รู้หรือไม่? คีโม กับ การฉายแสง ต่างกันยังไง?

posted: 4 weeks ago
รู้หรือไม่? คีโม กับ การฉายแสง ต่างกันยังไง?

comments

โรคมะเร็ง ภัยร้ายใกล้ตัวที่ใครๆก็สามารถเป็นได้ ไม่ว่าคุณจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน เพราะสาเหตุพื้นฐานของการเป็นมะเร็ง ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะกิน เดิน นอน นั่ง ทุกอย่างสามารถส่งผลทำให้คุณเป็นมะเร็งได้ ซึ่งการรักษาที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆคือ การให้คีโม และ การฉายแสง

ว่าแต่การรักษาทั้ง 2 แบบนี้ แตกต่างกันหรือเหมือนกันยังไง แล้วรักษาแบบไหนได้ผลดีกว่า วันนี้ rabbit finance จะมาไขข้อข้องใจให้คุณเอง  

รักษามะเร็งร้ายด้วย คีโม

คีโม หรือ Chemotherapy ในทางการแพทย์แล้ว เรียกว่า เคมีบำบัด เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาโรคมะเร็ง โดยใช้วิธีการรักษาด้วยการใช้ยาหลายรูปแบบ เข้าไปทำลาย ชะลอ เพื่อหยุดเซลล์มะเร็ง

แน่นอนว่าการทำคีโมนี้ อาจจะส่งผลข้างเคียงในการรักษา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยจากในละครหลังข่าว คือ ผมร่วง นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นไม่ได้มีแค่ผมร่วงเท่านั้น

คีโม

ขั้นตอนการทำคีโม

สำหรับขั้นตอนในการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด หรือ คีโม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่สุด จะต้องมีการวางแผนในการรักษาล่วงหน้าตามขั้นตอน นี้

1. ขั้นที่ 1

แพทย์ผู้รักษาจะมีการสอบถามถึงประวัติของผู้ป่วย ตรวจร่างกายทั่วไป อีกทั้งอาจจะมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เพื่อดูการทำงานของร่างกาย ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การฉายแสงรังสีเพื่อดูขนาดและตำแหน่งของก่อนเนื้อมะเร็ง ดูปัจจัยที่อาจจะส่งผลต่อการใช้เคมีบำบัด อีกทั้งเพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้ป่วยมีความพร้อมที่จะเข้ารับการรักษา วิธีเคมีบำบัด หรือ คีโม

2. ขั้นที่ 2

เมื่อตรวจเช็คอาการเบื้องต้นแล้ว แพทย์ผู้รักษาจะแจ้งผู้ป่วยเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา ข้อดีข้อเสีย และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งทั้งแพทย์และผู้ป่วยจะร่วมกันตัดสินในการเลือกใช้ยาเคมีบำบัด แต่ในส่วนของปริมาณ ความถี่ ระยะเวลา ในการทำคีโมแพทย์จะเป็นคนตัดสินใจ ซึ่งในการใช้เคมีบำบัดสามารถทำได้หลายทาง เช่น

  • ยาทาผิวหนัง
  • การฉีดเข้าหลอดเลือดแดง
  • การฉีดเข้าทางช่องท้อง
  • การฉีดเข้าทางไขสันหลัง
  • การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
  • การฉีดเข้าหลอดเลือดดำ
  • ยาชนิดรับประทาน

3. ขั้นที่3

สำหรับระยะเวลาในการรักษาด้วยคีโมของผู้ป่วยแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่ระยะเวลาการทำคีโมจะเป็นรอบหรือช่วงระยะ เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาปรับตัวและสร้างเซลล์ปกติขึ้นมา ซึ่งผู้ป่วยต้องมีการกลับมาพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสอบถามผลข้างเคียงจากการรักษาและเพื่อตรวจอาการและปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับผู้ป่วย


รักษามะเร็งร้ายด้วย การฉายแสง

มาทำความรู้จักกับการฉายแสงมะเร็งกันบ้างว่ามีความแตกต่างจากการรักษาแบบคีโมอย่างไร

การฉายแสง เป็นการรักษาประเภทหนึ่งของ รังสีรักษา เพื่อบำบัดโรคมะเร็งเพื่อทำลายก้อนมะเร็ง ซึ่งการรักษาด้วยการฉายแสงนี้จะขึ้นอยู่กับระยะ ชนิด ของโรคมะเร็งรวมถึงสุขภาพของผู้ป่วยด้วย

ฉายแสง

วิธีการรักษาด้วยการฉายแสง

การใช้รังสีรักษา หรือการฉายแสง เพื่อทำลายสารพันธุกรรมภายในเซลล์มะเร็งให้ได้รับความเสียหายหรือตายจากร่างกาย แม้เซลล์เหล่านี้จะออกจากร่างกาย แต่เซลล์ปกติ ก็จะได้รับผลกระทบจากรังสีด้วย การฉายรังแสงมีด้วยกัน 2 วิธี คือ

  • การฉายแสงระยะไกล คือ

การฉายแสงที่มีต้นกำเนิดแสงห่างจากบริเวณที่จะทำการรักษา หรือก็คือ การฉายรังสีที่ทุกคนรู้จักกันนั้นเอง

  • การฉายแสงระยะใกล้ คือ

การฉายแสงที่ระยะห่างระหว่างต้นกำเนิดรังสี กับบริเวณที่จะทำการรักษา มีระยะทางใกล้กัน ส่วนมากจะห่างเพียงไม่กี่เซน โดยจะใช้รังสีที่เป็นสารกัมมันตรังสี ฝังเข้าไปในตัวก้อนมะเร็ง หรือสอดใส่ ในอวัยวะที่เป็นโพรงของอวัยวะที่เป็นมะเร็ง ที่รู้จักกันว่า การฝังแร่

คีโม

สรุปแล้ว ทำคีโม กับ ฉายแสง ต่างกันอย่างไร?

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า การรักษา แบบให้คีโม เป็นการรักษาโดยการให้ยาผ่านเส้นเลือด ในขณะเดียวกันการฉายแสง คือการรักษาที่ใช้ รังสีรักษา ซึ่งด้วยขั้นตอนและวิธีการที่ใช้ในการรักษาก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

โดยทั้งนี้ผู้ป่วยแต่ละคนจะเหมาะกับการรักษาแบบใดนั้น จะต้องมีการดูอาการ และปรึกษากับแพทย์เจ้าของไข้ เพื่อหาแนวทางในการรักษาที่เหมาะสม และดีกับตัวผู้ป่วยที่สุด

โดยผู้ป่วยบางคนอาจจะเหมาะกับการรักษาแบบคีโมอย่างเดียว หรืออาจจะเหมาะกับการรักษาแบบฉายแสงอย่างเดียว และในผู้ป่วยบางคน อาจจะต้องใช้การรักษาทั้ง 2 แบบ เพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด

สำหรับผู้ป่วยคนไหนที่กำลังคิดว่า การรักษาแบบทำคีโม กับ ฉายแสง จะรักษาแบบไหนดีกว่า? เรื่องนี้ เพื่อความชัวร์ที่สุด ควรปรึกษากับแพทย์ผู้รักษาค่ะ เพราะสภาพร่างกายของผู้ป่วย ระยะเวลามะเร็ง และเชื้อมะเร็งที่เป็นของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะรักษาแบบไหน แพทย์ก็ต้องมั่นใจว่าผู้ป่วยจะสามารถทนต่อการรักษาได้

เมื่อมะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกวัย ทุกช่วงอายุ ดังนั้นเริ่มวางแผนสุขภาพ กับ ประกันสุขภาพ PRUeasy care จาก พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ที่ดูแลครอบคลุมทุกเรื่องมะเร็ง เมื่อร่างกายและจิตใจคุณต้องต่อสู้กับมะเร็ง  ก็ยกเรื่องการเงิน เรื่องค่าใช้จ่ายให้เราดูแลจะดีกว่า เพราะ PRUeasy Care ให้คุณรักษาอย่างหมดกังวลกับค่าใช้จ่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ป่วยใน หรือผู้ป่วยนอกก็ตาม หากสนใจก็สามารถสมัครได้ตั้งแต่อายุ 20-60 ปีเลยนะคะ ที่สำคัญยังเป็นทั้งประกันสุขภาพและประกันชีวิต แถมนำเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

สุขภาพเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ ก็ควรหมั่นใส่ใจอยู่เสมอ ทางที่ดีควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียดลงบ้าง เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่รอบั่นทอนสุขภาพของเรา

ขอบคุณข้อมูลจาก pobpad /  haamor


avatar
by NP. Meaw :)
เป็นลูกอิช่างแซะ รักในการเขียนเหน็บแนม ดำเนินชีวิตด้วยการ ยึดความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง จุบ!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon