น้ำมันรถ แต่ละชนิดต่างกันยังไง ?

posted: 2 years ago
15,045 views
น้ำมันรถ แต่ละชนิดต่างกันยังไง ?

comments

การใช้ชีวิตของมนุษย์เราในแต่ละวัน เต็มไปด้วยทางเลือกมากมาย ในการตัดสินใจแต่ละครั้ง แต่ละคนก็มีปัจจัยที่ใช้ในการเลือกแตกต่างกันออกไป อาจจะด้วยอารมณ์ เหตุผล หรือคนใกล้ชิดโน้มน้าวใจ

ทว่าปัจจัยที่จะทำให้โอกาสในการเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดของเราเป็นไปได้สูง ก็คงจะเป็นการใช้ปัจจัยทางด้านข้อมูลที่หนักแน่น และน่าเชื่อถือได้ มาช่วยเราในการตัดสิน ไม่ว่าจะเป็น บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุด หรือ การเลือกน้ำมันแต่ละชนิดให้กับ รถยนต์ที่รักของเรา

ในปัจจุบันน้ำมันรถ ก็มีหลากหลายชนิดให้เลือก ไม่ใช่แค่แยกเป็น เบนซิล หรือ ดีเซล เฉย ๆ แต่ยังมีแก๊สโซฮอล์ แถมมีตัวเลขแยกลงไปอีกทั้ง E20 E85 แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว แต่ เอ๋ แล้วน้ำมันแต่ละชนิดมันแตกต่างกันอย่างไร และเราควรจะใช้แบบไหน ? วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณแล้วที่นี่


ตรวจสอบรถยนต์ของคุณว่าสามารถเติมน้ำมันประเภทไหนได้บ้าง

 

ราคาน้ำมันวันนี้

ก่อนที่เราจะไปเริ่มทำการแยกและชำแหละน้ำมันแต่ละประเภท สิ่งสำคัญสิ่งแรกที่คุณควรจะคำนึงถึงทุกครั้งที่จะเติมน้ำมันก็คือ ตัวรถยนต์ของคุณสามารถเติมน้ำมันประเภทใดได้บ้าง ซึ่งเป็นข้อมูลที่คุณสามารถตรวจสอบได้จากคู่มือรถยนต์ 

จุดนี้เป็นจุดสำคัญที่บางคนอาจจะมองข้าม เห็นว่าไม่สำคัญ เติมอะไรก็ได้ ก็น้ำมันเหมือนกัน แต่ความเป็นจริงแล้วถ้าหากคุณเติมน้ำมันประเภทที่ไม่ได้รองรับกับรถยนต์ของคุณ นอกจากประสิทธิภาพการขับรถจะลดลงแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้เครื่องยนต์ในรถของคุณเกิดความเสียหายได้อีกด้วย 

นอกจากนี้แล้ว หากคุณมีแผนที่จะทำให้ไม่ได้ใช้รถยนต์ของคุณมากกว่าหนึ่งเดือน เช่น ไปเที่ยวต่างประเทศ ไปทำงานต่างจังหวัด หรือเดือนนี้มีการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าแทน คุณก็ไม่ควรจะเติมน้ำมันชนิดแก๊สโซฮอล์เด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำมันระเหย และเสียคาในเครื่องยนต์ของคุณได้ สุดท้ายแล้วก็อย่าลืมดูคู่มือรถยนต์ให้ดีๆ ก่อนจะเติมนะจ๊ะ


น้ำมันรถชนิดต่างๆ และคุณสมบัติ

ราคาน้ำมันวันนี้

  • เบนซิน ออกเทน 95

สุดยอดน้ำมันแห่งยานยนต์ด้วยคุณสมบัติที่สามารถจะใช้ได้กับรถยนต์แทบทุกประเภท เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของเอทิลแอลกอฮอล์ พร้อมมีค่าออกเทนสูง การเผาไหม้ของเครื่องยนต์สมบูรณ์ ทำให้ เบนซิล ออกเทน 95 เป็นน้ำมันที่ตอบสนองการขับได้ดีที่สุด ทว่าก็ต้องแลกมากับค่าตัวที่สูงกว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ นั่นเอง

  • เบนซิน ออกเทน 91

มีความคล้ายคลึงกับเบนซิน ออกเทน 95 ทว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ถูกลดคุณภาพลงมาเล็กน้อย แต่ยังคงไม่มีส่วนผสมของเอทิลแอลกอฮอล์ใดๆ แม้จะมีค่าออกเทนน้อยกว่าจนส่งผลทำให้การตอบสนองการขับขี่ไม่ดีเท่าออกเทน 95 แต่เมื่อใช้จริงก็แทบจะไม่ต่างกันเท่าใดนัก ยกเว้นตั้งใจตรวจสอบและดูอย่างละเอียดจริงๆ  

น้ำมันชนิด เบนซิน ออกเทน 91 สามารถเติมได้กับ รถยนต์ทุกประเภทที่ไม่ได้ระบุว่า เติมน้ำมันชนิด เบนซิน ออกเทน 95  เท่านั้น

  • ดีเซล

น้ำมันดีเซลแตกต่างกับน้ำมันเบนซินค่อนข้างมาก ตั้งแต่ในด้านของการส่งเชื้อเพลิงและการจุดระเบิด อัตราส่วนกำลังอัด กระทั่งการออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ดีเซลก็แตกต่างจากเครื่องยนต์ที่ใช้กับน้ำมันเบนซิน

ดังนั้น คุณควรจะตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถยนต์ของคุณควรจะเติมเบนซินหรือดีเซล เพราะหากเติมผิดก็อาจเกิดความเสียหายต่อรถยนต์อย่างรุนแรงได้เลยทีเดียว

  • แก็สโซฮอล์ ออกเทน 95

น้ำมันชนิดแก๊ซโซฮอลล์ ออกเทน 95 เป็นการนำน้ำมันเบนซินพื้นฐาน 91 มาผสมกับเอทิลแอลกอฮอล์ (หรือเอทานอล) ซึ่งได้มาจากการหมักอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด โดยมีอัตราส่วนน้ำมันเบนซินพื้นฐานกับเอทิลแอลกอฮอลล์แบบจำนวน 9 ต่อ 1 ส่วน

แน่นอนว่าข้อดีของ แก็สโซฮอล์ ออกเทน 95 คือ ราคาที่ถูกกว่าน้ำมันเบนซิน ออกเทน 95 แท้ๆ แต่มีข้อเสียที่ไม่ควรจอดทิ้งไว้เกินหนึ่งเดือน เพราะอาจทำให้น้ำมันระเหย และเสียได้ ควรใช้กับรถยนต์ที่ระบุว่าสามารถใช้แก๊สโซฮอลล์ ออกเทน 95 ได้เท่านั้น

  • แก๊สโซฮอล์ ออกเทน 91

น้ำมันชนิดแก๊ซโซฮอลล์ ออกเทน 91 มีความคล้ายคลึงกับ แก๊สโซฮอลล์ ออกเทน 95 ค่อนข้างมาก คือมีอัตราส่วนระหว่างน้ำมันเบนซินพื้นฐานกับเอทิลแอลกอฮอล์ 9 ต่อ 1 ส่วนเหมือนกัน แต่แทนที่น้ำมันเบนซินพื้นฐานจะเป็น 91 จะใช้น้ำมันเบนซินพื้นฐานแบบ 88 แทน และควรใช้กับรถยนต์ที่ระบุว่าสามารถใช้แก๊สโซฮอลล์ ออกเทน 91 ได้เท่านั้น

  • แก๊สโซฮอล์ E20 หรือเบนซิน E20

น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E20 หรือเบนซิน E20 มีการผสมเอทิลแอลกฮอลล์ในอัตราที่สูงขึ้นมาก ซึ่งก็เป็นไปตามชื่อในอัตราส่วนน้ำมันเบนซินพื้นฐาน 80 ต่อเอทิลแอกอฮอล์ 20 ด้านสมรรถนะการขับขี่หากเทียบกับแก๊สโซฮอลล์ ออกเทน 95 หรือ 91 จะไม่ค่อยรู้สึกแตกต่างเท่าใดนัก

แต่ถ้าเทียบกับเบนซิน ออกเทน 95 แบบไม่มีส่วนผสมของเอทิลแอลกอฮลล์ใด ๆ เลย จะสามารถรู้สึกถึงประสิทธิภาพที่ลดลงอย่างชัดเจน ทว่าก็แลกมาด้วยค่าตัวที่ถูกกว่าพอสมควร เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเร็วของรถเท่าใดนัก แต่ก็ควรเช็คให้มั่นใจว่ารถยนต์ของคุณสามารถใช้แก๊สโซฮอลล์ประเภทนี้ได้หรือไม่

  • แก๊สโซฮอล์ E85

อาจเรียกได้ว่าเป็นน้ำมันที่มีราคาค่าตัวที่ถูกที่สุดในน้ำมันทุกประเภท โดยน้ำมันเบนซินพื้นฐานจะถูกลดลงเหลือเพียงอัตราส่วนแค่ 15 ต่อเอทิลแอลกอฮอลล์ 85 เรียกได้ว่าส่วนผสมของน้ำมันเบนซินพื้นฐานถูกลดจนเหลือนิดเดียวเท่านั้น

แน่นอนว่า ข้อดีก็คือมีราคาที่ถูกมาก เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ขับรถที่ชอบความประหยัด แต่สมรรถนะการขับขี่จะสู้น้ำมันเบนซินแบบเพียวๆ ไม่ได้ และแก๊สโซฮอล์ประเภทนี้จะค่อนข้างเปลืองน้ำมันมาก เพราะจำนวนเอทิลแอลกอฮอล์มีสูง มีการเผาไหม้ที่เร็วขึ้น ส่งผลให้น้ำมันหมดเร็วกว่า

นอกจากนี้ตัวเอทิลแอลกอฮอล์ที่มีอัตราส่วนสูง ยังมีส่วนช่วยในการกัดกร่อนชิิ้นส่วนรถยนต์ ส่งผลให้ชิ้นส่วนในรถเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติอีกด้วย


ราคาน้ำมันวันนี้
(cc) www.carsome.my

นอกจากน้ำมันที่กล่าวมาทั้งหมดในด้านบนแล้ว ก็ยังมีน้ำมันพิเศษระดับพรีเมี่ยมของสถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่ง ซึ่งน้ำมันเหล่านี้ก็มีการเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ที่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก เช่น Shell V-Power, Caltex Techron และ ปตท. PTT HyForce Series 2 เป็นต้น ทว่าน้ำมันระดับพรีเมี่ยมเหล่านี้ก็มักจะมีราคาค่อนข้างสูง 

งานนี้จะเลือกใช้น้ำมันรถแบบไหนก็ต้องดูจากตัวรถยนต์ที่คุณขับ และพิจารณาจากความต้องการของคุณให้ดี ถ้าขับรถชิว ๆ สบาย ๆ ไม่ได้ซีเรียสเรื่องความเร็วหรือสมรรถนะของรถที่สมบูรณ์แบบ แก๊สโซฮอล์ E20 ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

แต่ถ้าคุณอยากได้ความเร็ว แรง ขับแล้วรู้สึกฟิน งานนี้ก็ต้องลงทุนกันหน่อย จัด เบนซิน ออกเทน 95 ไปเลยจ้า ถ้าคุณเลือกน้ำมันกันได้แล้ว ก็อย่าลืมทำประกันรถยนต์กันต่อได้ที่ rabbit finance เลยจ้า

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: kmotors และ neverdiecar


avatar
by Rthorns
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon