บัตรกดเงินสด vs สินเชื่อส่วนบุคคล

posted: 1 year ago
1,262 views
บัตรกดเงินสด vs สินเชื่อส่วนบุคคล

comments

ในยุคนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ การเป็นหนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่จะโทษเศรษฐกิจอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเมื่อใดที่คุณใช้เงินเหมือนโปรยทิ้ง ฟุ่มเฟือย และ ไม่รู้จักเก็บออม เมื่อนั้นคุณก็จะเป็นหนี้ท่วมหัวโดยไม่รู้ตัว

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่เป็นหนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างแรกที่คุณนึกถึงคงไม่พ้นเงินกู้นอกระบบล่ะสิ แต่อย่าไปใช้บริการแบบนั้นเลยค่ะ เพราะมันอันตรายและผิดกฎหมาย

เราขอแนะนำให้คุณใช้เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรกดเงินสดจะดีกว่า แต่ทั้ง 2 แบบ จะแตกต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนดี ไปดูกันเลยค่ะ


ดอกเบี้ย

บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคล

บัตรกดเงินสด และ สินเชื่อส่วนบุคคล คือ เงินที่ธนาคารอนุมัติให้เพื่อไปใช้จ่ายส่วนตัว คุณจะนำเงินก้อนนี้ไปใช้อะไรก็ได้แล้วแต่คุณเลย จะจ่ายค่าเทอมลูก ค่ารักษาพยาบาล หรือจะเอาไปปลดหนี้บัตรเครดิตก็ยังได้

เพราะธนาคารจะไม่มาตรวจสอบวุ่นวายกับคุณ เหมือนเวลากู้ซื้อบ้านหรือรถยนต์ ความง่ายสะดวกสบายนี้ เลยทำให้หลายคนไม่เห็นคุณค่าของเงิน ลืมตัวจนเป็นหนี้ธนาคารแบบไม่จบไม่สิ้น

(1) สินเชื่อส่วนบุคคลมีอะไรดี ?

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น เมื่อธนาคารอนุมัติวงเงินให้แล้ว ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีมาหนึ่งก้อน เวลาจ่ายคืนก็จะต้องจ่ายคืนเป็นงวดๆ เช่น 12 เดือน 24 เดือนหรือสูงสุด 84 เดือน โดยแต่ละงวดจะจ่ายเงินเท่ากันทุกงวด ซึ่งข้อดีของสินเชื่อส่วนบุคคล มีดังนี้

  • ได้วงเงินสูงกว่าบัตรกดเงินสด เพราะสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นวงเงินที่จะค่อยๆลดลงตามช่วงเวลา ทำให้มีความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้น้อยกว่า สถาบันการเงินจึงอนุมัติวงเงินได้สูงกว่าบัตรกดเงินสด
  • เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคาร ก็จะมีเงินก้อนโอนเข้าบัญชีทันทีตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ
  • การผ่อนชำระจะมีการกำหนดงวดอย่างชัดเจน เช่นชำระคืนภายใน 6 เดือน หรือ 12 เดือน หรือในกรณีที่ได้รับอนุมัติวงเงินสูงๆ อาจจะเลือกผ่อนชำระได้นานถึง 72 เดือน ซึ่งจะช่วยให้ผู้กู้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ในอนาคต
  • ช่วยสร้างวินัยทางการเงินให้กับผู้กู้ เพราะเมื่อคุณทยอยผ่อนชำระสินเชื่อส่วนบุคคลจนครบตามกำหนดสัญญา คุณก็จะสามารถปลดหนี้ได้ ไม่เหมือนบัตรกดเงินสด ที่คุณจะรู้ว่ามีวงเงินให้ใช้ได้ตลอดเวลาและอาจจะนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ทำให้คุณสามารถก่อหนี้ได้ไม่มีวันจบสิ้น
  • อัตราดอกเบี้ยถูกกว่า หากได้รับการอนุมัติด้วยวงเงินที่สูงขึ้น เพราะเมื่อวงเงินสูงขึ้นค่าดำเนินการและต้นทุนต่างๆของสถาบันการเงินจะลดลง ทำให้อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลจะถูกกว่าบัตรกดเงินสดเสมอ

 


 

เงินกู้

(2) บัตรกดเงินสดมีจุดเด่นยังไง ?

 

สำหรับบัตรกดเงินสด เมื่อธนาคารอนุมัติวงเงินให้แล้ว คุณจะได้บัตรมา 1 ใบ พร้อมกับรหัสกดเงินเหมือนกับบัตรเอทีเอ็ม ที่คุณสามารถกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารไหนก็ได้ และธนาคารจะคิดดอกเบี้ยคุณก็ต่อเมื่อคุณกดเอาเงินออกมาเท่านั้น ซึ่งจุดเด่นของบัตรกดเงินสด มีดังนี้

  • ได้วงเงินสดพร้อมใช้หลังจากได้รับการอนุมัติ จะใช้จำนวนเงินเท่าไหร่ เมื่อไหร่ก็ได้โดยที่ไม่เกินวงเงินอนุมัติ และยังสมัครได้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกันอีกด้วย
  • กดเงินได้จากตู้ ATM ได้ทันทีตลอดเวลา ผ่านบัตรกดเงินสดที่ได้มา โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงิน หรือการกำหนดวงเงินขึ้นต่ำที่จะกดจากเครื่อง ATM ในแต่ละครั้ง
  • ไม่กดเงินมาใช้ ก็ไม่เกิดภาระดอกเบี้ย กดเงินมาใช้เท่าไหร่ ก็คิดดอกเบี้ยเท่ากับเงินที่กดมาใช้เท่านั้น และคิดแบบลดต้นลดดอก
  • เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการความอุ่นใจ ในการมีวงเงินฉุกเฉินพร้อมใช้ตลอดเวลา
  • มีความยืดหยุ่นในการชำระเงินคืน คุณสามารถชำระคืนเท่าไหร่ก็ได้ในแต่ละเดือน ขอเพียงไม่ต่ำกว่า 3 – 5% ของยอดเงินที่ใช้ก็เพียงพอ


สินเชื่อส่วนบุคคล
ขอบคุณภาพจาก
www.martechadvisor.com

เลือกอะไรดีระหว่างสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรกดเงินสด

 

ถ้าถามว่าเลือกอะไรดีระหว่าง 2 อย่างนี้ เราก็คงตอบได้แค่ การเลือกแบบนี้ไม่มีตายตัว เพราะมันขึ้นอยู่กับว่าเหมาะสมกับใคร และใช้กับสถานการณ์ใดเท่านั้น

ซึ่งเราขอยกตัวอย่างถึงกรณีความจำเป็นในการขอสินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรกดเงินสดว่าเหมาะสมกับกรณีใดบ้าง ให้คุณได้พิจารณากันค่ะ

แต่ยังมีเงินเก็บที่ไม่เพียงพอ หรือจำเป็นต้องใช้จ่ายในค่ารักษาพยาบาลกระทันหัน ทำให้คุณต้องการเงินสดเป็นก้อนมาใช้ในทันที

สินเชื่อส่วนบุคคลก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะอนุมัติง่าย วงเงินสูงและไม่ต้องใช้หลักประกันอะไรอีกด้วย

  • หากคุณต้องการขยายธุรกิจอย่างเร่งด่วน

ทำให้คุณต้องใช้เงินอย่างมาก และอาจจะต้องใช้เงินไปอีกสักพักใหญ่ๆ แต่คุณไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

บัตรกดเงินสดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าของกิจการ เพราะเพียงคุณขอสินเชื่อแค่ครั้งเดียว ก็สามารถที่จะใช้วงเงินนั้นได้ตลอดไป อีกทั้งยังสามารถกดมาใช้เวลาไหนเมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินจากตู้ ATM

อย่างไรก็ตาม การเป็นหนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเป็นหนี้สินอะไรสักอย่าง ก็ต้องคิดกันให้ดีว่า มันใช่เรื่องจำเป็นจริงๆ หรือเปล่า

เพราะถ้าไม่ใช่ คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อทั้ง 2 อย่างนี้ ประมาณ 10 เท่าของดอกเบี้ยเงินฝากกันเลยทีเดียว มันคุ้มแล้วหรอที่จะมานั่งทุกข์ทีหลัง

 


avatar
by tira.Cha
∞ เป็นผู้หญิงรักแมวที่อินกับทุกเรื่อง ร้องไห้กับเพลงเศร้าทุกเพลง และยิ้มไปกับบทความที่น่ารักของทุกคน ∞

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon