กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์คืออะไร? มีอะไรที่เราต้องรู้บ้าง?

posted: 2 years ago
6,923 views
กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์คืออะไร? มีอะไรที่เราต้องรู้บ้าง?

comments

ไม่ว่าจะเป็น ประกันรถยนต์ ประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ หากเป็นการประกันภัยล่ะก็จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ‘กรมธรรม์’ อยู่เสมอๆ เจ้าสิ่งสิ่งนี้มีความสำคัญสำหรับประกันที่สุด เรียกว่าถ้าขาดไปแล้วก็ไม่ใช่การทำประกันเลยก็ได้

บทความนี้จะมาลงลึกถึง “กรมธรรม์ประกันรถ” ว่าคืออะไร สำคัญอย่างไร และในประกันรถแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกันในเรื่องกรมธรรม์มากแค่ไหน


กรมธรรม์คืออะไร?

หลักการทำประกันภัยนั้นมีหัวใจเป็นองค์ประกอบอยู่หลักๆ 4 อย่างคือ ผู้รับทำประกันภัย-กรมธรรม์-เบี้ยประกัน-ผู้ทำประกัน ซึ่งหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปจะทำให้การทำประกันไม่สมบูรณ์แบบ แต่หากมีมากกว่านี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช่การทำประกัน

  • ผู้รับประกัน (Insurer) หมายถึง

คนที่ขายประกันให้กับผู้บริโภคทั่วๆไป โดยในประเทศไทยหากจะขายประกันหรือเป็นผู้รับทำประกันภัยอย่างถูกต้องตามกฏหมายได้ จะต้องได้รับใบอณุญาตขายจากทาง คปภ. เสียก่อน โดยสำหรับผู้รับทำประกันรถยนต์นั้นมีมากกว่าร้อยแห่งทั่วประเทศ ทั้งในฐานะโบรกเกอร์และบริษัทประกันวินาศภัยเลยด้วย ชื่อดังๆเช่น กรุงเทพประกันภัย, ทิพยประกันภัย, วิริยะประกันภัย เป็นต้น

  • ผู้ทำประกัน (Consumer) หมายถึง

คนที่ซื้อประกัน/ทำประกัน เป็นผู้บริโภค ประชาชนทั่วๆไป จะเป็นรูปแบบประกันแบบไหนก็ขึ้่นกับเงื่อนไขของผู้รับทำประกัน สำหรับประกันรถยนต์คงไม่พ้นต้องเป็นผู้ที่มีรถยนต์ในครอบครอง

 



  • เบี้ยประกัน (Premium) หมายถึง

เงินที่ผู้ทำประกันจ่ายให้กับผู้รับประกัน เพื่อเป็นเงินตอบแทนในการรับความคุ้มครองที่กำหนดเอาไว้ พูดง่ายๆ ก็คือค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียให้กับบริษัทเพื่อทำประกันนั่นแหละ โดยราคาก็จะแตกต่างกันไปตามข้อเสนอ สำหรับเบี้ยประกันรถยนต์จะขึ้นกับความคุ้มครองที่จะรับและมูลค่าของทุนประกัน (ที่เทียบจากมูลค่ารถยนต์) หรือตามความเสี่ยงที่ผู้รับประกันต้องรับผิดชอบ

 

  • กรมธรรม์ (Policy) หมายถึง

ข้อตกลงระหว่างผู้ทำประกันกับผู้รับทำประกัน ที่จะมาในรูปแบบของหนังสือหรือกระดาษ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าสัญญาเกิดขึ้นจริง และใช้เป็นข้อกำหนดในการให้ความคุ้มครองด้วย

การจ่ายค่าสินไหมหรือขอบเขตการให้ประกันทั้งหมดจะระบุเอาไว้ให้ในกรมธรรม์ รวมถึงเงื่อนไขที่ไม่คุ้มครองด้วย มักจะมาในรูปหนังสือหนาๆ สำหรับประกันรถยนต์ที่มีสองแบบจะมีกรมธรรม์แค่แบบเดียว

หากขาดสิ่งใดไป คงยากที่จะเรียกว่าการทำประกัน เพราะแต่ละตัวมีหน้าที่ค่อนข้างชัดเจน แม้ว่า ประกันรถยนต์ตาม พ.ร.บ. จะไม่มีกรมธรรม์ แต่สำหรับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ กรมธรรม์มีความสำคัญอย่างมาก


กรมธรรม์สำคัญแค่ไหน ทำหายได้หรือเปล่า?

หนึ่งในคำถามที่คนทำประกันมักจะถามกันอยู่บ่อยๆคงเป็นเรื่องการครอบครองกรมธรรม์ หากทำหายจะเป็นอย่างไร? ความคุ้มครองจะหายไปด้วยไหม?

ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะผู้รับทำประกันทุกคนมีข้อมูลกรมธรรม์เก็บเอาไว้อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อท่านทำหายไป ก็ไม่ได้หมายความว่าสัญญาจะถูกยกเลิก เพียงแต่ท่านจำเป็นต้องแจ่งตัวแทนหรือทางบริษัทต้นสัญญาไว้ด้วย เพื่อเป็นการขอรับใหม่

โดยขั้นตอนจะต้องเริ่มจากการแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องถิ่นเสียก่อน แล้วนำเอาหลักฐานไปแสดงให้กับบริษัทประกัน แล้วหลังจากนั้นจึงเอาหลักฐานสูญหายไปแสดงต่อบริษัทประกันเพื่อขอรับกรมธรรม์ฉบับใหม่

 

โดยมากแล้วจะมีค่าใช้จ่ายในการขอกรมธรรม์ใหม่ ถือเป็นเรื่องปรกติ



ข้อมูลไม่ตรงกับกรมธรรม์ส่งผลมากน้อยแค่ไหน

ถือว่าค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบริษัทประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ที่อยู่อาศัย หรืออื่นๆที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพราะทางต้นสัญญาจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดสำหรับผู้ที่ได้รับความคุ้มครอง ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องแจ้งให้ทางบริษัททราบเสมอ

นอกจากเรื่องของความถูกต้องแล้ว ทางบริษัทยังใช้ข้อมูลส่วนนี้ไว้ใช้ในการติดต่อด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือเตือนเรื่องค่าเบี้ยประกัน หากข้อมูลที่ให้เป็นของเก่าที่มีการเปลี่ยนแปลง เราก็อาจจะพลาดสิทธิประโยชน์และบริการเหล่านี้ได้


บริษัทส่งกรมธรรม์ช้า จะได้รับความคุ้มครองหรือเปล่า?

เรื่องยอดฮิตที่ทำให้ทุกคนหวั่นใจ เมื่อทำประกันไปแล้ว จ่ายเงินไปแล้ว แต่กรมธรรม์ไม่มาเสียที ระหว่างรอกรมธรรม์จะได้ความคุ้มครองหรือไม่? ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทหรือกรมธรรม์

แต่โดยหลักการแล้ว หลังจากที่จ่ายเบี้ยประกันงวดแรกและรับใบคำขอประกันแล้ว ความคุ้มครองก็จะบังคับใช้ทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันด้วย

หลายๆรูปแบบกรมธรรม์รวมถึง ประกันรถยนต์ มักจะมีเงื่อนไขในส่วนของเดือนแรก ว่าความคุ้มครองจะยังไม่มีผล แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ที่ล่าช้าแต่อย่างใด

ถึงแม้จะมีผลคุ้มครองตามปรกติ แต่ก็จำเป็นต้องทวงกรมธรรม์ให้ไวที่สุด เพื่อตรวจสอบข้อมูลข้างใน รวมถึงศึกษาเงื่อนไขว่าตรงตามข้อตกลงกันไว้ด้วย หากติดขัดหรือมีปัญหาอะไร จะได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ไวที่สุด

 



สิ่งแรกที่ต้องทำหลังได้รับกรมธรรม์คือตรวจสอบข้อมูลและศึกษาเงื่อนไขเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หากไม่ตรงกับที่ตกลง ผู้ที่เสียประโยชน์ก็ไม่ใช่ใครนอกจากผู้ทำประกันภัย หากไม่มีปัญหาอะไรก็ดีไป หากไม่ตรงตามความต้องการก็ต้องแจ้งกับทางบริษัทเสียแต่เนิ่นๆ จะเป็นประกันชั้น 1 หรือประกันชั้น 3 แบบสุดประหยัด จนถึงประกันชีวิต ก็เหมือนกัน เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  rabbitfinance.com


avatar
by Smallville
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon