เงินเด็กแรกเกิด VS เงินสงเคราะห์บุตร ต่างกันตรงไหน?

posted: 1 year ago
11,587 views
เงินเด็กแรกเกิด VS เงินสงเคราะห์บุตร ต่างกันตรงไหน?

comments

ว่ากันว่า เด็กทารกที่กำลังจะลืมตาดูโลกเปรียบเสมือผ้าขาว หน้าที่ของผู้ใหญ่คือแต่งแต้มสีสันลงไป ถ้าป้ายสีดำ เด็กคงจะเจอแต่เรื่องแย่ๆ เช่น ความรุนแรงในครอบครัว โดนแกล้ง หรือเจอแต่เรื่องแย่ๆ พ่อแม่ย่อมอยากให้ลูกเจอแต่เรื่องๆ ดี นอกจากความรัก เงินคือปัจจัยหลักที่จะส่งเสริมให้ชีวิตดี

การออมเงินให้ลูก หรือทำประกันเด็กแรกเกิด เลยเป็นการป้องกันสิ่งต่างๆ หรือกระจายความเสี่ยงออกไป อย่าลืมว่าเด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ป่วยง่ายเจ็บง่าย ค่ารักษาแพงหูฉี่ การมีประกันเด็กจึงเป็นเรื่องที่ดี แต่เราจะมองข้ามประกันกันไปก่อน เพราะทุกคนคงหน่ายเต็มที เคยสงสัยไหมว่า เงินเด็กแรกเกิด เหมือนกับ เงินสงเคราะห์บุตรไหมนะ?


เงินเด็กแรกเกิด ไม่ใช่ เงินสงเคราะห์บุตร จากประกันสังคม

ต้องบอกก่อนว่า เงินสงเคราะห์บุตร กับเงินเด็กแรกเกิด มันคนละส่วนกัน อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจผิด เงินสงเคราะห์บุตรเป็นสิทธิจากประกันสังคมที่จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเป็นผู้ประกันตนทุกมาตราของสำนักประกันสังคม สำหรับเงินเด็กแรกเกิด ตอนนี้ คือ

  1. เงินเด็กแรกเกิดจากรัฐบาล
  2. เงินเด็กแรกเกิด ช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน

สำหรับประกันสังคม คุณแม่ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน หรือผู้ประกันตน ถ้ากำลังจะคลอดลูก สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมคนท้องได้ แต่เงินสงเคราะห์บุตรจะเป็นผลก็ต่อเมื่อ คุณแม่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 5 เดือน และอยู่ภายใน 15 เดือนก่อนคลอดลูก ถึงจะได้สิทธิ์เงินสงเคราะห์ของสำนักประกันสังคม ถ้าเกิดว่าบ้านไหน มีทั้งพ่อและแม่เป็นผู้ประกันตน สามารถใช้สิทธิ์ต่างๆ ก่อนขอเงินสงเคราะห์บุตรได้ ดังนี้

เงินเด็กแรกเกิด เงินสงเคราะห์บุตร

สิทธิ์ของผู้ประกันตนฝ่ายแม่

  • เบิกเงินกรณีคลอดบุตรจะได้รับเงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 13,000 บาท ต่อครั้ง
  • จะได้เงินสงเคราะห์หรือเงินชดเชยรายได้ที่หยุดงาน เพื่อการคลอดบุตรในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน
  • แต่สิทธิ์บุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรแล้ว
  • แต่ถ้ามีอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ แล้วต่อมาแท้งบุตร ผู้ประกันตนนมีสิทธิ์เบิกค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรได้ เพราะครรภ์ 28 สัปดาห์ ไม่ว่าทารกจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ไม่ถือว่าเป็นกรณีคลอดบุตร

สิทธิ์ของผู้ประกันตนฝ่ายพ่อ

  • เบิกค่าคลอดบุตรให้ภรรยาได้ แต่ต้องมีการส่งเงินสมทบมาแล้ว 5 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนแบบเดียวกับผู้ประกันตนฝ่ายแม่
  • ผู้ประกันตนฝ่ายพ่อจะได้รับเงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรจำนวน 13,000 บาท
  • ถ้าสามีและภรรยาอยู่กินกันโดยเปิดเผย แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน สามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้

จากที่กล่าวไปข้างต้น เป็นสิทธิประโยชน์จากการเป็นผู้ประกันตนของสำนักประกันสังคม เงินสงเคราะห์บุตรจะเบิกใช้ได้ก็ต่อเมื่อ ลูกคลอดออกมาแล้ว โดยผู้ประกันตนต้องส่งเงินเข้ากองทุนมาแล้ว 36 เดือน เมื่อลูกอายุครบ 6 ปี สิทธิ์จะหมดอายุทันที


เงินเด็กแรกเกิด จากรัฐบาล

สำหรับโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด (Child Support Grant) เป็นโครงการที่ช่วยเหลือบุคคลที่ยากจน เพื่อให้เด็กที่กำลังจะลืมตาดูโลกได้มีชีวิตที่มีคุณภาพ เพราะครัวเรือนที่ยากจน และครัวเรือนที่เสี่ยงต่อความยากจน ย่อมต้องมีความเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว

คำว่าครัวเรือนเสี่ยงต่อการยากจน สำหรับ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดนั้น หมายความว่า ต้องเป็นครอบครัว หรือครัวเรือนที่มีสมาชิกในครัวเรือนที่มี รายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาทต่อคน และต่อเดือน หรือต่ำกว่า 36,000 บาทต่อคนต่อปี

โดยนำรายได้ของสมาชิกในบ้านทั้งหมดในครอบครัว หารด้วยจำนวนสมาชิกทั้งหมดในครอบครัว ซึ่งก็รวมถึงเด็กแรกเกิดด้วย โดยคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์รับเงินเด็กแรกเกิดจากโครงการอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด มีดังนี้

  • หญิงตั้งครรภ์จะได้รับเงินเด็กแรกเกิดก็ต่อเมื่อ ลูกต้องมีกำหนดคลอดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559 
  • หากการคลอดบุตรไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559 ให้ถือว่าสิทธิ์ที่ลงทะเบียนไว้ถูกระงับไปโดยปริยาย
  • เด็กต้องเกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559 และมีสัญชาติไทย พ่อและแม่ก็ต้องมีสัญชาติไทย
  • ไม่ได้เป็นผู้ได้รับสวัสดิการของรัฐ หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น เงินสงเคราห์บุตรจากประกันสังคม เงินสวัสดิการข้าราชการ เป็นต้น

เนื่องจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แจ้งว่า งบเดิมไม่เพียงพอต่อโครงการเงินเด็กแรกเกิด โดยสิทธิ์เงินเด็กแรกเกิด คือ ได้รับเงินรายละ 600 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 36 เดือน หรือจนถึงอายุ 3 ขวบ

ดังนั้น จึงหมายความว่า โครงการอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินสงเคราะห์บุตรจากสำนักประกันสังคมแต่อย่างใด  


เงินเด็กแรกเกิด ช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน

นายชาติชาย พยุหานาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จัดโครงการ “โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้ชีวิต ออมสินให้อนาคตเพื่อสนับสนุนเงินเด็กแรกเกิดที่เกิดในช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน

โดยนับเวลาเด็กที่เกิด ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 06.52 . จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 01.53 . ด้วยการให้เงินทุนผ่านการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกเพื่อเป็นประโยชน์ของผู้เยาว์คนละ 1,099 บาท ซึ่งหลักฐานที่ต้องใช้รับเงินเด็กแรกเกิด คือ

  • สูติบัตรของเด็กฉบับจริงและสำเนา
  • บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดา
  • สำเนาทะเบียนบ้านของบิดาและมารดา

โครงการเงินเด็กแรกเกิดช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน จัดทำขึ้นเพื่อน้อมกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวิชราลงกรณ บดินทรเพทยวรางกูร โดยการติดต่อขอรับเงินเด็กแรกเกิด จะมีไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560

 

นอกจากโครงการจดทะเบียนคนจน หรือบัตรผู้มีรายได้น้อย ที่รัฐบาลมอบให้คนในประเทศแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิทธิ์สำหรับเด็กที่กำลังจะลืมตาดูโลกอีกด้วย ก็คือโครงการเงินอุดหนุดถือได้ว่าเป็นสวัสดิการพื้นฐานให้เด็กแรกเกิดในครอบครัวที่เสี่ยงต่อความยากจน ที่อยู่ในโครงการเงินเด็กแรกเกิด เพื่อให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพ และเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขของรัฐบาลนั่นเอง


avatar
by 9 Tails
เนกอยา กอเนกอ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon