โรงพยาบาลเอกชน กับการเปลี่ยนแปลงประกันสังคมและบัตรทอง

posted: 1 year ago
โรงพยาบาลเอกชน กับการเปลี่ยนแปลงประกันสังคมและบัตรทอง

comments

สิทธิประกันสังคม อีกหนึ่งสิทธิสำหรับพนักงานที่จะได้รับหลังเข้าทำงานกับบริษัทเพื่อเป็นสวัสดิการ ไว้ใช้ในการรักษาตัว ซึ่งส่วนใหญ่โรงพยาบาลประกันสังคมที่พนักงานสามารถเข้ารับการรักษาตามสิทธิประกันสังคม

พนักงานสามารถเลือกได้ว่าจะเลือกโรงพยาบาลไหน ที่พนักงานสามารถไปได้โดยสะดวก แต่เมื่อไม่นานมานี้โรงพยาบาลเอกชนได้ออกมาประกาศเปลี่ยนสิทธิประกันสังคม-บัตรทองสำหรับปี61 เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่าค่ะ

 

 


 

โรงพยาบาลเอกชนที่แจ้งเปลี่ยนสิทธิประกันสังคม – บัตรทองปี 61

สำหรับโรงพยาบาลประกันสังคม 8 แห่งที่แจ้งยกเลิก/เปลี่ยนแปลงการให้บริการประกันสังคมและบัตรทอง ซึ่งเป็นรพ.เอกชนแจ้งยกเลิกมีทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่

1.รพ.ยันฮี มีผู้ประกันตนราว 156,579 คน

2.รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ มีผู้ประกันตน 149,313 คน

3.รพ.ศรีระยอง จ.ระยอง มีผู้ประกันตน 19,817 คน

ซึ่งหากใครที่รู้ว่าสิทธิประกันตนของตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาลประกันสังคมทั้ง 3 แห่งนี้ ให้รีบเลือกโรงพยาบาลประกันสังคมใหม่ภายใน  31 ตุลาคม 60 หรือ แจ้งเปลี่ยนโรงพยาบาล 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2561

 


ส่วนสิทธิบัตรทองมีการแจ้งยกเลิกให้บริการ/เปลี่ยนแปลง
การให้บริการ 5 แห่ง ได้แก่

1.รพ.มเหสักข์

ถอนตัวจากบัตรทองประจำและรับส่งต่อ

  • ผู้ประกันตนที่มีสิทธิประจำอยู่ในรพ.นี้สามารถย้ายสิทธิไปประจำได้ที่ รพ.กลาง รพ.เลิดสิน และรพ.เจริญกรุงประชารักษ์
  • กรณีส่งต่อ รับส่งต่อไปในรพ.ต่างๆสังกัด สธ.กทม.และอื่นๆแทน

2.รพ.แพทย์ปัญญา

รับบัตรทองประจำ ยกเลิกรับส่งต่อ

  •  รับส่งต่อไปรพ.ราชวิถี รพ.กลาง รพ.มงกุฎวัฒนะ รพ.สิรินธร รพ.ภูมิพล และรพ.นพรัตน์ฯแทน

3.รพ.วิภารามปากเกร็ด

ไม่มีบัตรทองประจำ ยกเลิกรับส่งต่อ

  • ส่งต่อ รพ.ภูมิพล แทน

4.รพ.บางนา 1

ไม่มีบัตรทองประจำ ยกเลิกรับส่งต่อ

  •   ส่งต่อ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ แทน

5.รพ.กล้วยน้ำไทย  

รับบัตรทองประจำ ยกเลิกรับส่งต่อ

  • รพ.มงกุฎวัฒนะ

 


 

สิทธิประกันสังคม
ขอบคุณรูปภาพจาก tnews

ป่วยคนละโรงพยาบาลประกันสังคม

 

อย่างที่บอกไปแล้ว พนักงานมีสิทธิเลือกโรงพยาบาลประกันสังคมได้เองตามความสะดวก แต่ถ้าพนักงานเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่ตนไม่ได้เลือก ไว้แต่แรก เนื่องจากเพราะมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือประสบอุบัติเหตุ ก็สามารถกระทำได้

กรณีนี้พนักงานทุกคนมีสิทธินำค่ารักษา พยาบาลที่เกิดขึ้นในระหว่าง 72 ชั่วโมงมาเบิกคืนจากสำนักงาน ประกันสังคมตามสิทธิได้

โดยทั้งนี้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลจะ ต้องเกิดขึ้นภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่วันที่เกิดเหตุต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลประกันสังคมเท่านั้นและต้องมีเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่าตนไม่สามารถ จะเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลประกันสังคมที่ตนเลือกไว้ได้เพราะมีอาการฉุกเฉิน จริงๆ เช่น หัวใจล้มเหลว ตกเลือด เกิดอาการหมดสติ ประสบอุบัติเหตุ เป็นต้น

 

 


สิทธิประกันสังคมกับโรงพยาบาลเอกชน

ผู้ป่วยนอก

สิทธิประกันสังคมของรพ.เอกชน สามารถเบิกค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท และเบิกค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงเกินครั้งละ 1,000 บาท ได้หากมีการตรวจรักษาตามรายการในประกาศ ดังนี้

  • การให้เลือดหรือส่วนประกอบของเลือด
  • การฉีดสารต่อต้านพิษจากเชื้อบาดทะยัก ,การฉีดวัคซีนหรือเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเฉพาะเข็มแรก
  • การตรวจอัลตร้าซาวด์ กรณีที่มีภาวะฉุกเฉินเฉียบพลันในช่องท้อง การตรวจด้วย CT – SCAN หรือ MRI จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • การขูดมดลูก กรณีตกเลือดหลังคลอดหรือตกเลือดจากการแท้งบุตร
  • ค่าฟื้นคืนชีพ เช่น การปั๊มหัวใจ
  • และกรณีที่มีการสังเกตอาการในห้องสังเกตอาการตั้งแต่ 3 ชั่วโมงขึ้นไป

 

โรงพยาบาลประกันสังคม
ขอบคุณรูปภาพจาก wapihos.com

ผู้ป่วยใน

ค่ารักษาพยาบาล กรณีที่ไม่ได้รักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาท

  • ค่าห้องและค่าอาหารไม่เกินวันละ 700 บาท
  • ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาลกรณีที่รักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 4,500 บาท
  • กรณีที่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ เบิกได้ไม่เกินครั้งละ 8,000 – 16,000 บาท ตามระยะเวลาการผ่าตัด
  • การฟื้นคืนชีพ เช่น การปั๊มหัวใจ รวมค่ายาและอุปกรณ์ไม่เกิน 4,000 บาท
  • ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และหรือเอกซเรย์ เบิกได้ในวงเงินไม่เกินรายละ 1,000 บาท

กรณีมีความจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยพิเศษ ได้แก่ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง การตรวจคลื่นสมอง การตรวจอัลตร้าซาวด์ การสวนเส้นเลือดหัวใจและเอกซเรย์ การส่องกล้อง การตรวจด้วยการฉีดสี การตรวจด้วย CT – SCAN หรือ MRI จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด

 


สิทธิบัตรทองกับโรงพยาบาลเอกชน

 

ต้องเป็นกรณีที่เจ็บป่วยฉุกเฉินถึงแก่ชีวิตเท่านั้น เช่น หัวใจหยุดเต้น หมดสติ เลือดออกไม่หยุด หายใจไม่ออก ขาดน้ำรุนแรง วิกฤตจากอุบัติเหตุ ชัด ปากเบี้ยว วิกฤตจากไข้สูง ปวดท้องอย่างรุนแรง เป็นต้น หากมีอาการดังต่อไปนี้ ก็สามารถเลือกรับบริการที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านโดยแจ้งเป็นเหตุฉุกเฉิน โดยที่ไม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน

ส่วนหากเป็นเรื่องการต้องรักษากับแพทย์เฉพาะทางที่หน่วยบริการทางการแพทย์ที่เรามีสิทธิ์อาจไม่มีแพทย์เฉพาะทางนั้น ต้องแจ้งความจำนงกับโรงพยาบาลเอกชนที่เราจะขอใช้สิทธิ์ก่อนว่าสามารถใช้สิทธิ์บัตรทองได้หรือไม่

โรงพยาบาลประกันสังคม

สิทธิประกันสังคมกับโรงพยาบาลรัฐบาล

ถ้าผู้ประกันตนไปเข้ารักษาโรงพยาบาลของรัฐ เป็นคนไข้ใน สามารถนำ ค่ารักษาพยาบาลไปเบิกได้เท่าที่จ่ายจริงตาม ความจำเป็น สำหรับกรณีเข้ารักษาตัวเป็นคนไข้ใน กรณีฉุกเฉินถ้าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐ  ค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ค่าอาหารและ ค่าห้องวันละ 700 บาท

แม้จะมีการยกเลิกและเปลี่ยนแปลงการให้บริการของสิทธิประกันสังคม และบัตรทอง แต่ก็ยังมีโรงพยาบาลอื่นๆที่รองรับการให้บริการอย่างเพียงพอตามความต้องการของผู้มีสิทธิใช้บัตรทั้งสองประเภท

ทั้งนี้หากพูดถึงเรื่องสวัสดิการที่เราได้รับอย่างสิทธิประกันสังคมกับบัตรทองที่เราได้รับแล้ว การทำประกันสุขภาพ หรือ ประกันชีวิต ก็ยังเป็นอีกทางเลือกดีๆที่จะช่วยคุ้มครองดูแลคุณๆได้

 


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon