ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก

posted: 2 years ago
2,728 views
ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันสุขภาพเด็ก

comments

หากจะพูดถึงการทำประกันประเภทต่างๆ หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการทำประกันภัยรถยนต์ ประกันวินาศภัยต่างๆ ประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพของผู้ใหญ่ กันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ประกันสุขภาพอีกแบบหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่ใส่ใจมากนัก ก็คือ ประกันสุขภาพเด็ก ค่ะ

โดยส่วนมากครอบครัวที่สนใจทำประกันสุขภาพเด็กนั้น จะเป็นครอบครัวที่มีลูกเล็ก ส่วนมากจะเป็นครอบครัวที่มีเด็กอายุ 0 – 15 ปี  ซึ่งประกันสำหรับเด็กนั้นก็มีทั้งประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต ซึ่งประกันทุกรูปแบบย่อมให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการทำประกันสุขภาพเด็กจะให้อะไรแก่ลูกน้อยของเราบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ

 


 

 

ประกันสุขภาพเด็ก

 

ประกันสุขภาพเด็กคืออะไร?

 

ประกันสุขภาพเด็ก คือ ประกันสุขภาพ ที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองทำเพื่อความคุ้มครองเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของลูก เพราะโดยส่วนมาก เด็กแรกเกิด – 5 ขวบ จะมีสถิติการเจ็บป่วยค่อนข้างสูง เนื่องด้วยภูมิคุ้มกันต่อโรคของเด็กในวัยนี้ยังมีไม่มากนัก

ประกอบกับความร้ายแรงของโรคในปัจจุบัน ที่เป็นสาเหตุให้เด็กวัยนี้มีโอกาสรับเชื้อโรคได้ง่าย ทำให้เด็กมีอาการเจ็บป่วยและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลบ่อยๆ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสำหรับเด็กนั้นมีค่อนข้างสูง พ่อแม่หลายคนจึงมักทำประกันสุขภาพเด็กไว้รองรับความเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วยของลูกน้อยและความเสี่ยงต่อค่ารักษาพยาบาล นั่นเองค่ะ

 


 

สิทธิ์ประโยชน์ที่จะได้จากการทำประกันสุขภาพเด็ก

 

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำประกันสุขภาพเด็ก ได้แก่ ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง (ในกรณีที่ต้องแอดมิด) ซึ่งความคุ้มครองและเงื่อนไขในความคุ้มครองนั้นจะแตกต่างกันออกไปของแต่ละบริษัทประกันนั่นเอง

ประกันสุขภาพเด็ก

ทำประกันสุขภาพเด็กต้องเลือกจากอะไรบ้าง?

 

การทำประกันสุขภาพให้ได้ผลดีที่สุดคือ คุณต้องเลือกจากความต้องการของตัวเอง และความคุ้มครองที่ต้องการ เป็นส่วนใหญ่ และการเลือกประกันสุขภาพเด็กก็มีหลักพิจารณาดังนี้ค่ะ

1.ความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก

 

ความคุ้มครองผู้ป่วยนอก คือ การรักษาแบบที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งประกันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ซึ่งคุณจะต้องให้ความสำคัญกับ วงเงินค่ารักษาแบบผู้ป่วยนอก ในการทำประกันสุขภาพเด็กด้วย โดยการพิจารณาว่า ใน 1 ปี ลูกของคุณมีโอกาสเจ็บป่วยกี่ครั้ง (ในสภาวะที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย) ต้องซื้อประกันสุขภาพเด็กในวงเงินเท่าไหร่จึงจะเพียงพอ

เพราะหากคุณซื้อ ประกันสุขภาพเด็กที่ให้วงเงินในการรักษาแบบผู้ป่วยนอก น้อย หากลูกของคุณมีอาการเจ็บป่วยมากครั้ง ทำให้คุณต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มจากที่ประกันรับผิดชอบบ่อยๆ คงจะไม่ดีนัก ดังนั้นควรเลือกซื้อประกันสุขภาพเด็กที่ให้ความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอกในวงเงินที่เพียงพอจะเป็นผลดีมากกว่าแน่นอน

2.ความคุ้มครองแบบผู้ป่วยใน

 

ความคุ้มครองแบบผู้ป่วยใน คือ การรักษาที่ต้องนอนโรงพยาบาล ความคุ้มครองประเภทนี้ มีไว้รองรับความเสี่ยงเมี่อลูกมีอาการเจ็บป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล เพราะว่าเด็กๆมีความเสี่ยงในการนอนโรงพยาบาลมากกว่าผู้ใหญ่

และต้องได้รับการดูแลที่ใกล้ชิดมากกว่าผู้ใหญ่หรือเด็กที่โตแล้ว ดังนั้น คุณจึงไม่ควรมองข้ามความคุ้มครองแบบผู้ป่วยใน และควรเลือกทำประกันสุขภาพเด็กที่ให้ความคุ้มครองในวงเงินที่เหมาะสมด้วย

 

3.เงื่อนไขความคุ้มครอง

 

ในส่วนของเงื่อนไขความคุ้มครองนั้น อย่างแรกที่ต้องพิจารณาคือ วงเงินที่ให้ความคุ้มครองนั้นบริษัทประกันจะจ่ายแบบครั้งต่อครั้ง หรือ เหมาจ่าย ซึ่งเงื่อนไขทั้ง 2 แบบนั้นจะมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรเลยทีเดียวค่ะ

 

  • ความคุ้มครองแบบบครั้งต่อครั้ง

การซื้อประกันสุขภาพเด็กที่ให้ความคุ้มครองแบบครั้งต่อครั้งนั้น อาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ค่ารักษาพยาบาลบางรายการไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่ารักษาพยาบาลต่อครั้งต้องไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ค่าห้องในกรณีที่ต้องแอดมิดไม่เกิน 2,500  บาท เป็นต้น ซึ่ง หากคุณซื้อประกันที่ให้ความคุ้มครองแบบครั้งต่อครั้ง คุณจะต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายส่วนเกิน นั่นเองค่ะ

 

  • ความคุ้มครองแบบเหมาจ่าย

ประกันสุขภาพเด็กแบบเหมาจ่าย คือประกันสุขภาพเด็กที่กำหนดวงเงินที่ให้ความคุ้มครองใน 1 ปี ไว้ว่า บริษัทประกันให้ความคุ้มครองวงเงินเท่าไหร่ใน 1 ปี ดังนั้น คุณจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลรายครั้งเลยว่าจะเกินวงเงินหรือไม่ หรือถ้าหากเกินวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ค่าใช้จ่ายก็จะไม่มากนัก

 


ประกันสุขภาพเด็ก

4.ประกันสุขภาพที่ทำมีระยะเวลารอคอยหรือไม่

 

ระยะเวลาการรอคอย คือ ระยะเวลาที่ผู้เอาประกันยังไม่สามารถเรียกร้องเงินชดเชยได้ ต้องให้ผ่านระยะเวลาการรอคอยไปก่อนจึงจะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ซึ่งระยะเวลาการรอคอยนี้บริษัทประกันแต่ละแห่งจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน เช่น บางบริษัทกำหนดระยะเวลาการรอคอย 1 เดือน และ บางบริษัทกำหนดระยะเวลาการรอคอยไว้ 90 วันนั่นเองค่ะ

ระยะเวลาการรอคอยนั้น ส่งผลต่อการให้ความคุ้มครองของประกัน ในกรณีที่ ลูกเราเป็นไข้หวัดแล้วต้องนอนโรงพยาบาล 2 คืน หลังจากได้รับการรักษาและกลับมาอยู่บ้านได้ไม่กี่วัน และมีอาการไข้ขึ้นและต้องนอนโรงพยาบาลอีกครั้ง

หากยังอยู่ในระยะเวลาการรอคอย คุณจะไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากการเข้ารับการรักษาในระยะเวลารอคอยได้นั่นเอง เพราะ บริษัทประกันส่วนใหญ่จะกำหนดระยะเวลาการรอคอยของการรักษาโรคเดิม ประมาณ 3 เดือน ซึ่งเงื่อนไขในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันแต่ละแห่ง

5.ความคุ้มครองเพิ่มเติม

 

ในการทำประกันสุขภาพเด็ก นอกจากความคุ้มครองหลักแล้ว คุณควรพิจารณาความคุ้มครองเพิ่มเติมอื่นๆด้วย เช่น ค่าชดเชยในการนอนโรงพยาบาล ค่าแพทย์ทางเลือก ค่าทำฟัน เป็นต้น

การทำประกันสุขภาพเด็กถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กๆ และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกทำประกันสุขภาพเด็กให้เหมาะกับครอบครัวหรือลูกของคุณ เพื่อที่เด็กๆจะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด และคุณพ่อคุณแม่จะได้ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมากจนเกินไปนั่นเองค่ะ หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   https://rabbitfinance.com/health-insurance/krungthai-axa/i-child

 

ข้อมูลจาก www.rakluke.com



avatar
by HamsterB
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon