10 ข้อควรรู้ เก็งกำไรก่อนขายรถมือสอง

posted: 2 years ago
4,083 views
10 ข้อควรรู้ เก็งกำไรก่อนขายรถมือสอง

comments

ช่วงนี้ใครที่กำลังมองหารถคันใหม่ หรือมีแพลนจะถอย รถคันใหม่ในปีนี้ แล้วขายรถคันเก่าเพื่อจะเอาเงินที่ได้จากการขายรถก้อนนั้นมาใช้เป็นงินดาวน์สำหรับรถคันใหม่ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจขายรถยนต์ซักคัน ก็ต้องนึกไว้เสมอว่า เมื่อเราซื้อรถมาแล้ว ราคาก็จะตกทันทีตามวันเวลาและสภาพที่เราได้ใช้ไป

ซึ่งการขายรถบ้านมือสองนั้น หลายคนเลือกใช้บริการเต็นท์รถหรือตกลงซื้อขายทั้งที่ยังได้ราคาที่ไม่ดีซักเท่าไหร่ แต่รู้หรือไม่คะว่า เราสามารถทำให้รถยนต์ของเราขายได้ราคาเพิ่มมากขึ้นแบบไม่ยากเลย และวันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆและวิธีการประเมินราคารถคันโปรดแบบคร่าวๆมาบอก เผื่อเพื่อนๆคนไหนที่กำลังวางแผนจะขายรถคันเก่าเพื่อถอยคันใหม่ จะได้ไม่ถูกกดราคามากจนเกินไปนั่นเองค่ะ

 


 

รถมือสอง

วิธีประเมินราคารถมือสอง

พื้นฐานการประเมินราคาของรถมือสอง ก็ขึ้นอยู่กับว่ารถของคุณเป็นรถยนต์ประเภทไหน เช่น

  • รถคอมแพ็ค ขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่
  • รถหรู
  • รถกระบะ
  • รถ SUV

แต่สิ่งที่สำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือความป็อปของรถ หรือพูดอีกอย่างก็คือรุ่นและยี่ห้อรถเป็นที่นิยมหรือไม่ ถ้ารถเป็นที่นิยมก็จะขายง่ายขายคล่องกว่า เพราะเป็นที่ต้องการของคนหมู่มาก และนั่นก็หมายความว่าจะสามารถเรียกราคาได้มากกว่า ยิ่งถ้าเราขายให้กับเต้นท์รถ ข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญเลยทีเดียว เพราะทางเต้นท์รถจะอยากได้รถที่เป็นนิยม เนื่องจากรถที่ไม่เป็นที่นิยมจะเสี่ยงต่อการขายยาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทางเต้นท์จะต้องกดราคาเราเพื่อให้สมกับความเสี่ยงที่เค้าจะเจอเมื่อซื้อรถเราไป

หลักๆแล้ว เมื่อถอยรถมาและทันทีที่รถเปลี่ยนจากป้ายแดงเป็นป้ายขาวเมื่อไหร่ ราคารถเราก็จะตกลงถึงประมาณ 25% เลยทีเดียว นั่นถือเป็นค่าเสื่อมของรถเรา

รู้แบบนี้แล้วหลายคนอาจจะอยากใช้รถป้ายแดงไปนานๆเลยค่ะ เนอะๆ แต่ถ้ารถใครเป็นรุ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยม หาคนซื้อต่อยาก ราคาก็อาจจะตกแรงกว่านี้ก็ว่าได้ค่ะ

 


 

รถมือสอง

รถรุ่นไหนราคาตกเท่าไหร่

อย่างที่บอกไปนะคะ ว่ารถของเราจะขายได้ราคาดีมากน้อยแค่ไหน ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันก็ขึ้นอยู่กับประเภท ยี่ห้อ และรุ่นของรถด้วย

  • ถ้าเป็นรถคอมแพ็คที่เป็นที่นิยมในตลาดมากๆ เช่น ซิตี้ ยาริส แจ๊ส มาสด้า 2 ราคาก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 20% จากราคาเต็ม เพราะเป็นรถที่ซื้อง่าย ขายคล่อง ราคาไม่สูงเกินไป ใช้ง่าย ถือเป็นรถยอดนิยมขวัญใจคนกรุงเลยก็ว่าได้ค่ะ
  • ถ้าเป็นรถขนาดกลางมาหน่อย เช่น มาสด้า 3 ซีวิค แอคคอร์ค แคมรี่ ราคาก็จะตกได้ถึง 25 – 35% เลยทีเดียว ถึงแม้จะเป็นที่นิยมบ้างก็ตาม แต่ก็ถือเป็นรถที่มีราคาสูงขึ้นมาหน่อย การขายก็เลยไม่ได้จะขายคล่องเท่ารถคอมแพ็คทั่วไป
  • ส่วนรถที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในตลาดเท่าไร เช่น รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน มิตซู ฟอร์ด ก็จะลดเพิ่มอีกประมาณ 5 – 10% จากราคารถที่เป็นที่นิยมในตลาดกันเลยทีเดียว

เพราะรถยนต์เป็นสินค้าที่ยิ่งใช้ไปนานวันขึ้น รถก็จะยิ่งราคาตกลง ถามว่าแต่ละปีราคาจะตกลงเพิ่มขึ้นปีละเท่าไร ต้องบอกว่าค่าเสื่อมราคาจะลดไปประมาณปีละ 5 – 10% ค่ะ ให้บวกเพิ่มไปเรื่อยๆตามจำนวนปีที่ได้ใช้มา แต่ถ้ารถรุ่นที่ใช้อยู่ดันมีการออกแบบใหม่ขึ้นมา คือเป็นรุ่นเดียวกัน แต่มีการเปลี่ยนโฉม ราคารถเราก็จะต้องมีการปรับราคาใหม่กันอีกครั้ง ถ้าโฉมใหม่เป็นที่นิยมในตลาดมาก ราคารถเดิมของเราก็จะตกลงมากขึ้นค่ะ

เห็นไหมคะ จะประเมินราคาทั้งที ปัจจัยก็มีหลากหลายอย่างมากที่จะมาทำให้ราคารถเราตกฮวบฮาบ นี่แค่พูดถึงอายุการใช้งานของรถนะคะ ราคายังตกไปแล้วไม่รู้กี่เปอร์เซ็นต์ ถ้ามารวมกับสภาพรถของเราแล้วด้วยละก็ ไม่รู้จะได้เท่าไร แต่เราอยากจะบอกว่า

อายุการใช้งานเป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ใช้มา 4 ปี ก็ต้องบอกว่า 4 ปี แต่สภาพรถนี่แหละค่ะ ที่เราจะสามารถนำมาต่อรองราคาได้ ถึงเราจะใช้มา 4 ปี แต่ถ้าสภาพรถเรายังดี ราคาก็จะไม่ตกไปมากกว่านี้ กลับกัน ถ้าหากสภาพรถเราไม่ดี เราก็จะถูกกดราคายิ่งกว่าเดิม บางทีการที่เรายอมเสียเงินและเวลานิดหน่อยเพื่อนำรถไปแก้ไขจุดหลักๆที่สำคัญ ก็อาจจะทำให้ราคารถของเราสูงมากขึ้นได้เลยนะคะ โอเคค่ะ ตอนนี้เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าอะไรบ้างที่เป็นสิ่งสำคัญมากๆในการประเมินราคารถพร้อมทั้งข้อควรทำก่อนที่จะขายรถ

 ซื้อรถมือสอง

 10 สิ่งสำคัญในการประเมินราคารถ

 

  • สภาพยางต้องไม่แตกลายงาและแข็ง โดยที่อายุการใช้งานของยางไม่ควรเกิน 2 ปี หรือ 30,000 กม. เพราะถ้าหากสภาพยางแตกลายงา สภาพไม่พร้อมกับการใช้งาน จะทำให้ราคาตกมากทีเดียว เนื่องจากทางเต้นท์จะต้องไปทำ การเปลี่ยนยาง ก่อนที่จะขายต่ออีกครั้ง

 

  • ถ้าหากสีรถเป็นรอยบางจุด (เป็นรอยเล็กน้อย) ไม่เห็นชัดมาก อาจเป็นแค่รอยขนแมวหรือรอยเฉี่ยวนิดหน่อย แนะนำว่าไม่ควรไปเก็บสี เพราะคนซื้อจะได้เห็นสภาพเป็นจริงว่าเราได้ดูแลรถมาอย่างดี มีแค่รอยหรือสีถลอกเพียงเล็กน้อย เพราะถ้าหากทำการเก็บสีรถมาแบบไม่เนียนจะยิ่งทำให้ราคารถตกลงมากได้ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นแค่เพียงรอยเล็กน้อย จงปล่อยผ่านไป

 

  • หากรถของเรามีรอยค่อนข้างเยอะ เช่น รอยเฉี่ยวเป็นแนวยาว เราแนะนำให้ไปเก็บสีค่ะ แต่ควรจะหาร้านที่น่าเชื่อถือ เก็บสีได้เนียน เพื่อที่จะทำให้ไม่เสียราคา เช่น อย่างรถเบนซ์ก็จะมีเกรดสีของเค้า ถ้าเราไปทำสีกับร้านทั่วไปที่เน้นทำสีให้กับรถญี่ปุ่น สีที่ทำออกมาจะไม่เนียน และดูต่างจากสีของจริงมาก และนั่นสามารถทำให้ราคาตกไปหลายหมื่นได้เลยนะคะ

 

  • ส่วนรถใครที่ผ่านการทำสีมาใหม่ทั้งคัน หรือเรียกกันทั่วไปว่าอาบน้ำมา ราคาจะไม่ดีเท่ารถที่สีธรรมชาติออกมาจากศูนย์นะคะ เพราะถึงรถจะไม่มีรอย แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็อยากจะได้สีรถเดิมๆจากศูนย์มากกว่า

 

  • อุปกรณ์หรือยางอะไหล่จะต้องอยู่ครบ และอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ คือไม่เสียไม่พังนั่นเอง อารมณ์เหมือนเวลาเราซื้อโทรศัพท์มือสอง เราก็อยากได้ได้ที่ชาร์จแบต กล่อง และอุปกรณ์ต่างๆที่มากับโทรศัพท์อย่างครบถ้วน แทนที่จะเอาแค่โทรศัพท์อย่างเดียว

 

  • สมุดคู่มือหรือบุคเซอร์วิส เพื่อเป็นการแสดงว่าเราได้เข้าไปรับบริการจากศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง การรับบริการจากศูนย์อย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าเราได้ดูแลรถเราอย่างดีมาตลอดการใช้งานของเรา และเวลาที่รถเรามีปัญหาอะไร ก็ได้รับการซ่อมแซมอย่างถูกต้องจากศูนย์ อะไหร่ในรถจึงจะเป็นของแท้จากศูนย์ไม่ใช่ของยี่ห้ออื่นๆที่ไม่ใช่จากศูนย์ เพราะฉะนั้นถ้าหากใครได้เข้าศูนย์อย่างต่อเนื่องก็ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะเอาบุคเซอร์วิสไปการันตีการดูแลของเราค่ะ สิ่งนี้จะทำให้ราคารถเราไม่ตกมาก

 

ซื้อรถมือสอง

 

  • ช่วงล่างจะต้องอยู่ในสภาพปกติโช็คอัพจะต้องไม่รั่วซึม อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จะรู้ได้ยังไงว่ารั่วซึมหรือไม่ เราสามารถสังเกตได้ที่บริเวณแกนโช๊คอัพ ถ้าหากมีคราบน้ำมันเปรอะเปื้อนบริเวณนั้น แสดงว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้นค่ะ

 

  • สภาพเบาะหรืออุปกรณ์ภายในรถต้องไม่สกปรกหรือมีรอยฉีกขาด อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพราะฉะนั้นคุณควรนำรถไปล้างทำความสะอาดก่อนที่จะไปขาย เพราะหน้าตายังไงๆก็สำคัญค่ะ ถ้ารถเราดูใหม่ ดูสะอาด อย่างน้อยก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ถ้ารถเราดูสกปรก จะทำให้คนซื้อมองเลยว่าเราดูแลรถมาได้ไม่ดี และจะทำให้ราคาตกได้ง่ายๆเลยค่ะ

 

  • เล่มทะเบียนต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ลบเลือน ตัวอักษรจะต้องชัดเจนตรวจสอบได้

 

  • รายการเสียภาษีต้องไม่ขาดต่อ และแสดงรายการอย่างชัดเจน ถือเป็นประวัติที่ดีของรถ และแสดงให้เห็นถึงการดูแลที่ดีของเรา ถ้าหากทะเบียนยังไม่ต่อ จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราคงไม่ได้ดูแลเรื่องอื่นๆดีเช่นกัน มีผลกับการประเมินราคาอื่นๆด้วย

 

  • ประกันภัยเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ราคารถดีขึ้นค่ะ ถ้ารถเรามีประกัน จะเป็นการแสดงให้เห็นว่ารถเราอยู่ในการดูแลรักษาและเอาใจใส่เป็นอย่างดีมาตลอดระยะเวลาการใช้งาน

 

  • สภาพห้องเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆ ควรอยู่ในสภาพ standard มากที่สุด เพราะจะทำให้ได้ราคาสูง อย่างที่ได้บอกไปเรื่องสีของรถ ยังไงๆลูกค้าก็อยากจะได้ของที่สภาพใกล้เคียงกับสภาพที่ออกมาจากศูนย์ทีแรกมากที่สุด

 

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประกันรถยนต์ คลิก! https://rabbitfinance.com/car-insurance

อขอบคุณข้อมูลจาก  carsome.co.th


avatar
by Carsome
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon