ระหว่างประกันภัยรถยนต์ประเภทชั้น1 หรือ 2+ ควรเลือกอะไรดี?

posted: 2 years ago
1,253 views
ระหว่างประกันภัยรถยนต์ประเภทชั้น1 หรือ 2+ ควรเลือกอะไรดี?

comments

ถ้าพูดถึงการต่อประกันรถยนต์ในปัจจุบันที่คนนิยมทำมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น การทำประกันภัยรถยนต์ชั้น1 แต่ตอนนี้ก็มี ประกันภัยรถยนต์ชั้น2+ ที่กำลังเป็นที่นิยมและก็มียอดการทำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกเช่นกัน

แต่ถ้ากว่าที่เราจะตัดสินใจทำ เชื่อว่าหลายๆคนก็คงยังลังเลว่า จะทำ ระกันชั้น1 ไปเลยหรือ ทำแค่ประกันชั้น2+ แทนดี  เนื่องด้วยค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่า วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนกันค่ะ


ประกันภัยรถยนต์คืออะไร

ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักกับ ประกันภัยรถยนต์ กันก่อนดีกว่า ประกันภัยรถยนต์ คือ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราลดความเสี่ยงจากผลของการเกิดอุบัติเหตุต่างๆและกรณีที่รถสูญหายหรือโดนไฟไหม้ แต่เป็นสิ่งที่เราจะต้องเสียเงินซื้อมา โดยประกันภัยรถยนต์นั้นจะมีด้วยกันทั้งหมด 2 ประเภท คือ

  • ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance) หรือเรียกย่อๆ ว่าประกันภัยพรบ. ซึ่งรถยนต์ทุกคันต้องทำประกันภัยประเภทนี้ เนื่องจากถูกบังคับโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ประกันภัยประเภทนี้จะรับผิดชอบต่อความสูญเสียของชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้ประสพภัยจากรถยนต์เท่านั้น
  • การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance) ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ จะรับผิดชอบต่อความเสียหายส่วนที่เกินจากความรับผิดชอบของประกันภัย รถยนต์ภาคบังคับ โดยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครสามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทต่างๆ คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น2, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3, ประกันภัยรถยนต์ชั้น2+ และ ประกันภัยรถยนต์ชั้น3+


ซึ่งอย่างที่บอกไปตอนแรกว่า ประกันชั้นที่ผู้ใช้รถทำมากที่สุดคือ ชั้น1 และ ชั้น 2+ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราจะมาดูกันว่า ประกันรถยนต์ทั้ง 2 ชั้น คุ้มครองอะไรบ้าง เริ่มจาก ประกันรถยนต์ชั้น1


ประกันรถยนต์ชั้น 1

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมในแทบทุกกรณี แม้ว่าความคุ้มครองเหล่านี้จะมาพร้อมกับค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่สูงกว่าประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่น โดยจะให้ความคุ้มครองแยกได้ดังนี้

  • ความคุ้มครองรถยนต์

เป็นการคุ้มครองในส่วนของตัวรถยนต์ในทุกๆกรณี ไม่ว่าจะเป็น รถหาย ไฟไหม้รถ น้ำท่วม หรือเวลาที่รถเกิดความเสียหายจากการโดนชนแล้วต้องเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อมทางบริษัทประกันก็จะจ่ายค่าเสียหายให้ตามที่เราได้ทำไว้ไม่ว่าเราจะไปชนรถคันอื่นหรือรถคันอื่นมาชนเราก็ตาม โดยการเคลมประกันในชั้นนี้สามารถเคลมได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการ เคลมแห้ง หรือ เคลมสด

  • ความคุ้มครองส่วนบุคคล

เป็นความคุ้มครองคนขับรถหรือเจ้าของรถนั้นเองก็จะประกอบไปด้วย  ประกันความเสียหายส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล หรือแม้กระทั่งถ้าเราโดนตำรวจจับไปก็ทางประกันก็จะจัดการให้เช่นกัน

  • ความคุ้มครองบุคคลภายนอก

    เป็นการคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับเจ้าของรถแต่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุนั้นๆ ซึ่งทางประกันก็จะคุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอก หรือแม้แต่ในกรณีหนักสุดคือ คุ้มครองการเสียชีวิตของบุคคลที่3



ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+  อ่านว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้นสองพลัส  เป็นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่ผู้ขับขี่จะเป็นผู้เลือกด้วยตัวเองว่าจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ชั้น2+ นี่จะเป็นประกันภัยรถยนต์แบบพิเศษที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมเกือบแทบทุกกรณีหรือแทบจะเหมือนกับการทำประกันภัยชั้น1 แทบจะทุกด้าน

แต่ประกันภัยรถยนต์ชั้น2+ มีค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่ไม่สูงมากเท่ากับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 โดยกรมธรรม์การคุ้มครองของประกันภัยในชั้น2+ มีดังนี้

  • ความคุ้มครองรถยนต์

เป็นการคุ้มครองในส่วนของตัวรถยนต์ในทุกๆกรณี ไม่ว่าจะเป็น รถหาย ไฟไหม้รถ หรือแม้แต่เวลาที่รถเกิดความเสียหายจากการโดนชนแล้วต้องเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อม ทางบริษัทประกันก็จะจ่ายค่าเสียหายให้ตามกรมธรรม์ที่เราได้ทำไว้

แต่การชนจะต้องเป็น การชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น และสามารถเคลมได้ในกรีณีที่มีคู่กรณีอยู่ด้วยเท่านั้น (เคลมสด)  นอกจากนี้ประกันภัยรถยนต์ในชั้น2+ นี้จะไม่คุ้มครองในกรณีที่เกิดน้ำท่วม

  • ความคุ้มครองส่วนบุคคล

เป็นความคุ้มครองคนขับรถหรือเจ้าของรถนั้นเองก็จะประกอบไปด้วย ประกันความเสียหายส่วนบุคคล ค่ารักษายาบาลหรือแม้กระทั่งถ้าเราโดนตำรวจจับไปก็ทางประกันก็จะจัดการให้เช่นกัน

  • ความคุ้มครองบุคคลภายนอก

เป็นการคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับเจ้าของรถแต่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุนั้นๆ ซึ่งทางประกันก็จะคุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอก หรือแม้แต่ในกรณีหนักสุดคือ คุ้มครองการเสียชีวิตของบุคคลที่3



ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การทำประกันภัยทั้งสองชั้นนี้ การทำประกันภัยชั้น1 อาจจะมีค่าเบี้ยประกันที่มากกว่าชั้น2+ แต่ถ้าถามถึงความคุ้มค่าต่อความเสี่ยงการทำประกันภัยชั้น1 ก็คุ้มกับการเสียเงิน

เพราะอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าจะเกิดที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ถ้าหากเราทำประกันภัยชั้น2+ แต่ไม่ทราบคู่กรณี (เคลมแห้ง) เราก็ต้องเสียเงินในการซ่อมเอง แต่กลับกันถ้าเป็นชั้น1 ทางบริษัทประกันจะรับผิดชอบให้เราทุกกรณี ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็ตาม


สำหรับท่านใดที่กำลังสนใจเกี่ยวกับประกันทั้ง2ชั้นนี้แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน คุณสามารถลองเข้ามาหาข้อมูลผ่านทาง Rabbit Finance ที่ได้รวบรวมคำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์และราคาประกันภัยชั้นต่างๆไว้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว

สนใจประกันรถยนต์ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่: https://rabbitfinance.com/car-insurance


avatar
by doubleP
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon