะทำให้แอร์รถยนต์ของทุกคนเย็นจับใจเหมือนอยู่ฮอกไกโดกันไปเลย

 

ก่อนอื่น เรามาเริ่มกันด้วยอะไรเบสิคๆอย่างการเปิดแอร์รถอย่างถูกวิธีกันก่อนเลยดีกว่าค่ะ ทุกคนอาจจะคิดว่า โถ่ แค่เปิดแอร์ ทำไมต้องสอนด้วย หยุดค่ะ! เพราะการเปิดแอร์รถยนต์ให้ถูกวิธีเป็นเรื่องสำคัญมากนะคะ เหมือนกับเวลาเราออกกำลังกาย เราก็ต้องวอร์มกันก่อน ถ้ามาถึงแล้วออกกำลังกันแบบจัดเต็มเลย ร่างกายก็จะน็อคเอาท์ชัวร์ๆค่ะ โอเคค่ะ งั้นมาดูกันเลยดีกว่าว่าเปิดแอร์ยังไงที่จะรักษามันได้ดีที่สุด

 


 

ขั้นตอนการเปิดแอร์ที่ถูกต้อง

 

  1. สตาร์ทเครื่องยนต์ก่อนเปิดแอร์ อันนี้หลายๆคนคงจะรู้กันอยู่แล้วเนอะ
  2. ปิดสวิตซ์ A/C ตัวนี้คือน้ำยาแอร์นั่นเอง เราจะยังไม่ปล่อยความเย็นทันที่ที่สตาร์ทรถ ขอวอร์มกันสักนิดก่อน
  3. เปิดลมเปล่าทิ้งไว้ก่อน เพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์ให้ออกไป ยิ่งถ้ารถใครพึ่งจอดกลางแดดเกรียมๆ ก็ควรจะเปิดลมให้แรงสุดไปเลยค่ะ เปิดทิ้งไว้สัก 5 นาที เพราะระบบแอร์ร้อนมากจากแดด เราต้องไล่ความร้อนออกไปๆ ถ้าขึ้นรถมาแล้วพรวดพราดเปิดเลย จะทำให้ระบบแอร์ทำงานหนักเกินค่ะ อารมณ์เหมือนลงสระว่ายน้ำปุ๊บ ว่ายเร็วๆปั๊บ หายใจไม่ทันกันเลยทีเดียว อาจจะเป็นลมกลางสระได้นะคะ
  4. ตอนนี้ก็ถึงเวลาของสวรรค์แล้วค่ เปิดสวิตซ์ A/C กันได้เลย แล้วก็อย่าลืมปรับความเย็นกันด้วยนะคะ โดยที่ความเย็นควรจะเหมาะสมกับลมที่เราเปิดด้วย ไม่ใช่ลมแรงเชียว แต่ระดับความเย็นน้อยมาก อันนี้ก็ไม่ดีเช่นกันค่ะ เพราะจะทำให้เกิดความชื้นในระบบ และพังง่ายในที่สุดนะคะ

 

รู้ขั้นตอนการเปิดแอร์อย่างถูกต้องกันไปแล้ว ตอนปิดก็ต้องไม่พลาดเช่นกันค่ะ ซึ่งเชื่อเลยว่าหลายๆคนจะต้องปิดแอร์พร้อมๆกับดับเครื่องยนต์แน่ๆ เพราะเราก็เคยทำมาก่อนค่ะ ก็ใครจะไปรู้ว่าปิดพร้อมกันเลยไม่ได้หนิเนอะ แต่วันนี้ได้รู้แน่ค่ะ และถ้ารู้กันแล้วก็อย่าดื้อไม่ทำตามนะคะ เพื่อการรักษาแอร์ที่ดีกว่า

 


ขั้นตอนการปิดแอร์ที่ถูกต้อง

 

  1. ปิดสวิตซ์ A/C ก่อนถึงจุดหมายปลายทางสัก 5 นาที (กะเวลาเอานะคะ) ถ้าใกล้ถึงแล้วก็ปิดก่อนได้เลย เชื่อว่าความเย็นยังอยู่แน่นอน ไม่ร้อนหรอกค่ะ
  2. เปิดพัดลมให้แรงที่สุด สาเหตุที่เราต้องเปิดลม เพราะตอนเราเปิดแอร์เย็นๆอยู่นั้น ความชื้นจะก่อตัวขึ้นในคอยล์เย็น ซึ่งถ้าเราปล่อยทิ้งไว้ จะกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกแบคทีเรียต่างๆได้ หนำซ้ำยังทำให้รถเรามีกลิ่นอับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ เพราะฉะนั้นการที่เราเปิดลม จะเป็นการไล่ความชื้นที่กำลังก่อตัวให้ละลายหายไปก่อนที่เราจะดับเครื่องยนต์และทิ้งรถไว้นั่นเอง

 

ง่ายอย่างกับปลอกกล้วยเลยใช่ไหมคะ แค่รู้ว่าทำอะไรก่อนหลัง แค่นี้แอร์ของเราก็จะไม่พังง่ายๆกันแล้วค่ะ แต่อย่าพึ่งดีใจกันไป เพราะไม่ใช่แค่เปิดแอร์แบบถูกต้องแล้วแอร์จะเย็นจับใจตลอดๆนะคะ เพราะเรายังมี ข้อต้องห้ามที่ไม่ควรทำ กับเจ้าแอร์ของเรามาฝากกันด้วยค่ะ เชื่อเลยว่าต้องมีหลายๆข้อที่ทุกคนชอบทำกันชัวร์ๆ เพราะก็เจ็บมาแล้วเหมือนกันค่ะ จึงจะมาบอกต่อเพื่อนๆได้รู้

 


สิ่งที่ไม่เป็นผลดีกับแอร์รถยนต์

 

  • รถมีกลิ่นหอม เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะมี เพราะมันน่าอายสุดๆ ถ้าเกิดเพื่อนมานั่งรถเรา แล้วมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยออกมา ยังไงๆ เราก็อยากจะดูสะอาดอะเนอะ และนี่คือเหตุผลที่หลายๆคนซื้อน้ำหอมมาเสียบไว้หน้าช่องแอร์ จะได้เฟรซ จะได้หอม

โดยที่ไม่รู้เลยว่า น้ำหอมที่มีแอลกอฮอลเป็นส่วนประกอบจะทำให้ตู้แอร์ร่อนเร็วขึ้น การบูรก็เหมือนกันนะคะ ดมแล้วสดชื่นก็จริง แต่พวกน้ำหอมพวกนี้มีไอระเหยทำให้ตู้แอร์เป็นคราบเหนียวๆและอุดตันได้ ทางที่ดีเราควรจะรักษาความสะอาดภายในรถ แค่นี้ก็ไม่มีกลิ่นและไม่เป็นผลเสียกับแอร์รถเราอีกด้วย

 

  • ชอบเปิดกระจกตอนขับรถบ่อยๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันคือสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเวลารถแล่น ฝุ่นละออง สิ่งสกปรก ตามท้องถนนจะปลิวเข้ามาในรถเรา และจะอยู่ในรถเมื่อเราปิดกระจกแล้ว

ลองนึกภาพตามนะคะ ฝุ่นและสิ่งสกปรกเหล่านั้นจะวนเวียนอยู่ในอากาศรถเรา และจะถูกดูดเข้าไปในตู้แอร์ในที่สุด ทำให้แผงแอร์เต็มไปด้วยฝุ่นสิ่งสกปรกและอุดตัน เมื่อลมเป่าออกมา ก็จะพาฝุ่นละอองเหล่านั้นออกมาวนเวียนในรถเราด้วย

นอกจากจะไม่ดีต่อแอร์แล้ว ยังไม่ดีต่อสุขภาพเราด้วยนะคะ ยิ่งใครที่เป็นภูมิแพ้ ยิ่งไม่ดีเลยค่ะ แต่ถ้าหากจำเป็นจะต้องเปิดกระจกขับรถให้ปิดช่องแอร์หรือหน้ากากแอร์ให้หมด เพื่อเป็นการป้องกันให้สิ่งสกปรกต่างๆลอยเข้าไปติดในแผงแอร์น้อยที่สุดค่ะ

 

  • เลิกปิดหน้ากากแอร์เวลาขับรถ แม้เราจะแนะนำให้ปิดหน้ากากแอร์ตอนขับรถไปข้างต้น แต่เป็นกรณีที่ คุณเปิดกระจกรถอยู่เท่านั้น หากคุณอยู่ในรถปิดกระจก เปิดแอร์ปกติ ก็ไม่ควรที่จะปิดหน้ากากแอร์ค่ะ ในกรณีที่รู้สึกหนาว ก็ควรที่จะปรับอุณภูมิแอร์และเปิดลมให้เหมาะสมแทน เพราะการที่เราปิดหน้ากากแอร์จะทำให้ความชื้นก่อตัวขึ้นในระบบ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับแอร์ของเราอย่างแน่นอนค่ะ


 

รู้ได้อย่างไรว่าแอร์รถมีปัญหา

 

เมื่อเราใช้รถมาเรื่อยๆ แอร์ก็อาจจะมีปัญหาขึ้นมาได้อย่างที่ได้บอกไป แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าแอร์มีปัญหา จะบอกว่าง่ายมากๆเลยค่ะ วิธีก็คือ

เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่า แอร์รถของเราไม่เย็นฉ่ำเหมือนเคยแล้ว ประมาณว่าปกติก็เปิดอุณภูมิเท่านี้ แต่เดี๋ยวนี้ทำไมเหมือนออกมาแต่ลม ไม่มีความเย็นออกมาด้วย นั่นแหละค่ะ แสดงว่าคุณเจอปัญหาเข้าแล้ว และปัญหายอดฮิตติดชาร์ตก็อย่างเช่น

  • น้ำยาแอร์หมด อันนี้ก็จะแก้ไม่ยากค่ะ เพราะแค่เติมน้ำยาแอร์ก็จะกลับมาเป็นอากาศฮอกไกโดเหมือนเดิมแล้
  • ตู้แอร์รั่ว
  • พัดลมหน้าคอยล์ร้อนไม่ทำงาน
  • สายพานคอมเพรสเซอร์หย่อนเกินไป

แต่อย่าตกใจไปค่ะ ทุกปัญหามีทางออก ก่อนอื่นเลย ถ้าหากแอร์ไม่เย็นทั้งที่เราก็เปิดสวิตซ์ A/C แล้ว เราควรปิดสวิตซ์ A/C ทันที  เพราะการเปิด A/C ไว้จะทำให้คอมเพรสเซอร์พังมากขึ้นกว่าเดิม และหลังจากปิดสวิตซ์ A/C แล้ว ก็ให้นำรถเข้าเช็คที่ศูนย์หรืออู่ซ่อมรถที่คุณใช้บริการให้เร็วที่สุด เพื่อให้ช่างตรวจเช็คว่าปํญหาที่เกิดนั้น มาจากการรั่วของน้ำยาแอร์ และน้ำมันคอมเพรสเซอร์จะเหลืออยู่น้อยมากนั่นเองค่ะ  

 

 


 

ตู้แอร์ก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

แม้ว่าการที่เราเปิด-ปิดแอร์อย่างถูกวิธีและการที่เราหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่เป็นผลดีกับแอร์รถยนต์ก็ถือเป็นการดูแลชั้นดีอย่างหนึ่งแล้วค่ะ แต่มันก็ไม่ได้หมดแค่นั้น ยังมีการล้างตู้แอร์ที่เราต้องใส่ใจเพิ่มอีก

 

หากถามว่าเมื่อไรควรจะถึงแก่เวลาที่เราจะนำแอร์ไปล้าง ประมาณ 2 ปีค่ะ แต่ตัวเลขนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของคนด้วยนะคะ ถ้าใครที่จำเป็นจะต้องเปิดกระจกรถบ่อยๆ ก็อาจจะต้องย่นเวลาให้เร็วกว่านั้ เพราะตู้แอร์จะสกปรกได้เร็วขึ้นค่ะ ยิ่งรถเก่าที่ใช้มาสักพักแล้ว ระบบแอร์ตัวใดตัวหนึ่งมักจะมีปัญหา รถก็เหมือนคนอะค่ะ ยิ่งอายุมากขึ้น โรคก็ยิ่งถามหามากขึ้น จะไม่แข็งแรงแบบหนุ่มสาวแล้ว

 

จากวิธีดูแลรถยนต์ที่กล่าววมาข้างต้นคงไม่ยากเกินไปใช่หรือไม่คะ หากเพื่อนๆคนไหนไม่มีเวลาสามาถใช้บริการ

 

เราแนะนำให้โหลดแอปพลิเคชั่น Fixzy Auto ติดมือถือไว้ค่ะ เพราะคุณสามารถนัดเวลาและสถานที่ให้ช่างเข้ามาซ่อมหรือให้บริการถึงที่ๆเราสะดวกได้เลย และทาง Fixzy Auto จะส่งผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญด้านปัญหาตามที่กรอกข้อมูลไป ที่สำคัญจะได้ราคาประเมินเบื้องต้นอีกต่างหาก ไม่ต้องกลัวว่ามาถึงแล้วจะมาคิดราคาแพงเกินเหตุ

โหลดได้ทั้งระบบ iOS  และ Android


avatar
by Carsome
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon